แน่นอนว่าการปรับเครื่องยนต์ใหม่และเพิ่มข้าวของเมื่อปลายปี 2019 ที่ผ่านมาก็ยังไม่สามารถต้านกระแส
City และ Almera ได้มากเท่าไหร่นัก อย่างไรก็ตามหลังจากที่เวอร์ชั่น Ativ เปิดตัวที่ฟิลิปปินส์ไปก่อนหน้านี้
และภาพหลุดสิทธิบัตรของเวอร์ชั่น Hatchback ซึ่งไม่ได้ปรับหน้าตาเยอะ และล่าสุด ประเทศไทยก็ได้เปิดตัว
ตามมา คราวนี้ได้เพิ่มฟังก์ชั่นเด่นๆหลายประการพร้อมหน้าตาใหม่ เริ่มทำตลาดแล้ววันนี้

สิ่งที่แตกต่างจากรุ่นเดิมมีดังนี้

รุ่นย่อย

  • รุ่น Mid เปลี่ยนชื่อเป็น Sport
  • รุ่น High เปลี่ยนชื่อเป็น Sport Premium

ภายนอก

  • ไฟหน้าเปลี่ยนจากโปรเจคเตอร์ฮาโลเจนมาเป็น LED 3 ดวงในรุ่น Sport ทุกรุ่น
  • ย้ายไฟส่องสว่างเวลากลางวัน LED ไว้ที่โคมไฟหน้า จากเดิมอยู่ที่กันชนหน้าในรุ่น Sport ทุกรุ่น
  • เพิ่มไฟหน้าเปิด/ปิดอัตโนัมติพร้อมระบบ Follow Me Home ในรุ่น Sport ทุกรุ่น
    (รุ่นสูงสุดติดตั้งมาให้อยู่แล้ว)
  • กันชนหน้าดีไซน์ใหม่ ขยายช่องดักลมไว้ที่กันชนหน้า
    • แบบเส้นแนวนอนในรุ่น Ativ
    • แบบตาข่ายในรุ่น Hatchback
  • เปลี่ยนกรอบไฟตัดหมอกหน้าใหม่พร้อมเปลี่ยนดวงไฟเป็น LED ในรุ่น Sport Premium
  • เพิ่มเสกิร์ตข้าง/หลังในในรุ่น Sport ทุกรุ่น
  • เปลี่ยนไฟท้ายรมดำเป็นแบบธรรมดาในรุ่น Sport Premium
  • เปลี่ยนมือจับประตูเป็นสีเดียวกับตัวรถในรุ่น Sport Premium (รุ่นเดิมเป็นโครเมียม)
  • เพิ่มสปอยเลอร์หลังใน Ativ ในรุ่น Sport ทุกรุ่น
  • เปลี่ยนล้ออัลลอยขนาด 15 นิ้วลายใหม่ในรุ่น Sport ทุกรุ่น
  • สีตัวถังใหม่
    • รุ่น Ativ
      • ยกเลิกสีน้ำเงิน Blue Metallic
      • เพิ่มสีฟ้าอมเทา Grayish Blue Metallic
      • เพิ่มสีขาวมุก White Pearl
    • รุ่น Hatchback
      • ยกเลิกสีส้ม Orange Metallic
      • เพิ่มสีฟ้า Cyan Metallic
      • เพิ่มสีขาวมุก White Pearl
      • เพิ่มหลังคาสีดำในรุ่น Sport Premium ในบางสี
        • สีฟ้า Cyan Metallic
        • สีขาวมุก White Pearl
        • สีเขียว Citrus Mica Metallic
        • สีแดง Red Metallic

ภายใน

  • เปลี่ยนการตกแต่งภายในจากสีเงินเป็นสีเงินรมดำ
  •  เปลี่ยนเบาะนั่งใหม่
    • เบาะผ้าลายใหม่ ฝั่งคนขับปรับสูง/ต่ำได้ในรุ่น Entry
    • เบาะผ้าสลับหนังแบบสปอร์ตใน Yaris รุ่น Sport ทุกรุ่น
    • เบาะหนังล้วนใน Yaris Ativ รุ่น Sport ทุกรุ่น
  • เปลี่ยนตะเข็บภายในเป็นสีเงินในรุ่น Sport Premium (จากเดิมเป็นสีแดง)
  • เพิ่มพวงมาลัยและหัวเกียร์หุ้มหนังในรุ่น Sport ทุกรุ่น (รุ่นสูงสุดติดตั้งมาให้อยู่แล้ว)
  • เพิ่มที่ปัดน้ำฝนอัตโนมัติในรุ่น Sport Premium
  • เพิ่มช่องเสียบ USB 2 ตำแหน่งด้านหลังในรุ่น Sport Premium
  • เพิ่มกระจกมองหลังตัดแสงอัตโนมัติในรุ่น Sport Premium
  • เพิ่มไฟเตือนคาดเข็มขัดนิรภัยทุกที่นั่ง (จากเดิมมีเฉพาะคู่หน้า)

ขุมพลัง

  • เครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.2 ลิตร รหัส 3NR-FKE พร้อมวาล์วแปรผัน Dual VVT-iE มีกำลังสูงสุด
    92 แรงม้าที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 109 นิวตัน-เมตรที่ 4,400 รอบต่อนาที จับคู่กับ
    เกียร์อัตโนมัติ Super CVT-i รวมถึงติดตั้งระบบดับเครื่องยนต์อัตโนมัติ Toyota Smart-Stop

ระบบความปลอดภัย

  • เพิ่มระบบ Toyota Safety Sense C ในรุ่น Sport Premium
    • ระบบเตือนการชนด้านหน้า
    • ระบบเตือนรถออกนอกเลน
  • ระบบเบรก ABS/EBD/BA
  • ระบบควบคุมการทรงตัว VSC/TRC
  • ระบบช่วยขึ้นเขา HSA
  • ถุงลมนิรภัย 7 ตำแหน่ง
  • กุญแจนิรภัยพร้อมสัญญาณกันขโมย

Toyota Yaris Ativ มีให้เลือก 3 รุ่นย่อยดังนี้
(ตัวหนา = สิ่งที่เพิ่มเติมจากรุ่นเดิม)

1.2 Entry

  • ไฟหน้ามัลติรีเฟลกเตอร์
  • กระจังหน้าสีดำเงาเสริมด้วยโครเมียม
  • กระจังด้านล่างสีดำเงา
  • กรอบไฟตัดหมอกหน้าตกแต่งด้วยสีดำเงา
  • ล้อกระทะพร้อมฝาครอบขนาด 15 นิ้ว
  • เบาะผ้า ฝั่งคนขับปรับสูง/ต่ำได้
  • กระจกมองข้างปรับไฟฟ้า
  • กระจกไฟฟ้า 4 บานเลื่อนขึ้น/ลงอัตโนมัติด้านคนขับ
  • เซ็นทรัลล็อกพร้อมกุญแจรีโมท
  • ระบบปรับอากาศแบบธรรมดา
  • วิทยุ/ซีดี 1 แผ่น MP3 รองรับ USB/Bluetooth
  • ปุ่มควมคุมเครื่องเสียงบนพวงมาลัย
  • ลำโพง 2 ตำแหน่ง
  • ระบบเบรก ABS/EBD/BA
  • ระบบควบคุมการทรงตัว VSC/TRC
  • ระบบช่วยขึ้นเขา HSA
  • ถุงลมนิรภัย 7 ตำแหน่ง
  • ระบบดับเครื่องยนต์อัตโนมัติเมื่อเหยียบเบรก Toyota Smart Stop

1.2 Sport

 

  • ไฟหน้า LED พร้อมไฟส่องสว่างเวลากลางวัน เปิด/ปิดอัตโนมัติ
  • ล้ออัลลอยขนาด 15 นิ้วแบบปัดเงาลายใหม่
  • แผ่นกันความร้อนใต้ฝากระโปรง
  • เบาะทรงสปอร์ตหุ้มหนังสลับผ้า (Hatchback),เบาะหนังล้วน(Ativ)
  • พวงมาลัยและหัวเกียร์หุ้มหนัง
  • มาตรวัดเรืองแสงพร้อมจอแสดงผลการขับขี่ MID
  • ชุดเครื่องเสียงจอสัมผัสขนาด 6.7 นิ้วรองรับการเชื่อมต่อ AUX USB และ Bluetooth
    พร้อม Apple Carplay และ Android Auto
  • กล้องมองหลัง
  • ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ
  • ลำโพง 4 ตำแหน่ง
  • เบาะหลังพับได้ 60/40 ในรุ่น Hatchback
  • กระจกด้านหน้าแบบกันเสียง Acoustic Glass
  • กุญแจนิรภัยพร้อมสัญญาณกันขโมย

 

1.2 Sport Premium

  • ไฟตัดหมอกหน้าแบบ LED
  • เสาอากาศแบบครีบปลา
  • กล้องบันทึกภาพด้านหน้า/หลังรถ
  • ที่ปัดน้ำฝนอัตโนมัติ
  • จอแสดงผลการขับขี่ MID แบบจอสีขนาด 4.2 นิ้ว
  • กุญแจอัจฉริยะพร้อมปุ่มสตาร์ท
  • กระจกมองหลังตัดแสงอัตโนมัติ
  • ช่องเสียบ USB 2 ตำแหน่งด้านหลัง
  • ลำโพง 6 ตำแหน่ง
  • Toyota Safety Sense (ระบบเตือนการชน และ เตือนออกนอกเลน)

นอกจากนี้ทั้งคู่ยังมีชุดแต่งพิเศษ Flash Edition ที่เพิ่มแถบตกแต่งด้านข้าง ฝาครอบกระจกมองข้าง
คิ้วขอบล้อ และตกแต่งกันชนหน้าสีเขียว กับ Shadow Edition ที่ตกแต่งเสกิร์ตหน้า สติ๊กเกอร์ข้าง
สคัฟเพลท และช่องเก็บของท้ายรถมาให้ต่างหาก

ใครสนใจ Toyota Yaris ทั้งรุ่น Hatchback และ Ativ Minorchange สามารถสัมผัสและทดลองขับ
ที่โชว์รูม Toyota ทั่วประเทศ รวมถึงในงาน Big Motor Sale 2020 ในวันที่ 21 – 30  สิงหาคม 2020
ที่ไบเทค บางนา

Facebook Comments