แม้จะปรับหน้าตาไปเมื่อเดือนมิถุนายน 2020 สำหรับ Toyota Hilux Revo/Fortuner แต่ก็ไม่สามารถ
ทำให้ Hilux Revo เป็นเบอร์ 1 ในกลุ่มรถกระบะได้ ส่วน Fortuner แม้ยอดขายจะทำได้มากที่สุด แต่ว่า
ลูกค้าส่วนใหญ่กลับมองว่ายังให้ไม่พอ ล่าสุด ได้รับข่าวจากวงในว่า จะมีการกระตุ้นตลาดด้วยการ
ปรับอุปกรณ์ใหม่ พร้อมกับเพิ่มทางเลือกในตลาด คาดว่า จะเปิดตัวในเร็วๆนี้

สิ่งที่คาดว่าจะได้เจอกันใน Hilux Revo รุ่น MY2021
  • เพิ่มระบบเตือนมุมอับด้านข้างและขณะถอยหลังในรุ่น High และ Rocco
  • เปลี่ยนเบาะผ้าเป็นเบาะหนังในรุ่น Mid ตัวยกสูง (เดิมมีเฉพาะรุ่น High และ Rocco)
  • เพิ่มเซนเซอร์หน้า/หลัง 6 ตำแหน่งในรุ่น Mid ตัวยกสูง (เดิมมีเฉพาะรุ่น High และ Rocco)
  • เพิ่มไฟหน้า LED พร้อมระบบหน่วงการปิด 30 วินาที (Follow-Me-Home) ในรุ่น Z-Edition Mid
    และ Prerunner รุ่น Entry (เดิมมีเฉพาะรุ่น Mid ขึ้นไปในตัวยกสูง)
  • เพิ่มไฟท้าย LED ในรุ่น Z-Edition Mid (เดิมมีเฉพาะตัวยกสูงทุกรุ่น)

สำหรับ Fortuner เบื้องต้นมีรายละเอียดแค่ จะมาพร้อมกับรุ่นสปอร์ตพร้อมชุดแต่งรอบคัน ล้ออัลลอยลายใหม่
และคาลิปเปอร์เบรกสีแดง ส่วนออปชั่นแน่นอนว่าจะได้ระบบเตือนมุมอับด้านข้างและขณะถอยหลังให้แน่นอน
แต่คาดว่าจะมีตั้งแต่รุ่น V ขึ้นไป ส่วนออปชั่นที่เป็นไปได้คือ เบาะนั่งสามารถเป่าความเย็นได้ เพราะในหลายๆ
ประเทศมีเบาะแบบนี้ให้มาด้วย แน่นอนว่าบ้านเราก็ต้องมีเช่นกัน ส่วนที่ปัดน้ำฝนอัตโนมัติ ระบบปรับอากาศ
แบบแยกฝั่งที่คู่แข่งมีให้แทบทุกค่ายนั้น จะมาหรือไม่ ยังไม่ทราบแน่ชัด

ภาพจากเวอร์ชั่นญี่ปุ่นสำหรับประกอบบทความเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม ก็มีไม้เด็ดกระตุ้นตลาด คือ เวอร์ชั่นแต่งสปอร์ต มีความเป็นไปได้ว่าจะใช้ชื่อ GR Sport
ตามธีมแบบเดียวกับหลายๆประเทศ  สิ่งที่เปลี่ยนแปลงจากรุ่นเดิมคือ มีการเปลี่ยนกันชนหน้าใหม่
คาดว่า อาจจะเป็นช่องแบบแนวตรงเหมือนกับ C-HR และ Vios GR Sport พร้อมกันชนหน้าใหม่
แน่นอนว่ากระจังหน้ามีการตกแต่งที่ดูแปลกตากว่ารุ่นปกติ รวมถึงล้ออัลลอยลายพิเศษ อีกทั้งยังมี
สปอร์ตบาร์ที่เป็นคนละแบบกับ Rocco พร้อมตกแต่งสีดำรอบคัน

ส่วนภายใน มีการตกแต่งด้วยโทนสีขาว ดำ แดง แน่นอนว่าแผงคอนโซลกับเบาะนั่งจะมาในโทนสีดังกล่าว
แต่พวงมาลัย และรายละเอียดอื่นๆ ยังไม่ทราบแน่ชัด ทว่า งานปรับปรุงวิศวกรรมมีการปรับปรุงช่วงล่าง
และพวงมาลัยให้เอาใจคนขับชัดเจน พร้อมทั้งลดความสูงในรุ่น Prerunner ให้อยู่กึ่งกลางระหว่างตัวปกติ
และ Z-Edition ส่วนล้อมีการปรับยางใหม่ให้ต่างจากกระบะทั่วไปพร้อมเสริมคาลิปเปอร์เบรกสีแดง
เพื่อความดุดันอีกด้วย

ส่วนทางเลือกของ GR Sport นั้นมีทั้ง Z-Edition ที่เปลี่ยนเครื่องใหม่,Prerunner ที่ลดความสูงช่วงล่าง
รุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อที่วางตำแหน่งการตลาดเหนือกว่า Rocco และ Fortuner ที่สร้างบนพื้นฐาน Legender
เป็นต้น

เครื่องยนต์

  • เครื่องยนต์ดีเซลขนาด 2,800 ซีซี รหัส 1GD-FTV 4 สูบ แถวเรียง DOHC 16 วาล์ว จ่ายน้ำมันแบบ
    หัวฉีดแรงดันสูงคอมมอนเรล เทอร์โบแปรผัน VN Turbo และ อินเตอร์คูลเลอร์ จากเดิม 177 แรงม้า
    แรงบิดสูงสุด 450 นิวตัน-เมตร เป็น 204 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 500 นิวตันเมตร สำหรับเกียร์อัตโนมัติ
    6 จังหวะ พร้อมโหมด +-
    และแรงบิด 420 นิวตันเมตร ในรุ่นเกียร์ธรรมดา 6 จังหวะ พร้อมระบบ iMT
    ปรับรอบเดินเบาจาก 850 รอบต่อนาที เหลือ 680 รอบต่อนาที พร้อมถอด Toyota Smart Stop ออกไป

*นอกจากนี้รุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อจะได้เครื่องยนต์นี้อีกครั้ง เพียงแต่ จะมีให้เฉพาะรุ่นตอนเดียว และรุ่นพิเศษ
พร้อมตอนกำลังเหลือ 190 แรงม้าคาดว่าจะมีเฉพาะเกียร์ธรรมดา 6 จังหวะเท่านั้น

  • เครื่องยนต์ดีเซลขนาด 2,400 ซีซี รหัส 2GD-FTV 4 สูบ แถวเรียง DOHC 16 วาล์ว
    จ่ายน้ำมันแบบหัวฉีดแรงดันสูงคอมมอนเรล เทอร์โบแปรผัน VN Turbo และ อินเตอร์คูลเลอร์ ให้กำลังสูงสุด 150 แรงม้า (110 กิโลวัตต์) ที่ 3,400 รอบ-นาที แรงบิดสูงสุด 400 นิวตัน-เมตร ที่ 1,600-2,000 รอบ-นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์ธรรมดา 6 จังหวะ และเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ พร้อมโหมด +-

ทั้งนี้ในรุ่นยกสูงจะมาพร้อมกับ D-Power ซึ่งจะเป็นอะไรนั้น ยังไม่ทราบแน่ชัด คาดว่า น่าจะเป็นระบบ
เปลี่ยนโหมดการขับขี่ เนื่องจากเครื่องยนต์มีการเปลี่ยนแปลงไปในการปรับโฉมเมื่อปีที่ผ่านมา

รายละเอียดเพิ่มเติมของทั้ง 2 รุ่นติดตามได้ใน Carsideteam ครับ