หลังจากเสียแชมป์ให้ MU-X ในเดือนมิถุนายน ดูเหมือนว่า Toyota Fortuner เตรียมเปิดหมัดรับอีกครั้ง
โดยการปรับออปชั่นครั้งนี้ใครที่อยากได้ระบบความปลอดภัยอะไรในรุ่นรองลงมา คราวนี้ Toyota จัดให้
หมดทุกรุ่นย่อย พร้อมกับหน้าใหม่ในรุ่นปกติพร้อมแปะชื่อว่า Leader Toyota Fortuner MY2022
เตรียมทำตลาดแล้ววันนี้

 
รุ่นย่อยและราคา
  • Leader
    • 2.4 Leader G – 1,371,000
    • 2.4 Leader V – 1,490,000
    • 2.4 Leader V 4WD – 1,560,000
  • Legender
    • 2.4 Legender – 1,603,000
    • 2.4 Legender 4WD – 1,673,000
    • 2.8 Legender – 1,795,000
    • 2.8 Legender 4WD – 1,859,000
    • 2.8 Legender 4WD 60th Edition – 1,889,000
  • 2.8 GR Sport – 1,899,000
สิ่งที่ต่างจากเดิมมีดังนี้
  • เพิ่มเซนเซอร์ถอยหลังในรุ่น Leader G (จากเดิมมีเฉพาะรุ่น V และ Legender)
  • เพิ่มระบบเตือนมุมอับด้านข้างและขณะถอยหลัง ครบทุกรุ่นย่อย (เดิมมีเฉพาะ 2.8 Legender)
  • เพิ่มแผ่นกรองอากาศสามารถกรอง PM 2.5 ได้
  • ปรับปรุงระบบเตะฝาท้ายในรุ่น Legender และ GR Sport
  • เพิ่มระบบความปลอดภัย Toyota Safety Sense ในรุ่น Legender ครบทุกรุ่น (เดิมมีเฉพาะ 2.8)
    • ระบบควบคุมความเร็วและระยะห่างแบบแปรผัน DRCC (Dynamic Radar Cruise Control)
    • ระบบเตือนการชนด้านหน้าพร้อมเบรกอัตโนมัติ Pre-Crash Safety System
    • ระบบเตือนรถออกนอกเลนพร้อมพวงมาลัยช่วย Lane Departure Alert
  • ปรับการตกแต่งสไตล์ Legender ในรุ่นปกติแต่มีความต่างที่
    • ไฟหน้าแบบ Bi-Beam LED เหมือนเดิม
    • ล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้วแต่เปลี่ยนลายใหม่สไตล์ Legender
    • เรียกรุ่นย่อยใหม่ว่า Leader
  • เปลี่ยนโทนสีขาวใหม่จาก White Pearl Crystal Shine เป็น Platinum White Pearl

รุ่น Legender มีการตกแต่งต่างจากรุ่น Leader ดังนี้
  • ไฟหน้าแบบ LED โปรเจคเตอร์คู่พร้อมไฟเลี้ยวแบบวิ่ง Sequential
  • ไฟท้าย LED พร้อมไฟเลี้ยวแบบวิ่ง Sequential
  • ล้ออัลลอย 20 นิ้
  • ประตูท้ายไฟฟ้าควบคุมด้วยระบบเตะเปิด
  • สีตัวถังแบบทูโทน
    • สีขาวหลังคาดำ White Pearl Crystal Shine/Black Roof
    • สีแดงหลังคาดำ Emotional Red/Black Roof
รุ่น GR Sport มีการตกแต่งต่างจากรุ่น Legender ดังนี้.
  • ช่องไฟตัดหมอกหน้าสีดำเงาปรับใหม่ (พื้นที่สีดำมากขึ้นพร้อมเส้นคั่นเล็กๆ)
  • ชายล่างและคิ้วขอบล้อสีเดียวกับตัวรถ (เดิมเป็นสีดำ)
  • ล้ออัลลอยขนาด 20 นิ้วพ่นสีดำล้วน (เดิมจะเป็นสีทูโทนดำ/เงิน)
  • มือจับประตูสีเดียวกับตัวรถ (เดิมเป็นโครเมียม)
  • สปอยเลอร์หลังเสริมการตกแต่งด้วยสีแดง
  • สัญลักษณ์ GR Sport บริเวณด้านหลัง
  • ภายในตกแต่งด้วยสีเทาเข้มบริเวณแผงคอนโซลและแผงประตู
  • มาตรวัดเรืองแสงพร้อมจอแสดงผลการขับขี่แบบสีที่ปรับกราฟิกใหม่
  • พวงมาลัย 3 ก้านหุ้มหนังแบบพิเศษ แต้มสีแดงด้านบน เสริมตะเข็บสีแดงและโลโก้ GR
  • เบาะนั่งหุ้มหนังสลับผ้า Suede
  • เปลี่ยนแป้นเหยียบเป็นแบบอลูมิเนียม
  • ปุ่มสตาร์ทเสริมโลโก้ GR
  • ฐานเกียร์ตกแต่งด้วยวัสดุสีเข้ม
ทั้งนี้ยังมีรุ่นย่อยฉลองครบรอบ 60 ปี โดยมีความแตกต่างดังนี้
  • โลโก้บนฝากระโปรง/ท้ายรถสีดำ
  • แผงประตู/ที่พักแขนประตูและคอนโซลกลางตกแต่งตะเข็บสีแดง
  • ล้ออัลลอยรมดำ
  • โลโก้ 60 ปีบริเวณแก้มข้าง
  • เบาะนั่งสีทูโทนเบจ/ดำพร้อมพนักพิงศรีษะติดโลโก้ 60 ปี
  • เพิ่มระบบ T-Connect พร้อมแพ็คเกจต่างๆ (พวงกุจญแจลายพิเศษและ Airtag)
  • สีเทาแบบสติ๊กเกอร์ Warp Laminated Grey (พิเศษโชว์รูมละคันในราคา 57,000 บาท)
  • จำกัดแค่ 520 คันเท่านั้น

ขุมพลังเหมือนเดิม
  • เครื่องยนต์ดีเซลขนาด 2,800 ซีซี รหัส 1GD-FTV 4 สูบ แถวเรียง DOHC 16 วาล์ว จ่ายน้ำมันแบบ
    หัวฉีดแรงดันสูงคอมมอนเรล เทอร์โบแปรผัน VN Turbo และ อินเตอร์คูลเลอร์ 204 แรงม้า แรงบิดสูงสุด
    500 นิวตันเมตร จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ พร้อมโหมด +-
     ปรับรอบเดินเบาจาก 850 รอบต่อนาที
    เหลือ 680 รอบต่อนาที
  • เครื่องยนต์ดีเซลขนาด 2,400 ซีซี รหัส 2GD-FTV 4 สูบ แถวเรียง DOHC 16 วาล์ว จ่ายน้ำมันแบบ
    หัวฉีดแรงดันสูงคอมมอนเรล เทอร์โบแปรผัน VN Turbo และ อินเตอร์คูลเลอร์ ให้กำลังสูงสุด 150 แรงม้า (110 กิโลวัตต์) ที่ 3,400 รอบ-นาที แรงบิดสูงสุด 400 นิวตัน-เมตร ที่ 1,600-2,000 รอบ-นาที
    ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ พร้อมโหมด +-
ระบบความปลอดภัย
  • ระบบช่วยเหลือการขับขี่ Toyota Safety Sense (ในรุ่น Legender)
    • ระบบควบคุมความเร็วและระยะห่างแบบแปรผัน DRCC (Dynamic Radar Cruise Control)
    • ระบบเตือนการชนด้านหน้าพร้อมเบรกอัตโนมัติ Pre-Crash Safety System
    • ระบบเตือนรถออกนอกเลนพร้อมพวงมาลัยช่วย Lane Departure Alert
  • ระบบเบรก ABS/EBD/BA
  • ระบบควบคุมการทรงตัว VSC/A-TRC
  • ระบบป้องกันรถส่าย TSC
  • ระบบช่วยขึ้นเขา HAC
  • ระบบช่วยลงเขา DAC
  • ระบบช่วยออกตัวฉุกเฉิน DSC
  • ระบบเตือนมุมอับด้านข้างและขณะถอยหลัง
  • ถุงลมนิรภัย 7 ตำแหน่ง
  • กล้องมองภาพรอบทิศทาง
  • เซ็นเซอร์รอบคัน (หน้า 2 จุด + หลัง 4 จุด)

สัมผัส Toyota Fortuner MY2022 ได้ในงาน Big Motor Sales 2022 ในวันที่ 19-28 สิงหาคม 2022
และที่โชว์รูม Toyota ทั่วประเทศ