หลังจากที่ Toyota Corolla Cross ทำตลาดในเมืองไทยจนเป็นเบอร์ 1 ของตลาด รวมถึงหลายๆประเทศ
ในแถบอาเซียน ตะวันออกกลาง อเมริกาใต้ต่างได้ใช้กันถ้วนหน้า ล่าสุด ก็ได้บุกตลาดอเมริกาเหนือเรียบร้อย
แม้ว่าหน้าตาจะเหมือนกันทั้งภายนอก/ภายใน แต่ก็มีจุดเด่นที่แตกต่างกันให้เห็นพอสมควร

สิ่งที่แตกต่างจากเวอร์ชั่นไทยมีดังนี้

  • ไฟเลี้ยวสีส้มบริเวณโคมไฟหน้า
  • ไฟเลี้ยวในกระจกมองข้างมีขนาดเล็กลง
  • ไม่มีไฟตัดหมอกหลัง
  • โลโก้ Corolla Cross แปะที่ฝั่งซ้ายแบบแนวตั้ง (เวอร์ชั่นไทยแปะตรงคิ้วทะเบียนแบบแนวนอน)
  • ไม่มีกล้องมองภาพรอบทิศทาง
  • กระจกมองข้างมีไล่ฝ้า และกรอบสีดำในรุ่นล่างสุด (เวอร์ชั่นไทยไม่มีไล่ฝ้า และกรอบสีตามตัวรถทุกรุ่น)
  • ล้อรุ่นล่างสุดเป็นเหล็กพร้อมฝาครอบ (เวอร์ชั่นไทยเป็นล้ออัลลอยพร้อมฝาครอบ)
  • สีตัวรถ
    • ไม่มีสีน้ำตาล Graphite Gray
    • มีสีเขียวเข้ม Cypress

รายละเอียดอื่นๆไม่แตกต่างจากเวอร์ชั่นไทย เริ่มจาก ไฟหน้า Full LED กระจังหน้าลายตาข่ายทรงปากกว้าง
เสริมไฟตัดหมอกหน้า LED ด้านข้างติดตั้งราวหลังคาเสริม พร้อมแนวกระจกที่มีลักษณะเดียวกับ RAV4
รุ่นปัจจุบันล้ออัลลอย 18 นิ้วลาย 5 ก้านคู่ ด้านท้ายมาพร้อมกับไฟท้าย LED แบบธรรมดา รวมถึงประตูหลัง
สามารถเปิด/ปิดด้วยไฟฟ้าพร้อมระบบเตะเปิด และหลังคามูนรูฟ

ภายในติดตั้งอุปกรณ์ที่แตกต่างจากเวอร์ชั่นไทยดังนี้

  • ภายในมีให้เลือกทั้งสีดำล้วน/ดำเบจ (เวอร์ชั่นไทยดำล้วน/ดำแดง Terra Rosa)
  • ติดตั้งเบรกมือไฟฟ้าพร้อมปุ่ม Auto Hold
  • ติดตั้งที่ชาร์จไร้สายเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน (บ้านเราต้องจ่ายเพิ่ม)
  • มีฮีทเตอร์บริเวณเบาะคู่หน้า
  • ไม่มีที่ปัดน้ำฝาอัตโนมัติ (เวอร์ชั่นไทยมีให้เลือก 2 รุ่น)
  • รุ่นล่างสุดมีระบบปรับอากาศแบบธรรมดา (เวอร์ชั่นไทยมีแอร์อัตโนมัติทุกรุ่น)
  • มีเบาะผ้าให้เลือกในรุ่นรองลงมา (เวอร์ชั่นไทยเบาะหนังทุกรุ่น)
  • พวงมาลัย/หัวเกียร์ยูริเธนในรุ่นเริ่มต้น (เวอร์ชั่นไทยหุ้มหนังทุกรุ่น)
  • มีปุ่มฉุกเฉินบริเวณไฟอ่านแผนที่ พร้อมไฟเตือนคาดเข็มขัดนิรภัย
  • แผงบังแดดรุ่นล่างสุดไม่มีไฟ (เวอร์ชั่นไทยมีไฟทุกรุ่น)
  • แผงบังแดดรุ่นบนๆสามารถเลื่อนออกมาได้
  • ชุดเครื่องเสียงรอบรับวิทยุดิจิตอล SiriusXM พร้อมจอสัมผัสขนาด 8 นิ้ว (เวอร์ชั่นไทยจอขนาด 9 นิ้ว)
  • มีลำโพง JBL 9 ตำแหน่งให้เลือก
  • ช่องเสียบ USB ด้านหลังเป็นแบบปกติและ Type C (เวอร์ชั่นไทยเป็นแบบปกติทั้งคู่)

ส่วนรายละเอียดที่เหลือจะมีทั้ง แผงคอนโซลครึ่งบนยกมาจาก Corolla รุ่นอื่นๆ แต่ด้านล่างปรับเส้นสาย
ให้เหลี่ยมและชันขึ้น ติดตั้งชุดเครื่องเสียงรองรับการเชื่อมต่อ Apple Carplay/Android Auto พร้อม
ช่องเสียบ USB บริเวณด้านล่างสุด ระบบปรับอากาศอัตโนมัติปรับแยกได้อิสระ พร้อมช่องแอร์หลัง
มาตรวัดมีจอแสดงผลแบบสีทั้งขนาด 4.2 นิ้วและ 7 นิ้ว พวงมาลัยเป็นแบบ 3 ก้านเสริมปุ่มควบคุม
เครื่องเสียง ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ จอแสดงผลการขับขี่ โทรศัพท์ทุกรุ่นย่อย

เบาะนั่งเป็นแบบ 3 แถว 7 ที่นั่ง ฝั่งคนขับสามารถปรับได้ 10 ทิศทางด้วยไฟฟ้า ส่วนเบาะหลังสามารถ
พับและเอนได้ในอัตราส่วน 60/40 เสริมที่พักแขนและที่วางแก้ว

ขุมพลังในเบื้องต้นมีให้เลือกแบบเดียว

  • เครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร M20A-FKS พร้อมระบบวาล์วแปรผัน Dual VVT-i ให้กำลังสูงสุด 169 แรงม้า
    ที่ 6,600 รอบต่อนาที แรงบิด 203 นิวตัน-เมตรที่ 4,400 รอบต่อนาที จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ Direct Shift
    ล็อกอัตราทด 10 จังหวะ มีให้เลือกทั้งแบบขับเคลื่อนล้อหน้าหรือล้อหลัง

งานวิศวกรรม แม้ว่าตัวรถสร้างขึ้นบนพื้นฐาน TNGA แต่ช่วงล่างด้านหน้ายังคงเป็นแมคเฟอร์สันสตรัท
ด้านหลังยังคงเป็นทอร์ชั่นบีม (แต่รุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อเป็นแบบอิสระ Multi-link) ส่วนอื่นๆยังคงเดิม
ทั้งดิสก์เบรก 4 ล้อและพวงมาลัยเพาเวอร์ไฟฟ้า

ระบบความปลอดภัยมีดังต่อไปนี้
(ตัวหนา : แตกต่างจากเวอร์ชั่นไทย)

  • ระบบความปลอดภัย Toyota Safety Sense
    • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผันทุกย่านความเร็ว Full Speed -DRCC
      (Full-Speed Dynamic Radar Cruise Control)
    • ระบบเตือนการชนด้านหน้าพร้อมเบรกอัตโนมัติ (Pre Collision System)
    • ระบบช่วยประคองรถให้อยู่ในเลนตรงกลาง LTA (Lane Tracing Assist)
    • ระบบเตือนรถออกนอกเลนพร้อมพวงมาลัยช่วย LDA (Lane Departure Alert with Steering Assist)
    • ระบบเปิด/ปิดไฟสูงอัตโนมัติ AHB (Automatic High Beam)
  • ระบบเบรก ABS/EBD/BA
  • ระบบควบคุมการทรงตัว VSC/TRC
  • ระบบช่วยขึ้นเขา HSA
  • ถุงลมนิรภัย 9 ตำแหน่ง (คู่หน้า 2 + ด้านข้าง 4 + ม่านนิรภัย 2 + หัวเข่า 1)
  • เข็มขัดนิรภัยทุกที่นั่ง ด้านหน้าปรับสูง/ต่ำได้
  • ระบบเตือนมุมอับด้านข้างและเตือนขณะถอยหลังพร้อมเบรกอัตโนมัติ
  • เซ็นเซอร์กะระยะหน้า/หลังพร้อมเบรกอัตโนมัติ
  • ระบบเตือนแรงดันลมยาง TPMS (Tire Pressure Monitoring System)
  • ระบบไฟเบรกฉุกเฉิน ESS
  • ระบบช่วยออกตัว DSC (Drive Start Control)
  • กุญแจนิรภัยพร้อมสัญญาณกันขโมย

Toyota Corolla Cross ทำตลาดในสหรัฐอเมริกาถึง 3 รุ่นย่อยคือ L LE และ XLE โดยจะมี
ให้เลือกทั้งขับเคลื่อนล้อหน้าหรือสี่ล้อ AWD ส่วนราคาจะแจ้งให้ทราบในภายหลัง สำหรับ
ประเทศไทย ต้องรอดูกันว่า รุ่นปรับอุปกรณ์จะมีออปชั่นอะไรติดตั้งให้ ต้องรอดูกันต่อไปครับ