สถานการณ์ของ Corolla Altis ในประเทศไทยถือว่าไม่ค่อยสู้ดีนัก เนื่องจากยอดขายที่ตกเป็นที่ 2
ตลอดอายุตลาด (แม้ว่าตัวถังจะสดใหม่กว่า Civic ก็ตาม) เหตุผลหลักอยู่ที่การดันรุ่น Hybrid
มากไปจนรุ่นเครื่องยนต์ปกติขาดหลายๆอย่าง ทั้งรุ่นย่อยที่เหมาะสมและอุปกรณ์ที่ครบครัน
มาวันนี้ได้พยายามอุดช่องโหว่ด้วยการปรับอุปกรณ์ในจุดที่หลายๆคนติไว้ตั้งแต่เปิดตัว
โดยเริ่มทำตลาดแล้ววันนี้

สิ่งที่เพิ่มเติมจากรุ่นเดิมมีดังนี้

  • ปรับรุ่นย่อยใหม่ในรุ่น Hybrid ตาม Corolla Cross
    • ชื่อรุ่นย่อย Hybrid Entry เป็น Hybrid Smart
    • ชื่อรุ่นย่อย Hybrid Mid เป็น Hybrid Premium
    • ชื่อรุ่นย่อย Hybrid High เป็น Hybrid Premium Safety
  • เพิ่มรุ่นย่อย 1.8 Sport ซึ่งตัดอุปกรณ์จากรุ่น 1.8 GR Sport เดิม (MY2019) อาทิ
    • เปลี่ยนล้ออัลลอย 17 นิ้วเป็นลายเดียวกับรุ่น HV High
    • ตัดไฟตัดหมอกหน้าออก
    • ตัดชุดแต่งและสปอยเลอร์หลังออก
    • ตัด Paddle Shift ออก
    • ภายในเป็นสีดำล้วน (รุ่น GR Sport เป็นสีดำ/แดง)
    • เพิ่มระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ Cruise Control
    • เปลี่ยนมาตรวัดเป็นแบบจอแสดงผลขนาด 7 นิ้ว
    • เพิ่มที่ชาร์จโทรศัพท์ไร้สาย Wireless Charging
    • อุปกรณ์อื่นๆยังเหมือนเดิม
      • ไฟหน้า LED โปรเจคเตอร์
      • ไฟท้าย Full LED
      • แอร์อัตโนมัติพร้อมช่องแอร์ด้านหลัง
      • ชุดเครื่องเสียงจอสัมผัสขนาด 8 นิ้วรองรับ Apple Carplay/Android Auto
      • ปุ่มควบคุมเครื่องเสียงและจอแสดงผล MID บนพวงมาลัย
      • กุญแจอัจฉริยะพร้อมปุ่มสตาร์ท
      • เพิ่มระบบเตือนมุมอับด้านข้างและขณะถอยหลัง
      • เพิ่มกระจกมองข้างก้มลงขณะถอยหลัง Reverse Link
      • โหมดการขับขี่แบบสปอร์ต
      • เบาะหลังพับได้ในอัตราส่วน 60/40 พร้อมที่พักแขนและที่วางแก้ว
      • กล้องมองหลัง

  • เพิ่มออปชั่นให้กับรุ่นดังนี้
    • รุ่น GR Sport
      • เพิ่มระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ Cruise Control
      • เปลี่ยนมาตรวัดเป็นแบบจอแสดงผลขนาด 7 นิ้ว
      • เพิ่มมาตรวัดเสริมบนกระจก HUD
      • เพิ่มที่ชาร์จโทรศัพท์ไร้สาย Wireless Charging
      • ชุดแต่งรูปทรงเดิมไม่เปลี่ยนแปลง
    • รุ่น Hybrid Premium
      • เพิ่มระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ Cruise Control
      • เพิ่มระบบเตือนมุมอับด้านข้างและขณะถอยหลัง
      • เพิ่มกระจกมองข้างก้มลงขณะถอยหลัง Reverse Link
  • เปลี่ยนโทนสีใหม่
    • สีขาวมุกจากเดิม White Pearl Crystal Shine เป็น Platinum White Pearl

ขุมพลังมาพร้อมกับเครื่องยนต์ดังนี้

  • เครื่องยนต์เบนซิน 1.6 ลิตร รหัส 1ZR-FBE พร้อมวาล์วแปรผัน Dual VVT-i พละกำลังสูงสุด
    125 แรงม้าที่ 6,050 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 156 นิวตัน-เมตร ที่ 5,200 รอบต่อนาที
    จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ Super CVT-i ล็อกอัตราทด 7 จังหวะ
  • เครื่องยนต์เบนซิน 1.8 ลิตร รหัส 2ZR-FBE พร้อมวาล์วแปรผัน Dual VVT-i พละกำลังสูงสุด
    140 แรงม้าที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 177 นิวตัน-เมตร ที่ 4,000 รอบต่อนาที
    จับคู่กับเกียร์เกียร์อัตโนมัติ Super CVT-i ล็อกอัตราทด 7 จังหวะ
  • เครื่องยนต์เบนซินไฮบริด 1.8 ลิตรรหัส 2ZR-FXE มีพละกำลังสูงสุด 98 แรงม้าที่ 5,200 รอบต่อนาที
    แรงบิดมีกำลัง 142 นิวตัน-เมตรที่ 3,600 รอบต่อนที ส่วนแบตเตอรี่ มีกำลัง 72 แรงม้า แรงบิดมีกำลัง
    163 นิวตัน-เมตรที่ (รวมกันแล้วมีกำลังสูงสุด 122 แรงม้า) จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ ECVT

Corolla Altis ใหม่สร้างขึ้นบนพื้นฐาน TNGA (Toyota New Global Architecture) เช่นเดียวกับ
C-HR และ Camry ที่มีการปรับจูนให้ขับสนุกยิ่งขึ้น รวมถึงเก็บเสียงจากภายในรถให้เงียบกว่าเดิม
จุดศูนย์ถ่วงต่ำและรองรับการบิดตัวได้ดี อีกทั้งช่วงล่างด้านหน้าเป็นแบบแมคเฟอร์สันสตรัท ด้านหลัง
เปลี่ยนเป็นแบบอิสระปีกนกคู่ (Double Wishbone) พร้อมเหล็กกันโคลงหน้า/หลัง (รุ่น Limo
มีเฉพาะด้านหลังเท่านั้น)

สัมผัส Toyota Corolla Altis MY2021 ได้ที่โชว์รูม Toyota ทั่วประเทศ