Toyota Camry โฉมปัจจุบันทำตลาดมาตั้งแต่ปี 2017 โดยมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ อาทิ
ยุบทุกโฉมมารวมเป็นแบบเดียว,หน้าตาภายนอกที่ฉีกไปจาก Camry เดิมๆ ขุมพลังใหม่แกะกล่อง
Dynamic Force ทำให้ Camry ประสบความสำเร็จในระดับหนึ่ง ล่าสุด ทำตลาดร่วม 3 ปี
Toyota จึงขอปรับหน้าตา Camry ใหม่เล็กน้อย ซึ่งอัดแน่นไปด้วยอุปกรณ์ต่างๆในสหรัฐอเมริกา

สิ่งที่แตกต่างจากรุ่นเดิมดังนี้

  • ปรับเส้นสายกระจังหน้าเล็กน้อย
  • เสริมคิ้วโครเมียมบริเวณช่องดักลมกันชนหน้าในรุ่นปกติ
  • ปรับกันชนหน้าใหม่ในรุ่นสปอร์ต ช่องแยกออกมาใหญ่ขึ้น
  • ล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้วลายใหม่
  • ย้ายช่องแอร์มาไว้ตรงกลาง
  • ชุดเครื่องเสียงปรับหน้าตาและเมนูใหม่ รองรับ Apple Carplay/Android Auto
    พร้อมจอแบบนูนออกมาทั้งขนาด 7 นิ้วและ 9 นิ้ว
  • เพิ่มรุ่นย่อยใหม่ XSE Hybrid

ถึงแม้ว่ากน้าตาภายนอกกับภายในจะปรับไม่เยอะนัก แต่ Toyota มีการปรับปรุง Toyota Safety Sense
เวอร์ชั่นใหม่เป็น 2.5 (เหนือกว่าของ Corolla Altis และ Corolla Cross ในบ้านเรา) ซึ่งต่างกันดังนี้

  • ปรับปรุงคุณภาพกล้องและเรดาร์ให้รองรับการใช้งานตอนกลางคืนและตอบสนองดีขึ้น
  • รองรับการเตือนการชนด้านหน้าขณะเปลี่ยนเลน (จากเดิมเตือนเมื่ออยู่ในเลนเดียวกัน)
  • ระบบช่วยหักเลี้ยวฉุกเฉินอัตโนมัติ
  • Adaptive Cruise Control ทำงานราบรื่นและช่วนในการเร่งที่ดีขึ้นแม้กระทั่งเปลี่ยนเลน

ซึ่งทั้งหมดนี้จะติดตั้งใน Camry เป็นรุ่นแรก และรุ่นอื่นๆจะตามมาในภายหลัง

ขุมพลังยังคงเหมือเดิม

เวอร์ชั่นอเมริกา

  • เครื่องยนต์เบนซิน 2.5 ลิตร Dynamic Force 4 สูบ 16 วาล์ว พร้อมระบบจ่ายน้ำมันหัวฉีด D4-S
    203-206 แรงม้าที่ 6,600 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 249 นิวตัน-เมตร ที่ 5,000 รอบต่อนาที พร้อมโหมด
    Eco Sport และ Normal ในบางรุ่น จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ
  • เครื่องยนต์เบนซิน 3.5 ลิตร Dynamic Force V6 24 วาล์ว พร้อมระบบจ่ายน้ำมันหัวฉีด D4-S
    301 แรงม้าที่ 6,600 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 362 นิวตัน-เมตร ที่ 4,700 รอบต่อนาที พร้อมโหมด
    Eco Sport และ Normal ในบางรุ่น จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ
  • เครื่องยนต์เบนซินไฮบริด 2.5 ลิตร Dynamic Force 4 สูบ 16 วาล์ว พร้อมระบบจ่ายน้ำมันหัวฉีด D4-S
    176 แรงม้าที่ 6,600 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 249 นิวตัน-เมตร ที่ 5,000 รอบต่อนาที มอเตอร์ไฟฟ้า
    มีกำลัง 118 แรงท้า แรงบิด 202 นิวตัน-เมตร จับคู่แล้วแรงถึง 208 แรงม้าพร้อมโหมด Eco Sport
    และ Normal ในบางรุ่น จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ ECVT ล็อกอัตราทด 6 จังหวะ

เวอร์ชั่นไทย

  • เครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร 6AR-FSE พร้อมระบบวาล์วแปรผัน VVT-iW จ่ายน้ำมันแบบฉีดตรง
    D4-S 167 แรงม้า แรงบิด 199 นิวตัน-เมตร จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ Super ECT 6 จังหวะ
  • เครื่องยนต์เบนซิน 2.5 ลิตร Dynamic Force A25A-FKS 209 แรงม้า แรงบิด 250 นิวตัน-เมตร
    จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ Direct-Shift 8 จังหวะ พร้อม Manual Mode
  • เครื่องยนต์เบนซินไฮบริด 2.5 ลิตร Dynamic Force A25A-FXS 178 แรงม้า แรงบิด 221 นิวตัน-เมตร
    พ่วงด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าที่มีกำลัง 118 แรงม้า แรงบิด 160 นิวตัน-เมตร รวมกันแล้วมีพละกำลังถึง 211 แรงม้า
    จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ E-CVT พร้อม Manual Mode 6 จังหวะ

Toyota Camry เตรียมทำตลาดในสหรัฐอเมริกาเร็วๆนี้ สำหรับประเทศไทยอาจจะเจอกัยอย่างเร็วในปีหน้า
ซึ่งความคืบหน้าจะแจ้งให้ทราบกันต่อไป

Facebook Comments