หลังจากที่ Toyota C-HR เริ่มทำตลาดมาตั้งแต่ปลายปี 2016 ก็ได้รับความนิยมในหลายๆที่ทั้งยุโรป
ญี่ปุ่น รวมถึงประเทศไทย อย่างไรก็ตาม มันถึงเวลาแล้วที่จะต้องมีการปรับปรุงเพื่อกระตุ้นตลาดกันเสียที
ล่าสุด Toyota ก็ได้เผยโฉม C-HR Minorchange อย่างเป็นทางการ มาพร้อมกับหน้าตาใหม่
ภายในปรับอุปกรณ์เล็กน้อยพร้อมขุมพลังใหม่ โดยจะเริ่มทำตลาดในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

(เวอร์ชั่นออสเตรเลีย)

หน้าตาภายนอกมีการเปลี่ยนแปลงให้ล้ำสมัยขึ้น ซึ่งปรับดังต่อไปนี้

  • ไฟหน้า LED มีให้เลือก 2 แบบ
    • ไฟหน้าโปรเจคเตอร์ LED รวมไฟเลี้ยวและไฟหรี่ LED ไว้ในโคมเดียวกัน
      (ยกเลิกไฟเลี้ยวแบบกระพริบไล่จากซ้ายไปขวา)
    • ไฟหน้า LED แบบ 3 ช่องพร้อมปรับตำแหน่งใหม่ (แทนไฟหน้าโปรเจคเตอร์ฮาโลเจนเดิม)
  • เพิ่มไฟหน้าแบบเลี้ยวตามพวงมาลัย Adaptive Front lighting System (อ้างอิงจากเวอร์ชั่นอเมริกาเหนือ)
  • กันชนหน้าทรงใหม่ พร้อมย้ายตำแหน่งไฟตัดหมอกหน้า LED ไว้ที่ด้านข้างของช่องกันชนหน้า
  • ล้ออัลลอยใหม่
    • ขนาด 17 นิ้วลาย 5 ก้านทรงสี่เหลี่ยมเหมือนเวอร์ชั่นไทย MY2019
      (ในรุ่นเริ่มต้นของเวอร์ชั่นอเมริกาเหนือ)
    • ขนาด 18 นิ้วลายใหม่แบบ 5 ก้านทรงสี่เหลี่ยมที่พริ้วไหวขึ้น
  • ไฟท้าย LED ปรับรายละเอียดใหม่ เสริมด้วยเส้นสีดำที่เป็นสปอยเลอร์ในตัว
  • ปรับรายละเอียดกันชนหลังใหม่ พร้อมเสริมด้วยโครเมียม (ในเวอร์ชั่นยุโรป)
  • เพิ่มสีตัวถังใหม่
    • สีส้ม หลังคาสีดำ
    • สีดำ หลังคาสีเงิน (ในตลาดอเมริกาเหนือ)
    • ยกเลิกหลังคาสีขาว (ในตลาดอเมริกาเหนือ)

ภายในแม้ว่าจะไม่มีการเปลี่ยนอะไรที่เห็นได้ชัด แต่ก็มีการปรับอุปกรณ์ต่างๆดังนี้

  • ปรับโทนสีบริเวณแผงด้านบนและที่พักแขนใหม่ (จากเดิมเป็นสีน้ำตาลอ่อน)
  • ชุดเครื่องเสียงจอสัมผัสใหม่ขนาด 8 นิ้ว รองรับ Apple Carplay/Android Auto
  • ถอดนาฬิกาดิจิตอลบริเวณชุดเครื่องเสียงออก
  • ปุ่มระบบปรับอากาศเปลี่ยนปุ่มจาก ECO Heat/Cool เป็น Fast Eco (ในบางประเทศ)
  • ปรับกราฟิกบนมาตรวัด MID ใหม่
  • เพิ่มเบาะคนขับปรับด้วยไฟฟ้า (อ้างอิงจากเวอร์ชั่นอเมริกาเหนือ)

ขุมพลังมีให้เลือกดังต่อไปนี้

  • เครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร 144 แรงม้า แรงบิด 188 นิวตัน-เมตร จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ
    SUPER CVT-i ล็อกอัตราทด 7 จังหวะ (เฉพาะตลาดอเมริกาเหนือ)
  • เครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ 1.2 ลิตร 116 แรงม้า แรงบิด 185 นิวตัน-เมตร จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ CVT
  • เครื่องยนต์เบนซินไฮบริด 1.8 ลิตร 122 แรงม้าจับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ ECVT
  • เครื่องยนต์เบนซินไฮบริด 2.0 ลิตร Dynamic Force 184 แรงม้าจับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ ECVT

นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับช่วงล่างและพวงมาลัยเพาเวอร์ไฟฟ้าที่ปรับปรุงให้ดีขึ้น รวมทั้งปรับการเก็บเสียง
ให้ดีขึ้นเพื่อลดเสียงรบกวนภายในห้องโดยสาร

ระบบความปลอดภัยมาพร้อมกับ Toyota Safety Sense พร้อมระบบดังนี้ (อ้างอิงจากเวอร์ชั่นอเมริกาเหนือ)

  • ระบบควบคุมความเร็วและระยะห่างหน้ารถทุกย่านความเร็ว (All Speed Dynamic Radar Cruise Control)
  • ระบบเตือนการชนด้านหน้า พร้อมเบรกอัตโนมัติทั้งรถด้านหน้าและคนข้ามถนน
  • ระบบเตือนรถออกนอกเลนพร้อมพวงมาลัยช่วย
  • ไฟสูงเปิด/ปิดอัตโนมัติ
  • ระบบเตือนมุมอับด้านข้างและขณะถอยหลัง (ในรุ่น XLE และ Limited)

Toyota C-HR Minorchange เริ่มทยอยเปิดราคาอย่างเป็นทางการ โดยเวอร์ชั่นอเมริกาเหนืออยู่ที่ $26,350
(808,000 บาท) เริ่มจำหน่ายปลายเดือนตุลาคมเป็นต้นไป ขณะที่ที่ยุโรป (ประเทศอังกฤษ) จะมีราคาเริ่มต้นที่
£25,625 (962,000 บาท) เริ่มจำหน่ายในช่วงปลายปี 2019 และประเทศออสเตรเลียเริ่มวางจำหน่ายใน
เดือนธันวาคม 2019 ส่วนประเทศอื่นๆอาจจะตามมาในภายหลัง เช่นเดียวกับประเทศไทย

ที่มา : Motor1,Carscoops,Caradvice,Toyota USA Official,Youtube ช่อง Redlines Review
(สำหรับรายละเอียดบางส่วน)

 

Facebook Comments