หลังจากที่ Toyota Motor Corporation ได้ยลโฉมรถยนต์ไฟฟ้าทรง SUV คันแรกในชื่อ bZ4X และได้ประกาศแผนการจำหน่ายทั่วโลกในช่วงปลายปี 2022 ล่าสุดในการแถลงยอดขายรถยนต์ประจำปี 2022 ช่วงนึงของงานแถลง มร. โนริอากิ ยามาชิตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ได้กล่าวว่า

“อย่างที่ทุกท่านทราบกันดีว่าโตโยต้ามุ่งมั่นที่จะสร้างความเป็นกลางทางคาร์บอนให้สำเร็จภายในปี 2593 โดยเมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2564 คุณอากิโอะ โตโยดะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ โตโยต้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น ได้ประกาศไว้ว่าโตโยต้ามีกลยุทธ์มุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือกลยุทธ์ด้านยานยนต์ไฟฟ้าพลังงานแบตเตอรี่ ท่านได้ประกาศไว้ว่าโตโยต้าจะผลิตรถยนต์ไฟฟ้าพลังงานแบตเตอรี่ครบทั้ง 30 รุ่น ภายในปี 2573 โดยรวมไปถึงรถซีรีส์ bZ จำนวน 5 โมเดล ซึ่งมาพร้อมกับแพลตฟอร์มที่พัฒนาขึ้นมาสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าพลังงานแบตเตอรี่โดยเฉพาะ”



“ในประเทศไทยนั้น โตโยต้าเป็นผู้ริเริ่มแนะนำเทคโนโลยีด้านยานยนต์ไฟฟ้ามาตั้งแต่ปี 2552 อีกทั้งในปีที่แล้ว เรายังได้ทำการแนะนำ เลกซัส UX300e ซึ่งเป็นรถยนต์ไฟฟ้าพลังงานแบตเตอรี่ และ เลกซัส NX450h+ ซึ่งเป็นรถยนต์ไฟฟ้าแบบปลั๊กอินไฮบริด สำหรับแบรนด์โตโยต้า เรามีแผนที่จะทำการแนะนำ bZ4X ซึ่งถือเป็นรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นแรกของซีรีส์ bZ ออกสู่ตลาดภายในปีนี้ ยิ่งไปกว่านั้น เราจะพยายามส่งเสริมให้มีการใช้ชิ้นส่วนที่ผลิตในประเทศให้มากยิ่งขึ้น เพื่อผลักดันให้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตหลักสำหรับการประกอบรถยนต์ไฟฟ้าอีกหลากหลายรุ่นต่อไปในอนาคต” มร. โนริอากิ ยามาชิตะ กล่าว



ทั้งนี้โตโยต้ามีเป้าหมายที่จะขายรถยนต์ไฟฟ้าพลังงานแบตเตอรี่อยู่ที่ 3.5 ล้านคัน ภายในปี 2573 โดยใช้งบลงทุน 1.2 ล้านล้านบาท เพื่อพัฒนารถยนต์ไฟฟ้า โดยที่เงิน 0.6 ล้านล้านบาทนั้นเป็นการลงทุนด้านแบตเตอรี่ และยังลงทุนอีก 1.2 ล้านล้านบาท สำหรับรถยนต์ไฟฟ้าแบบไฮบริด รถยนต์ไฟฟ้าแบบปลั๊กอินไฮบริด และรถยนต์ไฟฟ้าแบบเซลล์เชื้อเพลิง ภายในปี 2573”




สำหรับ Toyota bZ4X ถือเป็นรถยนต์ไฟฟ้าคันแรกของ Toyota ภายใต้แบรนด์ bZ ซึ่งย่อมาจาก Beyond Zero โดยพัฒนาร่วมกับ Subaru ก่อนหน้านี้มีแผนที่จะจำหน่ายทั่วโลกในช่วงปลายปี 2021 แต่ด้วยสถานการณ์ขาดแคลนของชิป Semi-conductor และโควิด-19 ทำให้ Toyota เลื่อนแผนการจำหน่ายไปเป็นปลายปี 2022 แทน โดย Toyota bZ4X มีความยาว 1,860 มม. ความกว้าง 4,690 มม. ความสูงรวมเสาอากาศ 1,650 มม. ฐานล้อ 2,850 มม. วงเลี้ยวแคบเพียง 5.7 เมตร

ด้านภายนอก มีแนวคิด “Hi-Tech and Emotion” ที่เน้นความเพรียว ลู่ลม แต่ทรงพลังเป็น SUV ที่มีเอกลักษณ์ชัดเจน ขณะที่ด้านหน้าได้รับแรงบันดาลใจจากฉลาม Hammerhead โดยเฉพาะไฟหน้าที่เชื่อมเข้ากับกระจังหน้าขนาดใหญ่ให้ความรู้สึกดุดันมากขึ้น ส่วนด้านข้างออกแบบให้เข้ากับสัดส่วนด้านหน้า พร้อมโป่งล้องสีดำขนาดใหญ่ 4 ล้อ เพื่อเสริมลุคพร้อมลุย ขณะที่ด้านท้ายได้ออกแบบไฟท้ายขนาดใหญ่ที่เชื่อมกับฝาประตูท้าย และทรงยาวถึงล้อหลัง


ขณะที่ภายในมาแบบทรงล้ำอนาคต มีกรกัดลายบริเวณแผงแดชบอร์ด ชุดเครื่องเสียงเป็นจอสัมผัสที่มีความยาวพิเศษ พร้อมปุ่มเปิด/ปิดและปุ่มปรับเสียงเท่านั้น ปุ่มของระบบปรับอากาศเป็นแบบสัมผัส ยกเว้นปุ่มปรับอุณภูมิ แรงลม และทิศทางลมที่ยังเป็นแบบเลื่อนขึ้น/ลง ติดตั้งบริเวณด้านล่างช่องแอร์ที่มีปุ่มสตาร์ทอยู่ข้างๆกัน ระบบส่งกำลังเป็นแบบสวิตซ์หมุนอยู่กึ่งกลางบรรดาปุ่มต่างๆ พร้อมช่องเก็บของที่มีตรงแผงคอนโซลหน้าด้านบน และด้านล่างเสริมช่องเสียบ USB และกล่องคอนโซลกลาง

มาตรวัดเป็นแบบจอแสดงผลแบบสีขนาดใหญ่ที่ติดตั้งให้ตรงกับระดับสายตา พวงมาลัย 3 ก้านแบบใหม่
ที่บริเวณรอบๆโลโก้มีการเซาะร่องให้ลึก และติดตั้งปุ่มมัลติฟังก์ชั่นขนาบข้างซ้าย/ขวาเบาะนั่งมีรูปทรงแบบเดียวกับ Toyota รุ่นอื่นๆ โดยเบาะนั่งและแผงประตูเป็นหนังสีเบจ ด้านหลังแยกพับได้พร้อมที่พักแขนพร้อมออปชั่นความสะดวกทั้งช่องแอร์ด้านหลัง ช่อง USB และปุ่มเปิดระบบอุ่นเบาะ

ขุมพลังมี 2 แบบ คือ

  • มอเตอร์ไฟฟ้าขับเคลื่อนหน้า 204 แรงม้า แรงบิด 265 นิวตันเมตร โดยเคลมว่า 0-100 กม./ชม. ทำได้ 8.4 วินาที ความเร็วสูงสุด 160 กม./ชม. แบตเตอรี่แบบ Lithium-ion ขนาด 71.4 kWh รองรับการชาร์ไฟบ้าน (AC) 6.6 kW และการชาร์จแบบเร็ว (DC) 150 kW ชาร์จ 1 ครั้ง สามารถวิ่งได้ 500 กิโลเมตร (มาตรฐาน WLTP)
  • มอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว ขับเคลื่อน 4 ล้อ รีดพลังได้ 218 แรงม้า 336 นิวตันเมตร โดยเคลมว่า 0-100 กม./ชม. ทำได้ 7.7 วินาที ความเร็วสูงสุด 160 กม./ชม. แบตเตอรี่แบบ Lithium-ion ขนาด 71.4 kWh รองรับการชาร์ไฟบ้าน (AC) 6.6 kW และการชาร์จแบบเร็ว (DC) 150 kW ชาร์จ 1 ครั้ง สามารถวิ่งได้ 460 กิโลเมตร (มาตรฐาน WLTP)

นอกจากนี้ยังติดตั้งหลังคาแบบ Solar Panel ที่ช่วยชาร์จผ่านแสงแดดในกรณีฉุกเฉินอีกด้วย

—-


บทวิเคราะห์

การมาของ Toyota bZ4X ในไทย ถือว่าสร้างแรงกระเพื่อมพอสมควร เพราะต้องยอมรับว่ากลุ่มผู้ใช้ EV คิดว่า Toyota จะไม่ลงเล่น EV แล้ว แต่ท้ายสุด Toyota Motor Coporation ก็เปิดแผนรถ EV มากถึง 30 รุ่นที่เตรียมออกสู่ตลาดหลังจากนี้ ส่งผลให้ทั่วโลกรวมถึงประเทศไทย ดำเนินแผนตามนโยบายอย่างเลี่ยงไม่ได้ กระนั้นการประกาศนำ bZ4X เข้าไทย มี 2 นัยยะสำคัญคือ 

1.ความพร้อมของโรงงาน Toyota Motor Thailand ที่อยู่ในแผนเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว การประกาศของท่านประธาน ถือเป็นสัญญาณว่า “เดินเครื่องได้” ดังนั้นในช่วงปีนี้จะเป็นปีที่ปรับไลน์การผลิตในรองรับยานยนต์ไฟฟ้าในอนาคตแน่นอน

2.มาตรการสนับสนุนยานยนต์ไฟฟ้าจากรัฐบาล ณ เวลานี้แพ็คสนับสนุน EV ได้เข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีแล้ว แต่มีการให้ไปปรับแก้และเพิ่มรายละเอียดด้านอื่นให้ครอบคลุมมากขึ้น กระนั้นในช่วงที่ bZ4X ออกสู่ตลาดในไทยอย่างเป็นทางการ มาตรการสนับสนุนจากรัฐบาลได้รับการอนุมัติอย่างเป็นทางการแล้ว แต่ในเรื่องราคานั้นคงต้องรอติดตามกันพักใหญ่ว่าจะจบอยู่เท่าไร (ซึ่งคาดว่าไม่ถูกแน่นอน)

คงต้องติดตามกันว่า การมาของ Toyota bZ4X ในไทยจะมาในรูปแบบใด และจะเริ่มจำหน่ายอย่างเป็นทางได้เมื่อไร Carsideteam จะรายงานทันทีที่มีความเคลื่อนไหวครับ


เรียบเรียงโดย Carsideteam