แม้สถานการณ์ของ SsangYong ยังไม่ค่อยสู้ดีนักจากการเงินที่ฝืดเคือง ทั้งนี้ต้องมีการทำตลาดกันต่อไป
คราวนี้มาถึงคิว Crossover กันเช่นเคยแต่งวดนี้จะมาในรูปทรงเหลี่ยม และเรโทรแต่แฝงด้วยเทคโนโลยี
กันเต็มคัน ซึ่ง SsangYong Torres ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้ววันนี้โดยวางตำแหน่งการตลาด
เหนือกว่า Korando

หน้าตาภายนอกมาในสไตล์เรียวยาวและดูแบน ทั้งไฟหน้า Full LED ที่กลมกลืนกับกระจังหน้าทรงตั้ง
ตกแต่งช่องระบายอากาศด้วยสีดำพร้อมการ์ดกันชนสีเงิน และไฟตัดหมอกหน้ากรอบเหลี่ยม ด้านข้าง
มีเส้นสายที่ดูขนานกัน พร้อมกระจกหน้าต่างบานใหญ่ แต่มีแถบสีเงินคั่นบริเวณเสา C โดยมีลักษณะนูน
คล้ายกับกล่องฉุกเฉิน ส่วนด้านท้ายมาพร้อมไฟท้าย LED ทรงเหลี่ยมและกรอบต่างๆที่แปลกตา
เช่นเดียวกับชายล่างกันชนสีเงิน ซึ่งในภาพรวมก็มีความดิบกว่า Crossover ในเพื่อนร่วมค่ายอย่างชัดเจน

ภายในตกแต่งด้วยโทนสีน้ำตาลที่ดูเป็นผู้ใหญ่ แน่นอนว่าเสริมด้วยวัสดุนุ่มและลายตะเข็บสีเงิน แม้จะดู
เรโทร แต่ก็แฝงเทคโนโลยีแบบเต็มพิกัดทั้งหน้าจอ 3 ตำแหน่งอาทิ มาตรวัด ชุดเครื่องเสียงขนาด 12.3 นิ้ว
และปุ่มควบคุมระบบต่างๆขนาด 8 นิ้ว คอนโซลกลางทำเป็นแบบช่องลึก มาพร้อมที่เก็บของจุกจิกพร้อมช่อง
เสียบ USB Type-C,ที่วางแก้ว และเกียร์อัตโนมัติ ทั้งนี้พวงมาลัยเป็นแบบ 4 ก้านที่มีปุ่มควบคุมทรงเรียบ
ตกแต่งด้วยสีดำเงา เบาะนั่งเป็นแบบ 2 แถว 5 ที่นั่ง เบาะคู่หน้าปรับไฟฟ้า ส่วนเบาะหลังพับในอัตราส่วน 60/40

ขุมพลังแม้ว่ายังไม่ประกาศออกมา คาดว่าจะยกมาจาก Korando โดยมีรายละเอียดดังยี้

  • เครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ 1.5 ลิตรให้กำลังสูงสุด 168 แรงม้า แรงบิด 280 นิวตัน-เมตร
    มาพร้อมเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ ขับเคลื่อนล้อหน้า/4 ล้อ

ระบบความปลอดภัยมีดังนี้

  • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน
  • ระบบเตือนการชนด้านหน้าพร้อมเบรกอัตโนมัติ
  • ระบบป้องกันการชนซ้ำซ้อน
  • ระบบเตือนและช้วยให้รถอยู่ในเลน
  • ระบบเตือนเมื่อคนขับมีอาการเหนื่อยล้า
  • ระบบเตือนมุมอับด้านข้าง ขณะถอยหลัง
  • ถุงลมนิรภัย 7 ตำแหน่ง
  • ระบบเตือนแรงดันลมยางพร้อมชุดปะยาง
  • ระบบควบคุมการทรงตัว ESP
  • เซ็นเอร์ถอยหลังพร้อมกล้องมองหลัง

SsangYong Torres มีให้เลือก 2 รุ่นย่อยหลักๆคือ T5 และ T7 สนนราคาระหว่าง 26,900,000 – 30,400,000 วอน (ราวๆ 730,000 – 825,000 บาท) พร้อมทำตลาดในไม่กี่เดือนข้างหน้า และพร้อมจำหน่ายทั่วโลก
ภายในปี 2022 ส่วนประเทศไทยคาดว่าจะมีโอกาสจำหน่ายในเร็วๆนี้