Sony Vision-S Concept : เผยโฉมรถยนต์ต้นแบบพลังงานไฟฟ้าจากค่าย Sony

0
131

ถ้าพูดถึง Sony หลายๆคนคงคิดถึงสารพัดเครื่องใช้ไฟฟ้าเป็นหลัก อาทิ โทรทัศน์สีในชื่อ Bravia
เครื่องเล่นเพลงรุ่นฮิตในชื่อ Walkman รวมถึงโทรศัพท์มือถือในชื่อ Xperia,ภาพยนต์ในชื่อ
Sony Pictures  และค่ายเพลงในชื่อ Sony Music อย่างไรก็ตาม Sony ต้องการขยายตลาด
ให้มากกว่านี้ โดยได้ร่วมมือกับสารพัดค่าย อาทิ Nvidia,Continental, Bosch,ZF, และ Qualcomm
โดยได้เผยโฉมไปในงาน CES 2020 เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาโดยใช้ชื่อว่า Sony Vision-S Concept

หน้าตาภายนอกมาพร้อมกับเส้นสายที่เรียบง่าย แต่มีความโฉบเฉี่ยวอยู่พอสมควร เริ่มจากไฟหน้า LED
ขนาดเล็กที่แบ่งเป็น 2 ชั้น พร้อมกระจังหน้าเส้นสีเงินที่มีโลโก้เป็น 2 ขีดคล้ายตัว S พร้อมกันชนหน้า
ที่มีช่องข้างกันชน พร้อมชายล่างสีดำที่โค้งรับเว้ากับกันชน

ด้านข้างมาเป็นสีทูโทนชัดเจน ด้านบนเป็นหลังคากับเสาตัวรถสีดำเงา เสริมด้วยเส้นสีเงินและหลังคา
แบบกระจก Panoramic เต็มบาน พร้อมเส้นสายด้านข้างที่ขนานกัน รวมทั้งตกแต่งแก้มข้างด้วย
ช่องสีดำ และชายล่างที่เป็นสีดำอีกด้วย ส่วนล้ออัลลอยเป็นแบบ 5 ก้านขนาด21 นิ้ว (ส่วนยาง
ด้านหน้าขนาด 245/40R21 ด้านหลังมีขนาด 275/35R21) ส่วนด้านหลังมาพร้อมกับไฟท้าย
ทรงเรียวยาวพร้อมแถบสีเงิน รวมถึงกันชนหลังที่มีการเจาะช่องเอาไว้เล็กๆพร้อมกันชนหลังที่ตกแต่ง
ด้วยช่องสีดำขนาดใหญ่ที่ตกแต่งให้ดูหวือหวาขึ้นอีกนิด

มิติตัวรถมีดังต่อไปนี้

  • ความยาว 4,895 มิลลิเมตร
  • ความกว้าง 1,900 มิลลิเมตร
  • ความสูง 1,450 มิลลิเมตร
  • ความยาวฐานล้อ 3,000 มิลลิเมตร

ส่วนภายในแม้จะมีความเรียบง่ายมากซึ่งเผินๆจะมาในสไตล์เดียวกับรถไฟฟ้าจากค่ายดัง Tesla
แต่มีการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดชุดใหญ่ เช่น เส้นสายสีดำที่ต่อเนื่องกับตัวรถพร้อมกลมกลืนกับช่องแอร์
พร้อมโทนสีภายในสีเบจ พวงมาลัยเป็นแบบ 3 ก้านมาพร้อมกับสวิตซ์ควบคุมเครื่องเสียง ปุ่มเปลี่ยนโหมด
การขับขี่ และ คันเกียร์ที่ย้ายมาเป็นก้านบนคอพวงมาลัย เป็นต้น

แต่จุดเด่นที่เห็นได้ทันทีนั่นคือ สารพัดจอต่างๆ อาทิ จอสำหรับแสดงด้านข้างรถ (โดยถ่ายทอดผ่านกล้อง
ด้านข้างซึ่งเป็นตำแหน่งเดียวกับกระจกมองข้างซึ่งพบได้ใน Audi e-Tron) จอสำหรับผู้โดยสารด้านหน้า
จอแสดงผลตรงกลางสำหรับแสดงการทำงานของชุดเครื่องเสียง ซึ่งมีปุ่มควบคุมบริเวณคอนโซลกลาง
จอควบคุมระบบปรับอากาศที่อยู่ด้านล่างและจอแสดงผลสำหรับมาตรวัดพร้อมแสดงข้อมูลต่างๆภายในรถ
ติดตั้งชุดเครื่องเสียง 360 Reality Audio มาให้เช่นกัน

ส่วนเบาะนั่งออกแบบมาเป็นแบบแยก 4 ที่นั่ง พร้อมที่พักแขนที่มีสวิตซ์ตรงกลาง รวมถึงจอแสดงผล
สำหรับเบาะหลังถึง 3 จุด เสริมด้วยแผงควบคุมมาให้ นอกจากนี้ มาพร้อมที่พักแขนขนาดใหญ่
แบบติดตายมาให้เช่นกัน รวทั้งฝังลำโพงมาให้ในแต่ละเบาะอีกด้วย

ระบบช่วยขับรถอัตโนมัติมาพร้อมกับระบบตรวจจับรถรอบคันถึง 33 จุดเพื่อตรวจจับวัตถุภายนอก
(กล้องรอบคัน 12 จุด + เซนเซอร์ 17 จุด + Lidar 3 จุด + กล้อง CMOS 1 จุด) พร้อมระบบต่างๆ
อาทิ ระบบช่วยจอดอัตโนมัติ,ระบบช่วยขับขี่บนทางหลวง,กล้องสำหรับฉายภาพด้านข้างและด้านหลัง
(ที่กระจกมองหลัง) ระบบตรวจจับพฤติกรรมคนขับขณะขับขี่พร้อมระบบป้องกันคนขับหลับในเช่นกัน
ส่วนระบบอื่นๆมีทั้ง

  • VISION-S LINK รายงานสถานะรถยนต์ผ่านโทรศัพท์มือถือ
  • หน่วยความจำสำหรับเบาะนั่งและระบบต่างๆตามผู้ขับขี่
  • สามารถอัพเดต Software เพื่ออัพเดตระบบภายในรถได้

ขุมพลังมาพร้อมกับแบตเตอรี่ 2 ลูก วางไว้ที่หน้า/หลังของตัวรถ มีกำลังสูงสุด 268 แรงม้า ทำความเร็วสูงสุด
240 กิโลเมตร/ชั่วโมง ทำความเร็ว 0-100 กม./ชม.ในเวลา 4.8 วินาที ติดตั้งระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ
All Wheel Drive พร้อมช่วงล่างแบบอิสระ Double Wishbone ทั้ง 4 ล้อ เสริมด้วยแบบถุงลม
(Air Suspension)

แม้ว่าจะยังไม่ออกสู่ตลาดในขณะนี้ แต่ในอนาคต ยังพอมีความเป็นไปได้ว่าที่จะเริ่มวางจำหน่าย
แต่จะเป็นช่วงไหน ต้อรอให้ Sony มีความพร้อมใหม่มากกว่านี้ก่อน ต้องคอยติดตามกันต่อไป

ที่มา : motor1.com,Sony Official

Facebook Comments