เป็นโอกาสดีที่ Carsideteam ได้รับการเชิญชวนจาก Lexus Bangkok ผู้แทนจำหน่าย Lexus อย่างเป็นทางการในประเทศไทย ให้ทดสอบรถยนต์พรีเมียมซีดานอย่าง Lexus IS300h เกรด Premium โดยเป็นการทำความรู้จักเพียง 1 คืน แต่มีหลายสิ่งที่ว้าวและประหลาดใจ ดังสโลแกนของแบรนด์ที่ว่า Experience Amazing

สำหรับขนาดตัวรถของ Lexus IS300h Premium มีดังนี้

  • ยาว 4,710 มิลลิเมตร (ยาวขึ้น 30 มิลลิเมตร)
  • กว้าง 1,840 มิลลิเมตร (กว้างขึ้น 30 มิลลิเมตร)
  • สูง 1,435 มิลลิเมตร (สูงขึ้น 5 มิลลิเมตร)
  • ฐานล้อยาว 2,800 มิลลิเมตรเท่าเดิม

อุปกรณ์ภายนอกของ Lexus IS300h Premium

  • ไฟหน้า 3-eye Bi-Beam LED พร้อม Daytime Running Light พร้อมระบบปรับสูง-ต่ำ อัตโนมัติ
  • ที่ล้างไฟหน้า
  • กระจกหน้าตัดแสง UV
  • กระจกประตูตัดแสง UV ทั้ง 4 บาน (ประตูหน้าลดการเกาะตัวของหยดน้ำ)
  • ล้ออัลลอยขนาด 19 นิ้ว พร้อมยาง 235/40R19
  • กระจกมองข้างพร้อมไฟเลี้ยว LED ปรับ/พับไฟฟ้า (พันอัตโนมัติเมื่อล็อกรถ) พร้อมเลนส์ตัดแสง
  • ไฟท้าย LED
  • ไฟตัดหมอกหลัง

อุปกรณ์ภายในของ Lexus IS300h Premium

  • เบาะนั่งหุ้มหนังคู่หน้าแบบ Smooth Leather
  • เบาะนั่งคู่หน้าปรับไฟฟ้า 8 ทิศทางพร้อมดันหลังไฟฟ้า,หน่วยความจำเบาะ และระบบเป่าลมร้อน/เย็น
  • เบาะหลังพับแยกอัตราส่วน 60/40
  • มาตรวัดเรืองแสง Optitron พร้อมจอแสดงผลการขับขี่ MID ขนาด 4.2 นิ้ว
  • พวงมาลัยหุ้มหนังปรับไฟฟ้า 4 ทิศทาง พร้อมแป้นเปลี่ยนเกียร์ Paddle Shift
  • หัวเกียร์หุ้มหนัง
  • กระจกแต่งหน้าบนแผงบังแดดพร้อมไฟส่องสว่างคู่หน้าบนแผงบังแดด
  • กล่องคอนโซลกลางพร้อมช่องเสียบ AUX/USB 2 ตำแหน่ง
  • ม่านบังแดดหลังไฟฟ้า
  • ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบแยกฝั่ง Dual Zone พร้อมระบบกรองอากาศและ S-Flow
    (ปล่อยลมเฉพาะฝั่งคนขับเท่านั้น)
  • หน้าจอบนคอนโซลกลางขนาด 10.3 นิ้ว
  • รองรับการเชื่อมต่อ Apple Carplay/Bluetooth
  • ระบบนำทาง Navigator
  • ระบบเสียง Lexus Premium พร้อมลำโพง 10 ตำแหน่ง
  • ที่ปัดน้ำฝนอัตโนมัติ
  • ปุ่มเปลี่ยนโหมดการขับขี่ Eco/Sport/Normal/EV Mode
  • กุญแจอัจฉริยะพร้อมปุ่มสตาร์ทและ Key Card

ระบบความปลอดภัยของ Lexus IS300h Premium 

  • ระบบควบคุมความเร็วแบบแปรผันทำงานทุกย่านความเร็ว DRCC (Dynamic Radar Cruise Control
    with All-Speed Range)
  • ระบบเตือนการชนด้านหน้าพร้อมระบบเบรกอัตโนมัติ PCS (Pre-Crash Safety System)
  • ระบบควบคุมรถให้อยู่ในตรงกลางเลน LTA (Lane Tracing Assist) พร้อมระบบสั่นเตือน
  • ไฟสูงเปิด/ปิดอัตโนมัติ AHB (Auto High Beam)
  • ระบบเตือนมุมอับด้านข้าง (Blind Spot Monitoring) และเตือนมุมอับขณะถอยหลัง RCTA
    (Rear Cross Traffic Alert)
  • เซ็นเซอร์ถอยหลังพร้อมเบรกอัตโนมัติเมื่อเข้าใกล้วัตถุ
  • กล้องมองภาพรอบทิศทาง PVM (Panoramic View Monitor)
  • ระบบควบคุมการทรงตัว VDIM (มีระบบ VSC + TRC ในตัว)
  • ระบบเบรก ABS + EBD + BA
  • ระบบช่วยขึ้นทางลาดชัน HSA
  • ถุงลมนิรภัย 7 ตำแหน่ง (คู่หน้า 2 ตำแหน่งแบบปรับได้ 2 ระดับ + ด้านข้าง 2 ตำแหน่ง
    + ม่านนิรภัย 2 ตำแหน่ง + หัวเข่า 1 ตำแหน่ง)
  • เข็มขัดนิรภัยแบบ 3 จุด ELR 5 ตำแหน่ง
  • กุญแจนิรภัยพร้อมสัญญาณกันขโมยแบบมีเซนเซอร์ตรวจจับความเคลื่อนไหว

ขุมพลัง
เครื่องยนต์เบนซินขนาด 2.5 ลิตร 4 สูบ Dual VVT-i 181 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิด 211 นิวตันเมตร ที่ 4,200-5,400 รอบต่อนาที ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า  Permanent Magnet Synchronous Motor 143 แรงม้า

เมื่อรวมกันจะได้พละกำลัง 223 แรงม้า แรงบิด 220 นิวตันเมตร จับคู่กับเกียร์อัตโฯมัติ E-CVT พร้อม Manual Mode 6 จังหวะ เชื่อมกับแบตเตอรี่แบบ Nickel Metal Hydride พร้อมสวิตช์โหมดการขับขี่ 3 แบบ ECO / Normal / Sport

สมรรถนะ
หากใครที่ชื่นชมการขับรถแล้วอยากได้รถที่นั่งสบาย คันนี้ค่อนข้างตอบโจทย์ เพราะการได้พละกำลังจากเครื่องยนต์เบนซิน 2.5 ลิตร และ มอเตอร์ไฟฟ้า ทำงานร่วมกัน ทำให้พละกำลังที่ได้ทันตีนและไหลอย่างต่อเนื่องแบบที่คุณสามารถมุดและแซงรถคันอื่น ๆ ได้สบาย ช่วงออกตัวทำงานได้กระฉับกระเฉงปล่อยกำลังได้ลื่นไหล ขณะที่การเร่งแซงทำได้ไว ฉีกหนีรถขับช้า หรือ รถซิ่งแรงแค่ท่อ ได้แบบรวดเร็ว และเมื่อเข็มความเร็วเกิน 120 กม./ชม. ยังคงปล่อยพลังได้แบบไม่มีหมดจนสุดที่ 194 กม./ชม. อันเป็น Top Speed ของรถรุ่นนี้ ซึ่งหากใครที่ติดนิสัยเหยียบเกิน 200 กม./ชม. มาตลอดอาจจะเซ็งหน่อย แต่ภาพรวมถือว่าขับสนุก เป็นของหวานในบรรดานักขับเท้าไฟได้ ส่วนเกียร์ทำงานได้เนียน พอเข้าโหมด +- ทำได้ไว ตอบสนองเร็ว แต่ใครต้องการอารมณ์การต่อเกียร์แบบกระตุก คันนี้ให้ไม่ได้เนื่องจากเกียร์ลูกนี้เป็น E-CVT ดังนั้นจะพบแต่ความเนียน ลื่น อย่างเดียว

ด้านการขับขี่ พวงมาลัยเซทน้ำหนักไปทางเบาแต่มีความหนืดกำลังดี การตอบสนองวงเลี้ยวค่อนข้างไว วิ่งในความเร็วสูงมีระยะฟรีเล็ก ๆ แต่อยู่ในเกณฑ์ที่รับได้ คาแรกเตอร์พวงมาลัยแม้จะอยู่กลางระหว่าง BMW 3-Series 330e และ Mercedes-Benz C-Class C300e แต่มีเอกลักษณ์ชัดเจนในแบบของ Lexus Driving Signature ซึ่งเป็นมาตรฐานการขับขี่แบบใหม่ของ Lexus ในอนาคต โดยเฉพาะช่วงมุดบนท้องถนนให้การตอบสนองทันใจ ไปตามที่ผู้ขับขี่ต้องการ ขณะที่แป้นเบรกตอบสนองได้นุ่มนวลและระยะกดแป้นที่กำลังดี ไม่แข็ง ไม่ลึก จนเกินไป แถมจะสลัดความเป็นรถยนต์ Hybrid ได้เกือบหมด ส่วนช่วงล่างเป็นด้านหน้าเป็นแบบ Double Wisbone ด้านหลังเป็นแบบ Multi-Link พร้อมโช้คอัพ Swing-Valve แบบเดียวกับรถยนต์ Lexus ระดับกลาง – สูง (เช่น ES , LM เป็นต้น) ในด้านการซับรอยต่อถนนทำได้เนียนมาก แม้จะใส่ล้อขนาด 19 นิ้ว พร้อมยาง 235/40 R19 แต่ให้ความสบายอย่างไม่น่าเชื่อ ยิ่งวิ่งทางตรงในความเร็วสูงไปจนถึง Top Speed ตัวรถนิ่งและถ่ายเทน้ำหนักได้ดีมาก ส่วนการเกาะถนนบนทางโค้งทำได้ดีมาก ดูดถนน และเอาอยู่ในย่านความเร็ว 100-110 กม./ชม. อาการหน้าดื้อ (Understeer) ท้ายปัด (Oversteer) แทบไม่มีให้เห็น ตัวรถจัดการแรงเหวี่ยงและน้ำหนักได้ดี ให้ความสนุกในการขับขี่จริง ๆ ถือว่าในบรรดารถทดสอบที่ Carsideteam ได้ลอง Lexus IS300h Premium ยืน 1 ด้านนี้ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ส่วนอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเรายังคงทดสอบภายใต้มาตรฐานเดิมของ Carsideteam คือนั่ง 2 คนโดย Naow27 และ ปลื้ม BellzonaNT เริ่มตั้งแต่ปั้มน้ำมันบางจาก สุขุมวิท 62 ลัดเลาะไปตามเส้นทางสุขุมวิทเลี้ยวซ้ายเข้าถนนพระราม 4 แล้วขึ้นทางด่วนท่าเรือ จากนั้นยิงตรงยาวจนถึงด่านบางพลีน้อย ในความเร็ว 110 กม./ชม. คงที่ โดยใช้ระบบล็อคความเร็ว Cruise Control แล้วกลับรถที่หน้านิคมอุตสาหกรรมเวลโกรว์ แล้วขึ้นทางด่วนอีกครั้งแล้วยิงตรงจนถึงด่านบางนาแล้วลงบริเวณหน้าเซ็นทรัลบางนา ลัดเลาะเข้าสู่ถนนสุขุมวิทแล้วกลับไปเติมน้ำมันที่ปั้มเดิม หัวจ่ายเดิม

โดยผลที่ได้มีดังนี้
ระยะทางที่วิ่งไปทั้งหมด 90.3 กิโลเมตร
ปริมาณน้ำมันเติมกลับ 4.64 ลิตร
>>อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงอยู่ที่ 19.46 กม./ลิตร<<


รวบให้ฟัง หลังลองคืนเดียว
: แรงทันตีน ขับสนุกตามใจสั่ง แต่ขออยู่อีก 3 วันได้ไหม?!
แม้จะอยู่ด้วยกันแบบสั้น ๆ แต่ผมกลับตกหลุมรักมันทันทีที่นั่งในตำแหน่งผู้ขับขี่แล้วค่อย ๆ กดคันเร่งออกจากจุดแวะพัก เสียงหัวเราะอันบ้าคลั่งดังตัวร้ายลั่นออกมาพร้อมบอกว่า “ชอบชิบหาย!!” ไม่เคยคิดว่า Lexus จะทำรถออกมาได้ประทับใจและเหนือความคาดได้มากขนาดนี้ ทั้งการขับขี่ที่ให้ความสนุก พละกำลังที่ทันใจ และช่วงล่างที่ตอบโจทย์คนนั่งและผู้ขับขี่ได้กลมกล่อมที่สุด ณ ตอนนี้ยังคงตัดสินทันทีไม่ได้ คงต้องรอวันที่ Carsideteam ได้อยู่ร่วมใช้ชีวิตกับรถยนต์คันนี้ให้นานกว่านี้ แต่คุณรอไม่ไหว จงไปที่โชว์รูม Lexus ใกล้บ้านท่าน เพื่อลองสัมผัสด้วยตัวเอง จะได้รู้ว่าคาแรกเตอร์รถมันตรงจริตคุณมากแค่ไหน

“และจะได้เข้าใจคำว่า Experience Amazing มันเป็นอย่างไร….”

ติดตามชม Carsideteam Clip Review : Lexus IS300h ได้เร็ว ๆ นี้ ทาง YouTube CarsideChannel 

ขอขอบคุณ
บริษัท เล็กซ์ซัส กรุงเทพ จำกัด
ที่เอื้อเฟื้อรถทดสอบ Lexus IS300h Premium ในครั้งนี้


ทดลองขับ & ถ่ายภาพ : Naow27
เผยแพร่วันที่ 11 เมษายน 2564
หากต้องการนำไปใช้นอกเหนือจากเผยแพร่ซ้ำ
กรุณาให้เครดิตภาพจากต้นฉบับทุกครั้ง

ติดตามข่าวสารได้ที่ www.carside.in.th
อัพเดททุกความเคลื่อนไหวโลกยานยนต์ได้ที่
facebook/instagram : carsideteam