Seat Tarraco : Crossover รุ่นใหญ่จาก SEAT เผยโฉมอย่างเป็นทางการ

145

ช่วงนี้ Crossover เริ่มบุกตลาดมาเกือบทุกยี่ห้อ และทุกระดับการตลาด ล่าสุด Seat ได้เผยโฉม
Tarraco ออกมาอย่างเป็นทางการ ที่คราวนี้ ได้วางตำแหน่งการตลาดเป็น Crossover ที่ใหญ่ที่สุด
ในบรรดารถยกสูงของยี่ห้อดังกล่าว (ไม่ว่าจะเป็น Arona หรือ Ateca) ซึ่งใช้เวลาลงทุนถึง 3 ปี
ด้วยเงิน 3.3 พันล้านยูโร (ราวๆ 123 พันล้านบาท) พร้อมกำหนดวางจำหน่ายในเร็วๆนี้

การออกแบบภายนอกหลายๆคนอาจจะผ่านตามาจากรถรุ่นหนึ่งในบ้านเรา แต่รุ่นนี้ออกแบบให้ดูเรียบหรูขึ้น
ไม่ว่าจะเป็นไฟหน้าแบบ Full LED ทรงเหลี่ยมที่ไฟหรี่มีการจัดเรียงให้แปลกตาขึ้น กระจังหน้าลายตาข่าย
ล้อมกรอบด้วยโครเมียม กันชนหน้าที่มีหน้าตาเรียบง่ายแฝงด้วยความบึกบึน พร้อมไฟตัดหมอกหน้า
และกรอบลายตาข่ายทรงสปอร์ต เสริมด้วยชายล่างเสริมด้วยคิ้วสีเงิน

ด้านข้างมีแนวกระจกที่ดูเหลี่ยมสัน เสริมด้วยโครเมียมเพื่อความหรูหรา เส้นสายตัวรถที่ดูปราดเปรียว
จากเส้นที่ลากมาด้านข้างตัวถังบริเวณแนวมือจับประตู พร้อมชายล่างสีดำและคิ้วเสริมโครเมียม
ส่วนด้านท้ายมาพร้อมไฟท้ายทรงเหลี่มแบบ LED ที่มีเส้นสีแดงลากระหว่างตัวไฟท้าย ช่องใส่ป้ายทะเบียน
ที่มีการเล่นมิติเล็กน้อย กันชนหลังเสริมด้วยแผงทับทิมและเส้นเชื่อมลายตาข่ายกันชนหลังเสริมด้วยสีเงิน
ซึ่งชายล่างทั้งหมดตกแต่งด้วยสีดำ

มิติตัวถังมีดังต่อไปนี้

  • ความยาว 4,735 มิลลิเมตร
  • ความกว้าง 1,839 มิลลิเมตร
  • ความสูง 1,658 มิลลิเมตร

ส่วนสีตัวรถมาพร้อมกับ 8 สีดังต่อไปนี้

  • Dark Camouflage
  • สีขาว Oryx White
  • สีเงิน Reflex Silver
  • สีน้ำเงิน Atlantic Blue
  • สีเทา Indium Grey
  • สีเบจ Titanium Beige
  • สีดำ Deep Black
  • สีเทา Urano Grey

ภายในยังคงตกแต่งด้วยสีดำพร้อมเสริมคอนโซลด้วยลายไม้สีด้านที่ดูเคร่งขรึมพอสมควร
ชุดเครื่องเสียงเป็นแบบจอสัมผัสขนาด 8 นิ้วที่รองรับการเชื่อมต่อที่หลากหลาย และยังสามารถ
ควบคุมโดยใช้ลักษณะท่าทาง (Gesture Control) รองรับการใช้งาน Navigator พร้อมช่อง
สำหรับต่อ USB 2 ตำแหน่ง (คาดว่า อาจจะมาพร้อมกับ Bluetooth และการเชื่อมต่อ
Apple Carplay และ Android Auto เช่นเดียวกับรถยนต์ยุคปัจจุบัน) ระบบปรับอากาศ
อัตโนมัติแบบแยกฝั่งที่มีจอแสดงผลเฉพาะโชว์อุณหภูมิเท่านั้น ส่วนความแรงและทิศทางลม
จะใช้ไฟ LED เป็นสัญลักษณ์

มาตรวัดเป็นแบบจอแสดงผล LCD ขนาด 10.25 นิ้ว ที่แสดงผลข้อมูลหลากหลาย รวมถึงมาตรวัดรอบ
และวัดความเร็วที่ยังคงกราฟิกแบบเข็มอยู่ พวงมาลัยมาในรูปทรงที่เรียบร้อนพร้อมปุ่มควบคุมเครื่องเสียง
กับจอแสดงผลการขับขี่ รายละเอียดอื่นๆมาพร้อมกับคอนโซลกลางที่มีเกียร์อัตโนมัติหุ้มด้ามด้วยหนัง
พร้อมฟังก์ชั่นควบคุมต่างๆ ซึ่งจะขอกล่าวในย่อหน้าถัดไป พร้อมเบาะนั่งเป็นแบบ 3 แถว 7 ที่นั่ง
เสริมด้วยหลังคา Panoramic Moonroof เพื่อเสริมสร้างบรรยากาศภายในห้องโดยสาร

สมรรถนะมาพร้อมกับเครื่องยนต์ดังต่อไปนี้

  • เครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร TSI 150 แรงม้า จับคู่กับเกียร์ธรรมดา 6 จังหวะ ขับเคลื่อนล้อหน้า
  • เครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร TSI 190 แรงม้า จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติแบบคลัตซ์คู่ DSG 7 จังหวะ
    ขับเคลื่อนสี่ล้อ 4DRIVE พร้อมสวิตซ์ควบคุมตามสภาพถนน
  • เครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร TSI 150 แรงม้า จับคู่กับเกียร์ธรรมดา 6 จังหวะ และ เกียร์อัตโนมัติ
    แบบคลัตซ์คู่ DSG 7 จังหวะ  ขับเคลื่อนสี่ล้อ 4DRIVE พร้อมสวิตซ์ควบคุมตามสภาพถนน
  • เครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร TSI 190 แรงม้าจับคู่กับเกียร์อัตโนมัติแบบคลัตซ์คู่ DSG 7 จังหวะ
    ขับเคลื่อนสี่ล้อ 4DRIVE พร้อมสวิตซ์ควบคุมตามสภาพถนน
  • สำหรับเครื่องยนต์ Hybrid อาจจะตาามาภายหลัง

ส่วนระบบอื่นๆมาพร้อมกับระบบดับเครื่องยนต์อัตโนมัติ Idling Stop,ระบบเปลี่ยนโหมดการขับขี่
เบรกมือไฟฟ้าพร้อมปุ่ม Auto Hold,ระบบช่วยจอดอัตโนมัติและเซ็นเซอร์ถอยหลังพร้อมกล้องรอบคัน

ระบบความปลอดภัยมาพร้อมกับระบบป้องกันการชน Pre-crash ที่ทำงานโดยรั้งเข็มขัดนิรภัยให้แน่น
เปิดไฟฉุกเฉิน และปิดกระจกทุกบาน ซึ่งทั้หมดนี้จะทำงานภายในเวลา 0.2 วินาทีเท่านั้น !! พร้อมทั้ง
ระบบป้องกันรถพลิกคว่ำ Rollover Assist,ระบบเตือนรถออกนอกเลน Lane Assist ระบบตรวจจับ
วัตถุข้างหน้า Front Assist ที่จับได้ทั้งคนข้ามถนนและจักรยาน,ระบบเตือนมุมอับด้านข้าง
Blind Spot Detection,ระบบอ่านป้ายจราจร Traffic Sign Recognition,ระบบช่วยขับขี่
ในเมือง(ควบคุมการเร่งและเบรกอัตโนมัติ) Traffic Jam Assist,ไฟหน้าอัจริยะ Light Assist
และระบบช่วยเหลือฉุกเฉิน Emergency Assist

Seat Tarraco เตรียมเผยโฉมในงาน Paris Motor Show ที่จะถึงนี้ พร้อมเริ่มสายการผลิตที่
Wolfsburg ประเทศเยอรมันนี เริ่มจำหน่ายจริงในช่วงเดือนธันวาคมที่ยุโรป ส่วนประเทศอื่นๆ
เตรียมสัมผัสได้อย่างช้าในปี 2019

Comments
Loading...