“รมว.ท่องเที่ยว-กีฬาฯ” แย้มรัฐบาลเตรียมต่อสัญญา “MotoGP” ดีเดย์เจรจา 23 สิงหาคมนี้

156

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ยืนยันหนักแน่น “รัฐบาลไทย” พร้อมต่อสัญญา MotoGP ในเมืองไทยไปออกไปอีก 3 ปี หลังหมดสัญญาในปี 2020 ดีเดย์นัดเจรจาข้อตกลง โดยมีนัดหารือกับดอร์น่าสปอร์ตตัวแทนเจ้าของลิขสิทธิ์ในวันที่ 23 สิงหาคมนี้

ล่าสุด กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ร่วมกับ การกีฬาแห่งประเทศไทย และผู้สนับสนุนหลักอย่าง บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ พีทีที โออาร์, บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน), บริษัท เอ.พี.ฮอนด้า จำกัด, บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด, กรมการขนส่งทางบก และสนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ได้จัดงานแถลงข่าวความคืบหน้าความพร้อมของการจัดการแข่งขัน รวมถึงรายละเอียดความยิ่งใหญ่ของกิจกรรมต่างๆ ของ MotoGP รายการ พีทีที ไทยแลนด์ กรังด์ปรีซ์ 2019 และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ที่เตรียมไว้รองรับแฟนความเร็วจากทั่วโลก

หนึ่งในประเด็นสำคัญที่ถูกยกมาพูดถึงอย่างมาก คือ สัญญาของประเทศไทย กับ ดอร์น่า สปอร์ต ในการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน MotoGP นั้นจะหมดลงหลังจบปี 2020 ขณะที่หลายฝ่ายต่างรอท่าทีของภาครัฐสำหรับการสนับสนุนงบประมาณในการต่อสัญญา

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ยืนยันอย่างหนักแน่นว่า กระทรวงฯ มีแผนในการต่อสัญญาจัด MotoGP ออกไปอย่างแน่นอน

“เมื่อจบปี 2020 แล้ว เราจะพยายามต่อสัญญาต่อไปอีก 3 ปี ซึ่งกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เตรียมหารือกับดอร์น่าสปอร์ต ของเจ้าของลิขสิทธิ์ในวันที่ 23 สิงหาคมที่จะถึงนี้ ถึงความเป็นไปได้ของข้อตกลงด้านต่างๆ” นายพิพัฒน์ เผย

ขณะเดียวกัน ยังกล่าวถึงการสนับสนุนของภาครัฐสำหรับการแข่งขัน MotoGP ในปี 2019 ว่า “กระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา จะให้การสนับสนุน MotoGP อำนวยความสะดวก ประสานทุกภาคส่วนให้มีความพร้อมกว่าปีที่ผ่านมา ซึ่งเราทราบว่าอาจประสบปัญหาบ้างเล็กน้อย โดยในตอนนี้ การกีฬาแห่งประเทศไทยของเราก็ได้เตรียมความพร้อมไว้เรียบร้อบแล้วครับ”

“ทางกระทรวงของเรา จะพยายามประชาสัมพันธ์ให้คนได้รับรู้ว่า ประเทศไทยของเรากำลังจะจัดการแข่งขันมหกรรมกีฬาระดับโลก ออกไปทั้วประเทศ และทั่วโลกโดยเครือข่ายของ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เพื่อประหาศให้ทั่วโลกได้รู้ถึงความพร้อมของเรา และรักษาความเป็น Best Grand Prix of the year ไว้ให้ได้ในปี 2019”

“ปัจจุบันนี้ การกีฬาและการท่องเที่ยวนั้นเป็นของคู่กัน เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราต้องการที่สุดคือชักชวนให้คนมาเที่ยว ให้เงินอยู่ในเมืองไทย และให้กำลังใจสนามแข่งในบุรีรัมย์ เพื่อให้จัดการแข่งขันระดับโลกได้ ซึ่งผมอยากจะให้เกิดอีเวนนต์ระดับนี้ในกีฬาประเภทอื่นด้วย”

ทั้งนี้ พีทีที ไทยแลนด์ กรังด์ปรีซ์ มียอดผู้เข้าชมทั้งหมด 222,535 คนซึ่งสูงที่สุดเมื่อเทียบกับตัวเลขผู้ชมทั้งหมด 19 สนามจากทั่วโลก

ด้าน ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) เปิดเผยว่า นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้มอบนโยบายและแนวทางการเตรียมความพร้อมการจัดการแข่งขัน โมโต จีพี 2019 ระหว่างวันที่ 4-6 ตุลาคม 2562 ณ จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งเป็นความร่วมมือกันระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน ที่ร่วมกันจัดการแข่งขันให้ดีกว่าปีที่แล้วซึ่งเป็นปีแรกที่จัดการแข่งขัน ถือเป็นการนำกีฬามาต่อยอดเพื่อสร้างงานสร้างรายได้ โดยการจัดการแข่งขัน MotoGP นับเป็นรายการแข่งขันที่ยิ่งใหญ่ ที่ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ ช่วยส่งเสริมในเรื่องของการท่องเที่ยวเชิงกีฬา การขยายตัวของอุตสาหกรรมกีฬา รวมทั้งช่วยสร้างงาน สร้างอาชีพ



“ตอนนี้เราได้รับมอบนโยบายจาก ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเรียบร้อยแล้ว เพื่อหาแนวทางที่จะให้มีการจัดการแข่งขัน MotoGP ต่อเนื่องไม่ใช่ถึงเฉพาะในปี 2020 เท่านั้น จากผลสำรวจของกองยุทธศาสตร์และแผนงานกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาในปีแรก มีนักท่องเที่ยวต่างชาติถึงประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์และมีมูลค่าทางเศรษฐกิจเป็นรายได้หมุนเวียนในประเทศกว่า 3,053 ล้านบาท ทั้งในส่วนจังหวัดบุรีรัมย์และจังหวัดใกล้เคียงในงานตลอด 3 วัน” ดร.ก้องศักด ทิ้งท้าย

Comments
Loading...