ช่วนนี้อุตสาหกรรมรถยนต์เตรียมรุกตลาดรถไฟฟ้ากันกระหน่ำแทบทุกค่าย อีกทั้งมีหลายๆหน่วยงาน
ทั่วโลกต่างพยายามสนับสนุนรถยนต์พลังงานไฟฟ้าหลายๆช่องทางทั้งเรื่องการผลิตรถยนต์หรือ
สาธารณูปโภค ทว่า ก็มีลูกค้าจำนวนไม่น้อยที่ครอบครองรถยนต์ EV ต่างกลับไปหารถยนต์
พลังงานน้ำมันมากถึง 20% (คิดเป็นอัตราส่วน 1:5) จากหลากหลายสาเหตุ

โดยผู้ที่ศึกษาคือ Scott Hardman และ Gil Tal จากสถาบัน Institute of Transportation Studies
มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียร์ สหรัฐอเมริกาได้ศึกษาลูกค้ารถยนต์ EV จากปี 2012 จนถึงปี 2018 โดยมีผล
วิจัยในเรื่องดังกล่าวว่า

จากการสอบถามจากลูกค้าของรถยนต์ EV พบว่า รถยนต์ในกลุ่มดังกล่าวมีความไม่ต่อเนื่องของความนิยม
ซึ่งสอดคล้องกับจำนวนลูกค้ารถยนต์พลังงานไฟฟ้าล้วนถึง 20% และรถยนต์ไฮบริดแบบเสียบปลั๊ก PHEV
ถึง 18%  โดยสาเหตุที่เสื่อมความนิยมเพราะประสิทธิภาพที่การชาร์จยังไม่เพียงพอ คือ

กำลังไฟที่บ้านยังไม่เพียงพอที่จะชาร์จเต็มประสิทธิภาพ (ซึ่งกำลังไฟอยู่ที่ 240 โวลต์),หาที่ชาร์จรถ EV
ค่อนข้างยากหรือมีไม่เพียงพอกับความต้องการจากที่ยอดขายรถยนต์ในกลุ่มนี้พุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ รวมถึง
ระยะทางที่วิ่งได้ แม้จะเยอะจนดูเพียงพอ แต่การใช้งานจริงอาจจะลดลงไปจากหลายๆปัจจัย อีกทั้ง
การเพิ่มที่ชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าอาจจะต้องใช้ทุนค่อนข้างเยอะพอสมควร

อย่างไรก็ตาม หลังจากปี 2018 ซึ่งเป็นปีที่วิจัยเสร็จ ก็มีการพัฒนาอยู่เรื่อยๆจากการเพิ่มจำนวนจุดชาร์จไฟ
อีกทั้งบรรดา บริษัทและองค์การที่เกี่ยวข้องได้ปรับปรุงเทคโนโลยีและสิ่งอำนวยความสะดวกให้ดีขึ้น
แต่จะปิดจุดอ่อนได้หมดหรือไม่ ต้องคอยดูกันต่อไปในระยะยาว

ที่มา : motor1,thedrive.com