ในช่วงปี 2020 ที่ผ่านมา Land Rover ได้เปิดตัวรุ่นพิเศษของ Range Rover Evoque ในชื่อว่า
Lafayette Edition (ชื่อรุ่นอ่านว่า ลาฟาแยตต์ อิดิชั่น) พร้อมกับการกระตุ้นตลาดของรุ่นปกติ
ซึ่งจะเน้นการตกแต่งที่ได้รับแรงบันดาลใจจากถนน Lafayette ทางตอนเหนือของ Little Italy
ในรัฐ New York ล่าสุด ได้เปิดโอกาสให้ประเทศไทยได้เป็นเจ้าของเพียงแค่ 3 คันเท่านั้น

สิ่งที่แตกต่างจากรุ่นปกติมีดังนี้

  • ล้ออัลลอย 20 นิ้วลาย 5 ก้านตัว Y สีเทา Gloss Dark Grey
  • หลังคา Panoramic แบบติดตาย พร้อมหลังคาสีเทา Nolita Grey
  • พรมปูพื้นแบบอย่างดี
  • กาบบันไดเรืองแสงสีฟ้า
  • ภายในตกแต่งลายข้าวหลามตัด (Diamond Cut)
  • ชุดเครื่องเสียงแบบจอสัมผัสขนาด 10 นิ้วพร้อมระบบ Pivi Pro รองรับ Apple Carplay/Android Auto

รายละเอียดเพิ่มเติมของ Range Rover Evoque Lafayette Edition

  • ไฟหน้าแบบ Premium LED (แบ่งไฟหลักเป็นสองช่อง ไฟ LED เป็นสี่เหลี่ยม)
  • ไฟตัดหมอกหน้า
  • มือจับประตูแบบซ่อนรูปสีตามตัวรถ
  • ไฟท้ายแบบ Full LED
  • ภายในตกแต่งสีดำ/เทา เสริมด้วยลายไม้
  • หน้าจอ 2 ส่วน ด้านบนสำหรับชุดเครื่องเสียง ด้านล่างเป็นแผงควบคุม
  • ปุ่มควบคุมเครื่องเสีนงบนพวงมาลัยแบบหน้าจอสัมผัส
  • โหมดการขับขี่ 3 รูปแบบ Hybrid-Eco-EV
  • หัวเกียร์หุ้มหนัง/สีเงินเมทัลลิก
  • เบาะนั่งคู่หน้าปรับได้ 14 ทิศทาง
  • มาตรวัดแบบจอแสดงผลสีเต็มรูปแบบขนาด 12.3 นิ้ว
  • ระบบช่วยเหลือการขับขี่
    • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน Adaptive Cruise Control ทำงานทุกย่านความเร็ว
    • ระบบเตือนรถออกนอกเลนและช่วยให้รถอยู่ในเลน

ขุมพลัง

  • เครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบพร้อมระบบไฮบริดแบบเสียบปลั๊ก 1.5 ลิตรแบบ Ingenium 3 สูบ
    เครื่องยนต์มีกำลัง 200 แรงม้ามอเตอร์ไฟฟ้ามีกำลัง 109 แรงม้า พร้อมแบตเตอรี่ Lithium-ion
    กำลังไฟ 15 kWh จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าล้วนๆได้ถึง 55 กิโลเมตร
    ใช้เวลาชาร์จไฟ 0-80% ภายในเวลา 30 นาที (จากตู้ชาร์จกระแสไฟ 32 วัตต์)

สัมผัสและทดลองขับ Range Rover Evoque ได้ที่โชว์รูม Land Rover ทั่วประเทศ