ใครที่เป็นสาวกรถยนต์ค่าย Mini อาจจะคุ้นเคยชื่อ Paddy Hopkirk เป็นอย่างดี เขาเป็นนักขับรถแรลลี่
ชื่อดังที่ฝากผลงานด้วยการแข่งรถรายการ Monte Carlo Rally ในปี 1964 จนเป็นแชมป์ในรายการดังกล่าว
พร้อมกับรถคู่ใจ ล่าสุด เขาได้เสียชีวิตที่โรงพยาบาล Stoke Mandeville Hospital สิริอายุรวม 89 ปี

Hopkirk เกิดเมื่อวันที่ 14 เมษายน 1933 ที่ประเทศไอร์แลนด์ และได้เข้าสู่วงการแข่งรถแรลลี่ในช่วงปี 1950
ประเดิมการแข่งขันด้วยแข่งรถแบบแรลลี่และขึ้นเขาในแี 1955 พร้อมคว้ารางวัลแรกมาครอง ต่อมาก็ได้ร่วมงาน
กับ Mini ในช่วงปี 1960 จนกลายเป็นหัวหน้านักขับฝีมือดีในภายหลัง และได้เป็นแชมป์อยู่หลายรายการ

แน่นอนว่ารายการที่สร้างชื่อเสียงนั่นคือ Monte Carlo Rally เมื่อปี 1964 โดยรถที่ขับเป็น Mini Cooper S
สีแดงหลังคาขาว พร้อมหมายเลขข้างรถ 37 ที่เป็นเอกลักษณ์ประจำนักแข่งผู้นี้โดยปริยาย นอกจากนี้ยังมี
รายการอื่นๆที่ชนะคือ European Rally Championship ที่ประเทศออสเตรีย และ Coupe des Alpes ปี 1967

ในปี 2020 เขาได้ขึ้นทำเนียบ Rally Hall of Fame ในพิพิธภัณฑ์แรลลี่ที่ฟินแลนด์ร่วมกับอีก 3 ท่านคือ
Timo Makinen, Rauno Aaltonen และ Erik Carlsson ทั้งนี้เขายังได้เป็นสมาชิก BRDC
(British Racing Drivers Club) เมื่อปี 1967 และได้เป็นรองประธาน จนมาเป็นประธานในที่สุด
(และครองตำแหน่งตั้งแต่ปี 2017-2019)

นอกจากการแข่งขับ Rally แล้วยังทำผลงานการขับในสนาม BMC ในรายการ Bathurst 500 ที่
Mount Panorama ประเทศออสเตรเลีย (ก่อนที่จะมาเป็นสนาม Enduro 1,000 กิโลเมตรในปัจจุบัน)
ซึ่งทำผลงานดีเป็นอันดับ 3 ในชั้นเรียน (และอันดับ 6 ของสนาม) จากการขับรถ Mini Cooper S เช่นเคย
และยังเป็นไอดอลของลูกค้า Mini จนถึงขนาดมีรุ่นพิเศษโดยใช้ชื่อเขาในการตั้งชื่อรถในภายหลัง

ซึ่งรุ่นดังกล่าวคือ MINI Cooper S Paddy Hopkirk Edition ที่ทำตลาดมาตั้งแต่ปี 2020 ซึ่งประเทศไทย
ได้ตัดรถมาถึง 37 คัน พร้อมการตกแต่งสไตล์ย้อนยุคและมีเลขประจำตัวอย่าง 37 ติดไว้บนรถอีกด้วย นับเป็น
1 ในตำนานที่คนไทยได้สัมผัสผลงานที่สะท้อนถึงตัวเขาได้เป็นอย่างดี

บทบาทอื่นที่ไม่ใช่การแข่งรถแล้วยังเป็นที่ปรึกษาให้กับ BMW ในปี 2001 – 2016 (ซึ่ง ณ เวลาดังกล่าว
Mini ได้เป็นส่วนหนึ่งของ BMW เป็นที่เรียบร้อย) แถมเป็นผู้มีส่วนร่วมในการปลุกชีพ Mini ขึ้นอีกครั้ง ทั้งนี้
ชีวิตส่วนตัวได้มีภรรยาชื่อ Jennifer ซึ่งสมรสเมื่อปี 1967 พร้อมลูกอีก 3 คนคือ Katie, Patrick และ William และหลานๆอีก 6 คน

Carsideteam ขอไว้อาลัยต่อการจากไปของบุคคลอัจฉริยะที่มีอิทธิพล
ต่ออุตสาหกรรมยานยนต์ 
มา ณ ที่นี้ครับ

ที่มา : motorsport.com,dirtfish.com