OR BRIC Superbike 2022 สานต่อความสำเร็จปีที่ 8 ยกระดับมาตรฐานใหม่ ภายใต้แนวคิด “ANYONE CAN BE A HERO ใคร ๆ ก็เป็นฮีโร่นักบิดได้”

0
512

มอเตอร์สปอร์ตไทยเดินหน้าต่อเนื่อง สนามช้างฯ จับมือโออาร์
ต่อยอดความสำเร็จผลักดัน ศึกสองล้อรายการใหญ่ที่สุดของไทย
“โออาร์ บีอาร์ไอซี ซูเปอร์ไบค์ 2022” ทัพนักบิด กว่า 200 คน
จาก 120 ทีม อัดแน่นดีกรีความดุเดือด 4 สนาม 5 เรซ ตลอดทั้งปี
เพื่อเฟ้นหาฮีโร่คนใหม่ที่ก้าวไกลไปสู่ระดับโลก พร้อมปรับกติกา
ให้สนุกเร้าใจยิ่งขึ้น ตอบรับกระแสความนิยมจากคอกีฬาความเร็ว
เปิดให้ชมติดขอบสนามภายใต้มาตรการป้องกัน Covid-19 เข้มงวด
ทั้งนักแข่ง ทีมแข่ง และผู้ร่วมกิจกรรมทุกคน ออกสตาร์ทสนามแรก
6-8 พฤษภาคมนี้

บริษัท บุรีรัมย์ ยูไนเต็ดอินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต จำกัด หรือ BRIC
ผู้บริหาร สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์
ร่วมกับ บริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน)
หรือ โออาร์ แถลงข่าวการแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบ
ชิงแชมป์ประเทศไทย “โออาร์ บีอาร์ไอซี ซูเปอร์ไบค์ ประจำปี 2565”
ภายใต้คอนเซปต์ “ANYONE CAN BE A HERO”
ซึ่งนับเป็นรายการแข่งขันที่ได้รับความนิยมและยิ่งใหญ่ที่สุดของไทย
ที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์

การแถลงข่าวมี นายไพศาล อุดมกุลวณิชย์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ธุรกิจหล่อลื่น
บริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ โออาร์
ร่วมกับ นายเนวิน ชิดชอบ ประธาน สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต,
นายทนุเกียรติ จันทร์ชุม รองผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย
ฝ่ายกีฬาอาชีพและกีฬามวย, นายสุรพล อุทินทุ ผู้บริหารสำนักประสานงานภายนอก
บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) โดยเครื่องดื่มตราช้าง
รวมถึงตัวแทนจาก บริษัท ไทยฮอนด้า แมนูแฟคเจอริ่ง จํากัด
และ บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด รวมทั้งทัพนักบิดที่ลงแข่งขันร่วมงาน

นายทนุเกียรติ จันทร์ชุม รองผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย
ฝ่ายกีฬาอาชีพและกีฬามวย หรือ กกท. เปิดเผยว่า
ขณะนี้ทุกกีฬากลับมาจัด 100% ที่ผ่านมา กกท.
พัฒนาการเป็นต้นแบบแนวทางการจัดการแข่งขันงานกีฬา
ให้สามารถเดินหน้าต่อได้ภายใต้มาตรการการป้องกัน
การแพร่เชื้อโควิด-19 และมาตรฐานการจัดงานที่ดี
โดยกีฬามอเตอร์สปอร์ตก็เป็นอีกหนึ่งกีฬาอาชีพที่สำคัญ
มีนักกีฬาไทยสามารถสร้างชื่อเสียงได้ในเวทีระดับโลก

“ในปีนี้เราเตรียมการ ในการจัดการแข่งขันโมโตจีพี
ที่จะเกิดขึ้นช่วงวันที่ 30 กันยายน – 2 ตุลาคม
ถือว่าเป็นงานใหญ่ที่สุด และยังคงให้ความสำคัญ
กับการพัฒนาขีดความสามารถของนักแข่งไทยพร้อมกันไปด้วย
โดยเริ่มต้นจากการแข่งขันระดับประเทศ ดังเช่นรายการ
OR BRIC Superbike ที่ถือเป็นจุดเริ่มของอาชีพนักแข่ง
เป็นบันไดก้าวแรกที่ กกท.เล็งเห็นความสำคัญ
และจะผลักดันสนับสนุนอย่างเต็มที่”

นายเนวิน ชิดชอบ ประธานสนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต
กล่าวว่า “ในซีซั่นนี้เรามีนักบิดไทยเข้าร่วม OR BRIC Superbike
กว่า 200 คน และทีมแข่งกว่า 120 ทีม อีกทั้งยังยกระดับ
โดยเน้นการประชาสัมพันธ์ไปในหลายประเทศเพื่อเปิดกว้าง
ให้กับนักแข่งและทีมแข่งต่างประเทศได้เข้าร่วมการแข่งขันมากขึ้น
เพื่อเดินหน้ายกระดับสู่เรซอินเตอร์ ภายใต้มาตรฐานใหม่ โดยกฎ
และกติกาถูกปรับเปลี่ยนเพื่อให้การแข่งขันเป็นไปอย่างสูสีและสนุกยิ่งขึ้น
ภายใต้แนวคิด “ANYONE CAN BE A HERO” ใครก็สามารถก้าวขึ้น
ไปเป็นฮีโร่นักแข่งของไทยได้ หากมีความฝันและมีความมุ่งมั่นเพียงพอ
โดยมีอีกหนึ่งก้าวสำคัญสู่เรซระดับอินเตอร์คือ ผู้ชนะเลิศการแข่งขัน
จะได้รับสิทธิไวลด์การ์ดเข้าร่วมแข่งขันในรายการดังระดับทวีป
เอเชีย โร้ด เรซซิ่ง แชมเปี้ยนชิพ ประจำปี 2023”

“ที่ผ่านมา สนามช้างฯ ผ่านบททดสอบมาอย่างเข้มข้นนับครั้งไม่ถ้วน
และล่าสุดกับความสำเร็จของการจัดงาน เอเชีย โร้ดเรซซิ่งที่ผ่านมา
นับเป็นรายการระดับอินเตอร์เนชั่นแนลรายการแรก หลังจากสถานการณ์
โควิด-19 มีนักแข่ง ทีมแข่งกว่า 16 ประเทศที่เข้าร่วมทำการแข่งขัน
และจำนวนผู้ชมทั้ง 2 วัน กว่า 8,000 คน ซึ่งการจัดงานเป็นไปอย่าง
เรียบร้อย ไม่มีคลัสเตอร์ ไม่มีการแพร่ระบาด และสำหรับการแข่งขัน
OR BRIC Superbike 2022 ก็ยังคงเน้นมาตรการความปลอดภัย
ทางสาธารณสุขสูงสุด นักแข่ง ทีมแข่ง และทีมงาน
มีการตรวจ ATK ก่อนเข้าสนาม ส่วนผู้ร่วมกิจกรรมทุกคน
รวมถึงผู้ชมต้องได้รับวัคซีนครบโดส จึงจะผ่านเข้าไป
สู่พื้นที่กิจกรรมได้”

การแข่งขันมีทั้งสิ้น 5 คลาส นำโดยคลาสสูงสุดของประเทศไทย
ได้แก่ Superbike 1000cc และยังมี Superstock 1000cc,
Super Sport 600cc, Super Sport 400cc และ Sport Production 400cc
และจัดเต็มเพิ่มเติมความมันส์มากกว่าเดิมในปีนี้ กับการแยกนักแข่งรุ่น PRO
ตามประกาศของ TSB Riders Ranking 2022 ใน 3 คลาสหลักออกมา
เพื่อความดุเดือดยิ่งขึ้น ได้แก่ Superbike 1000cc (SB1 Pro),
Super Sport 600cc (SS1 Pro), SuperSport 400cc (SS1 Pro)
เพื่อให้นักแข่งหน้าใหม่ มีโอกาสได้ยืนบนโพเดี้ยมมากขึ้น
นอกจากนี้ ยังมีซัพพอร์ตเรซของค่ายยักษ์ใหญ่ Honda Thailand Talent Cup
และ Yamaha Series R Cup

นายไพศาล อุดมกุลวณิชย์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ธุรกิจหล่อลื่น
บริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ โออาร์
กล่าวว่า ในฐานะผู้สนับสนุนหลักการแข่งขันมอเตอร์สปอร์ตทั้งระดับโลก
และระดับชิงแชมป์ประเทศไทยอย่าง OR BRIC Superbike มายาวนาน
โออาร์ยังคงพร้อมสนับสนุนกิจกรรมดี ๆ ให้นักแข่งไทยได้มีโอกาสพัฒนาฝีมือ
และได้แข่งขันในสนามเดียวกับนักแข่งระดับโลกอย่างต่อเนื่อง
และในปีนี้พิเศษกว่าปีที่ผ่าน ๆ มา คือโออาร์ได้นำน้ำมันเชื้อเพลิงแก๊สโซฮอล์ 95
เกรดพรีเมียมสูตรใหม่ที่ดีที่สุดจาก พีทีที สเตชั่น ซึ่งสามารถรองรับ
การใช้งานของ Superbike ทุกคัน ที่เข้าร่วมการแข่งขันในรายการ
OR BRIC Superbike ได้เป็นอย่างดีมาให้นักแข่งที่ลงแข่งขันได้เลือกเติม
ซึ่งจะช่วยให้เครื่องยนต์แรงเต็มกำลังยิ่งขึ้น อีกทั้งยังมีน้ำมันหล่อลื่น
PTT Lubricants Challenger สูตรใหม่ “ชาเลนเจอร์ ซูเปอร์ไบค์ เรซซิ่ง”
สุดยอดนวัตกรรมเรซซิ่ง ฟอร์มูล่า ที่ออกแบบพิเศษสำหรับรถ
ที่ใช้ในการแข่งขันโดยเฉพาะ เพื่อส่งเสริมให้นักแข่งและแบรนด์คนไทย
มีโอกาสพัฒนาฝีมือและมีศักยภาพก้าวไกลไปสู่เวทีระดับสากล
นอกจากนี้ โออาร์ ยังได้ร่วมสนับสนุนนักแข่งมากฝีมืออย่าง
“ตาล” รัชดา นาคเจริญศรี จากทีมตาล เรซซิ่ง คอนเนค
ซึ่งจะร่วมแสดงศักยภาพในการแข่งขันครั้งนี้ด้วย

นายสุรพล อุทินทุ ผู้บริหารสำนักประสานงานภายนอก
บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) โดยเครื่องดื่ม ตราช้าง
กล่าวว่า เครื่องดื่มตราช้าง ได้ให้การสนับสนุนวงการกีฬา
อย่างเต็มที่เสมอมา ทั้งในช่วงสถานการณ์ปกติ หรือภายใต้สภาวะโควิด-19
ซึ่งการกลับมาจัดได้การแข่งขันได้อีกครั้งจะส่งผลให้อุตสาหกรรมมอเตอร์สปอร์ต
รวมทั้งเศรษฐกิจในประเทศไทย สามารถขับเคลื่อนต่อไปได้

“ขอเชิญชวนแฟนๆ มอเตอร์สปอร์ตร่วมชมและให้กำลังใจนักแข่ง
กับบันไดก้าวแรกสู่เส้นทางความสำเร็จได้ทั้งติดขอบสนามและผ่านหน้าจอ
เชื่อว่าผู้ชมจะได้รับชมความสนุก สุดมันส์ มากกว่าครั้งก่อน ๆ แน่นอน
สำหรับผู้ที่สนใจเข้าร่วมชมการแข่งขันแบบติดขอบสนาม
เครื่องดื่มตราช้าง ยังคงมีสิทธิพิเศษให้เหล่าแฟน ๆ มอเตอร์สปอร์ตเช่นเคย
ผ่านบัตร Chang Friend Club ซึ่งได้รับส่วนลดการซื้อบัตรถึง 50%”

ทั้งนี้ ศึก OR BRIC Superbike ระเบิดความมันส์กันเต็มพิกัด
4 สนาม 5 เรซ ในฤดูกาล 2022 ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต
จังหวัดบุรีรัมย์ สนามแรก วันที่ 6-8 พฤษภาคม,
สนามที่ 2 วันที่ 29 – 31 กรกฎาคม, สนามที่ 3 วันที่ 2-4 กันยายน
ก่อนจะปิดฉากสนามสุดท้าย ดวลกัน 2 เรซ เพื่อตัดสินแชมป์ประจำปี
ในวันที่ 3-6 พฤศจิกายน 2565

แฟน ๆ ความเร็วติดตามชมทางโทรทัศน์ผ่านทาง ช่อง True Visions และพิเศษ
สำหรับชาว AEC สามารถติดตามได้ทางช่อง MVTV และระบบ Online Live Streaming
ทางเฟซบุ๊กแฟนเพจ Chang Circuit Buriram และช่อง Youtube
ของสนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต หรือติดตามรายละเอียดเพิ่มเติม
ได้ที่ facebook.com/BRICSUPERBIKE