หลาย ๆ คนได้ทราบไปแล้วว่ารถกระบะจาก Mazda ได้เปลี่ยนพื้นฐานจาก Ford มาเป็น Isuzu แทน ซึ่งหลายๆคนได้เห็นรายละเอียดเวอร์ชั่นออสเตรเลียและการทดสอบแบบ Sneak Preview จากสื่อมวลชนกลุ่มแรกในประเทศเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ล่าสุด Mazda Sales Thailand เตรียมเผยข้อมูล รุ่นย่อย และ ราคา ของ All New Mazda BT-50 ในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ซึ่งจะเกิดขึ้นในวันที่ 21 มกราคม 2564

แน่นอนว่าการออกแบบนั้นต่างจาก Isuzu D-Max โดยสิ้นเชิง ซึ่งไม่ใช่แค่แปะโลโก้รอบคันเป็น Mazda
คราวนี้ เปลี่ยนรายละเอียดหลายๆจุด

เริ่มจากภายนอกที่มาพร้อมกับไฟหน้า LED แนวนอนทรงมนที่คุ้นเคยในรถยนต์นั่งจากค่ายเดียวกัน
โดยไฟหรี่ LED จะเป็นแบบเส้นรอบดวงโปรเจคเตอร์ ส่วนกระจังหน้ามาพร้อมเส้นแนวนอนรูปสี่เหลี่ยม
4 เส้นพร้อมเส้นรอบที่มีลักษณะเดียวกับงานออกแบบ Kodo Design (ล้อมเป็นครึ่งล่างของตัวกระจัง)
ส่วนกันชนหน้ามาพร้อมกับไฟตัดหมอกหน้าและไฟเลี้ยวที่อยู่เป็นชุดเดียวกัน และกันชนหน้าที่ไม่มี
ช่องดักลมแยกมาให้ต่างหาก


ด้านข้างมีทั้งแนวกระจกที่ปรับให้โค้งมนขึ้น กระจกมองข้างพร้อมไฟเลี้ยวกินพื้นที่สีดำมากขึ้น
พร้อมเส้นสายที่เหลี่ยมสัน และล้ออัลอยขนาด 18 นิ้ว 5 ก้านที่ดูร่วมสมัย ขณะเดียวกันด้านหลัง
ได้กลับไปใช้ไฟท้ายแนวตั้ง โดยไฟหลักเป็น LED และไฟเลี้ยวกับไฟถอยเลนส์ขาวที่แยกต่างหาก
รวมถึงฝากระบะโครเมียมที่ฝังกล้องมองหลังไว้ ส่วนกันชนหลังพ่นสีเดียวกับตัวถังมาให้อีกด้วย

ในเบื้องต้นมีให้เลือกแค่เวอร์ชั่น 4 ประตู Double Cab เท่านั้น แต่เวอร์ชั่นกระบะตอนเดียว
หรือแค็ปเปิดได้ในชื่อ Freestyle Cab จะตามมาในช่วงปี 2021

มิติตัวถัง

รุ่น Double Cab (กระบะ 4 ประตู)
ยาว x กว้าง x สูง x ฐานล้อ
5,280 x  1,870 x 1,790 x 3,125 มิลลิเมตร

รุ่นปัจจุบัน (พื้นฐานจาก Ford Ranger T6)
ยาว x กว้าง x สูง x ฐานล้อ
5,365 x  1,850 x 1,821 x 3,220 มิลลิเมตร

เทียบกับรุ่นปัจจุบัน (ที่ใช้พื้นฐานจาก Ford Ranger) พบว่าตัวรถสั้น 85 มิลลิเมตร กว้างขึ้น 20 มิลลิเมตร
เตี้ยลง 31 มิลลิเมตร ฐานล้อแคบลง 95 มิลลิเมตร

เทียบกับ Isuzu D-max (รุ่น V-Cross 4 ประตู)
ความยาว x ความกว้าง x ความสูง x ฐานล้อ
5,265 x 1,870 x 1,810 x 3,125 มิลลิเมตร

เมื่อเทียบกันแล้วพบว่า All New BT-50 ยาวกว่า 15 มิลลิเมตร เตี้ยกว่า 20 มิลลิเมตร แต่ความกว้าง
และฐานล้อเท่ากัน

สีตัวถัง

สีเทา Concrete Grey Mica
สีน้ำเงิน Gunblue Mica
สีขาว Ice White Solid
สีเทาเข้ม Rock Grey Mica
สีแดง Red Volcano Mica
สีเงิน Ingot Silver Mica
สีดำ True Black Mica

ภายใน

การออกแบบภายในของ Mazda ปรับให้ดูเรียบง่ายขึ้น จากเดิมที่มีเส้นสายฉวัดเฉวียน และปุ่มที่เยอะ
ในรุ่นเครื่องเสียงธรรมดา มาคราวนี้จัดด้วยสีภายในทูโทนดำ/น้ำตาล เสริมลายตะเข็บและวัสดุนุ่มบริเวณ
ด้านบนของแผงแดชบอร์ด ตกแต่งด้วยแถบสีเงินบริเวณช่องแอร์และเส้นแบ่งเครื่องเสียงกับแผงควบคุม
ระบบปรับอากาศ อีกทั้ง ยังบุหนังบริเวณแผงคอนโซลเกียร์อีกด้วย

ชุดเครื่องเสียงมาพร้อมกับหน้าจอแสดงผลขนาด 9 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อ USB และ Bluetooth พร้อม
Apple Carplay และ Android Auto พ่วงด้วยลำโพงบนหลังคา และลำโพงอื่นๆรวม 8 ตำแหน่งถัดมา
เป็นระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบแยกฝั่งตัวปุ่มตกแต่งด้วยสีเงิน พวงมาลัยมาพร้อมกับที่ครอบแตรทรงกลม
ติดตั้งปุ่มควบคุมระบบต่างๆทั้งเครื่องเสียง โทรศัพท์ ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ ระบบเตือนความปลอดภัย
อีกทั้งมาตรวัดมาพร้อมจอแสดงผลแบบสีขนาด 4.2 นิ้วแนวนอน ส่วนกุญแจเป็นแบบอัจฉริยะสามารถสตาร์ท
ทั้งการกดปุ่มและผ่านรีโมท

เบาะนั่งมีให้เลือกทั้งผ้าสีดำ และหนังสีน้ำตาล ฝั่งคนขับสามารปรับด้วยไฟฟ้า 8 ทิศทาง ส่วนเบาะหลัง
สามารถพับขึ้นแบบแยกฝั่ง และติดตั้งที่พักแขนมาให้ในบางรุ่น

ขุมพลัง
สำหรับเวอร์ชั่นไทย เป็นที่แน่นอนแล้วว่าจะมีเครื่องยนต์ให้เลือก 2 ขนาด คือ

  • เครื่องยนต์ดีเซลขนาด 3.0 ลิตร รหัส 4JJ3-TCX ความจุกระบอกสูบ 1,998 ซีซี 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว
    จ่ายน้ำมันแบบคอมมอนเรล เทอร์โบแปรผันแบบ VGS Turbo พร้อมอินเตอร์คูลเลอร์ ให้กำลังสูงสุด
    190 แรงม้า ที่ 3,600 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 450 นิวตัน-เมตร ที่ 1,600 – 2,800 รอบ/นาที
    จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ และ เกียร์ธรรมดา 6 จังหวะ
  • เครื่องยนต์ดีเซลขนาด 1.9 ลิตร รหัส RZ4E-TC ความจุกระบอกสูบ 1,898 ซีซี 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว
    จ่ายน้ำมันแบบคอมมอนเรล เทอร์โบแปรผันแบบ VGS Turbo พร้อมอินเตอร์คูลเลอร์ ให้กำลังสูงสุด
    150 แรงม้า ที่ 3,600 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 350 นิวตัน-เมตร ที่ 1,800 – 2,600 รอบ/นาที
    จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ และ เกียร์ธรรมดา 6 จังหวะ ขับเคลื่อนล้อหลัง
  • รุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ จะใช้สวิชต์เปลี่ยนระบบขับเคลื่อน พร้อม Diff-Lock ไฟฟ้า
  • ช่วงล่างด้านหน้ายังคงเป็นแบบอิสระปีกนก 2 ชั้นคอย์ลสปริงและเหล็กกันโคลง
    ด้านหลังเป็นแบบแหนบแผ่นรูปครึ่งวงรี พร้อมโช้คอัพแก๊สทั้งด้านหน้า/หลัง

ระบบความปลอดภัย

  • ระบบเบรก ABS/EBD/BA
  • ระบบควบคุมการทรงตัว DSC
  • ระบบช่วยขึ้นเขา HSA
  • ระบบช่วยลงเขา HDC
  • ระบบเตือนมุมอับด้านข้าง BSM (Blind Spot Monitor)
  • ระบบเตือนมุมอับขณะถอยหลัง RCTA (Rear Cross Traffic Alert)
  • ถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่ง

สิ่งที่แตกต่างจาก Isuzu D-Max และ Mazda BT-50

แน่นอนว่าหลังจากที่ดูสเปคมาแล้วเกิดข้อสงสัยว่า แล้วต่างจาก Isuzu D-Max ตรงไหนบ้าง
เราจึงขอเทียบให้คร่าวๆ ดังนี้ (เทียบจากเสปคออสเตรเลียด้วยกัน)

ภายนอก
Isuzu – ไฟหน้าทรงเหลี่ยม กระจังหน้าแบบเส้นแนวนอน 2 ชั้น ไฟตัดหมอกและไฟเลี้ยวแยกกันชัดเจน
ล้ออัลลอยลายสามเหลี่ยมและเส้นเล็กๆ 5 ก้าน ไฟท้ายเลข 8 แบบLED

Mazda – ไฟหน้าทรงมน กระจังหน้าแนวนอน 4 เส้นขนาดใหญ่ ไฟตัดหมอกและไฟเลี้ยวกรอบช่องเดียวกัน
ล้ออัลอย 5 ก้าน ไฟท้านทรงเรียบง่าย
ภายใน

Isuzu – แผงคอนโซลทรงเหลี่ยม ช่องแอร์เหลี่ยมสัน มีช่องเก็บของตรงกลางคอนโซลด้านบน
ครอบแตรทรงเหลี่ยม ไม่บุนุ่มบริเวณคอนโซลเกียร์

Mazda – แผงคอนโซลทรงมน ช่องแอร์ทรงมน ไม่มีช่องเก็บของตรงกลางคอนโซลด้านบน
ครอบแตรทรงกลม นุ่มบริเวณคอนโซลเกียร์
สีตัวถัง

Isuzu – มีโทนสีสดๆให้เลือกทั้งสีส้ม สีแดง สีน้ำเงิน

Mazda – เน้นโทนสีสุภาพ แม้จะเป็นสีน้ำเงินหรือสีแดงก็ตาม

สำหรับรายละเอียดของ All New Mazda BT-50 เวอร์ชั่นประเทศไทย จะออกมาเป็นอย่างไรและราคาจะแพงกว่าคู่แฝดมากเพียงใด รู้พร้อมกัน 21 มกราคมนี้ Carsideteam จะอัปเดทให้ทราบทุกช่องทาง


เรียบเรียงโดย Carsideteam