ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา Nissan ประเทศไทยต่างเตรียมตัวยุติบทบาทการทำตลาดหลายต่อหลายรุ่น อาทิ
รถยนต์ Hatchback อย่าง Pulsar ที่จะมาเสริมตลาดของกลุ่ม Hatchback 5 ประตู แต่สุดท้ายก็
ประสบความล้มเหลว (จนปัจจุบันนี้เหลือแค่ Mazda 3 และ Honda Civic Hatchback เท่านั้น)
หรือจะเป็นรถยนต์จากฝั่งอินโดนิเซียอย่าง Livina และ Juke (จนสุดท้ายมี Kicks มาแทนที่) อย่างไรก็ตาม
Nissan ตัดสินใจเลิกทำตลาด 3 รุ่นเพิ่มเติมคือ Sylphy Teana และ X-Trail ซึ่งทั้งหมดเป็นรถยนต์
ในตลาดสำคัญของประเทศไทย เท่ากับว่า เป็นตลาดรถยนต์นั่นของ Nissan เริ่มลดบทบาทลงเรียบร้อย

สัญญาณแรกที่เริ่มต้นนั่นคือ Nissan เริ่มทยอยอัพเดตหน้าปกแคตตาล็อกเมื่อเดือนที่ผ่านมา
ซึ่งหลายๆรุ่นได้อัพเดตหน้าปกเป็นโลโก้ใหม่ ทว่า ไม่มีแคตตาล็อกของ Teana และ X-Trail
มาให้เห็นหลังจากออกโปรโมชั่นลดราคาเพื่อรับกับสถานการณ์ COVID-19 แสดงให้เห็นว่า
Nissan ยุติบทบาทของทั้ง 2 รุ่นอย่างเป็นทางการ ส่วน Sylphy นั้นเดิมทีจะมาทำตลาดโฉมใหม่
แบบที่ขายในจีน สหรัฐอเมริกา และไต้หวัน แต่จะมาเป็นขุมพลัง e-Power แทน สุดท้าย
Nissan ตัดสินใจเลิกทำตลาดแทน

มาดูกันว่า ทั้ง 3 รุ่นนี้มีเส้นทางการทำตลาดคร่าวๆอย่างไร

เริ่มจาก Nissan Teana กันก่อน ซึ่งมาแทนที่ Nissan Cefiro เพื่อมาแข่งกับ Toyota Camry
และ Honda Accord ตัวรถเน้นไปที่ความหรูหราชัดเจน ทั้งการออกแบบภายในที่ได้แรงบันดาลใจ
จากบ้านตามสไตล์ Modern Living มาถึง 2 รูปโฉม ทว่า โฉมล่าสุดเริ่มทำตลาดมาตั้งแต่ปี 2013
คราวนี้เป็นการนำ Nissan Altima เวอร์ชั่นสหรัฐอเมริกา มาแปลงหน้าตาให้หรูหราตามประเทศจีน

แต่ด้วยตัวรถบางส่วนที่เสียความหรูหราจากรุ่นเดิม หน้าตาที่ไม่ต่างจากรุ่นน้องอย่าง Sylphy
ทำให้ไม่ประสบความสำเร็จ อีกทั้ง รุ่นไมเนอร์เชนจ์ที่ตามมาในปี 2018 ก็มีปัจจัยหลายๆอย่าง
เริ่มจากช่วงเวลาในการเปิดตัวที่นอกจากเปิดตัวช้าจากตลาดโลก 2 ปีแล้ว ยังไปตรงกับช่วงที่
Camry เปลี่ยนโฉมใหม่เต็มรูปแบบ อีกทั้ง เป็นปีที่ Altima เปลี่ยนโฉมใหม่ ทำให้ยอดขาย
ไม่ค่อยดีนัก รวมถึงการเปลี่ยนแปลงที่แปลกๆ เพราะเปลี่ยนแค่หน้าไม่เปลี่ยนท้าย ออปชั่นเท่าเดิม
ทำให้หลายๆเดือนยอดขายไม่ถึง 100 คัน จนต้องสั่งลาอย่างเป็นทางการ

ส่วน X-Trail นั้น Nissan ได้ทำตลาดครบ 3 รูปโฉม โดย 2 รูปโฉมแรกนำเข้าจากประเทศอินโดนิเซีย
ซึ่งรุ่นที่ 2 นั้น Nissan นำเข้ามาจำหน่ายเพื่อฆ่าเวลาเล่นๆ เนื่องจากรุ่นที่มาขายเป็นรุ่นที่มีออปชั่นน้อยที่สุด
ของสเปคต้นทาง จนรุ่นที่ 3 มาในปี 2014 ซึ่งเป็นรุ่นที่ผลิตในไทยพร้อมกับข้าวของที่อัดมาเต็มระดับหนึ่ง

ช่วงแรกๆมียอดขายค่อนข้างสูงพอสมควร จน Nissan ไฟเขียวได้เปิดตัวเวอร์ชั่น Hybrid เสริมตลาด
แต่เนื่องจากระบบ Hybrid ที่มีปัญหาพอสมควร ทำให้ยอดขายเริ่มลดลง และแน่นอนว่ารุ่นไมเนอร์เชนจ์
ก็ยังคงทำตลาดช้ากว่าตลาดโลก 2 ปี แม้จะพยายามชดเชยด้วยออปชั่นเต็มๆ แต่มีการตัดเครื่องยนต์
2.0 ปกติซึ่งเป็นขุมพลังทำเงินของรุ่นออกไป สุดท้าย ยอดขายก็น้อยไม่ต่างจาก Teana ทำให้ต้อง
ยุติบทบาทตามกันไป

และสุดท้ายก็เป็น Sylphy ซึ่งรุ่นดังกล่าวมาแทนที่ Sunny และ Tiida ตัวรถมาเป็นแบบ C-Segment
เต็มตัว พร้อมวางตัวรถให้หรูหราเหมือนกับ Teana ย่อส่วน พร้อมดึงตัว ชมพู่-อารยา และ โป๊บ-ธนาวรรณ
เป็นพรีเซนเตอร์ ซึ่งยอดขายค่อนข้างดี แต่ไม่ปังเมื่อเทียบกับคู่แข่งอย่าง Civic และ Corolla Altis

ทว่า การกระตุ้นตลาดของ Sylphy มันจะออกจากแปลกไปเสียหน่อย เพราะตลอดอายุตลาด ไม่มีรุ่น
ไมเนอร์เชนจ์ออกมา (แต่ในต่างประเทศมีรุ่นไมเนอร์เชนจ์ทำตลาดมาขาย) แต่จะชดเชยด้วยการเพิ่ม
รุ่นย่อยใหม่ ทั้ง รุ่นแต่งสปอร์ต SV,รุ่นเครื่องยนต์ Turbo พร้อมออปชั่นที่มากขึ้นและปรับหน้าใหม่
พร้อมเพิ่มระบบควบคุมการทรงตัวและเครื่องยนต์รองรับ E85 แต่คู่แข่งมาแรงกว่า สุดท้าย
ก็เตรียมถอดออกจากตลาดเร็วๆนี้

หลังจากนี้ Nissan จะมีรุ่นทำตลาดไม่มากนัก ทั้งกลุ่มรถยนต์นั่งขนาดเล็ก March,Note,Almera
กลุ่มรถ Crossover Kicks,ตระกูลรถกระบะ Navara และ Terra,รถตู้ NV350,รถสปอร์ต GT-R
และรถพลังงานไฟฟ้า Leaf ซึ่งต้องคอยดูว่า จะมีรุ่นไหนมาเสริมหรือถอดออกจากตลาด ต้องรอดูกันต่อไป