ถึงแม้ว่ากระแสตอบรับของ e-Power ในประเทศญี่ปุ่นถือว่าค่อนข้างดี แต่กลับประเทศไทยนั้นถือว่า
ยังไม่ค่อยดีนัก อย่างไรก็ตาม ก็ต้องดำเนินการกันเปิดตัว e-Power ในต่างประเทศกันต่อไป ล่าสุด
ก็ได้เตรียมเปิดตัว Nissan Sylphy e-Power ในประเทศจีนอย่างเป็นทางการพร้อมรายละเอียด
ที่แตกต่างจากรุ่นปกติ คาดเตรียมทำตลาดเร็วๆนี้

สิ่งที่ต่างจาก Sylphy รุ่นปกติมีดังนี้

  • เปลี่ยนโลโก้ Nissan เป็นแบบใหม่
  • ปรับรายละเอียดดกระจังหน้าใหมม่ ทั้งขอบตัว V แบบ 2 ชั้นและลายข้างในใหม่
    (รุ่นปกติเป็นลายตาข่าย ขอบตัว V เป็นแบบชุดเดียว)
  • หลังคาและกระจกมองข้างตกแต่งด้วยกรอบสีดำ
  • ไฟท้ายใหม่เป็นแบบ LED พร้อมเส้น Light Guiding
  • ปรับจอชุดเครื่องเสียงให้ใหญ่ขึ้น
  • ปรับกรอบช่องแอร์จากวงกลมเป็นทรงนอน
  • เพิ่มแผงการตกแต่งลายไม้บริเวณคอนโซลหน้า
  • หน้าจอแสดงผลการขับขี่ MID ปรับให้เข้ากับรุ่น Hybrid
  • เปลี่ยนคันเกียร์อัตโนมัติเป็นแบบไฟฟ้ารูปทรงใหม่ (แบบเดียวกับ Note)

รายละเอียดอื่นๆยังคงเหมือนกับรุ่นปกติทั้งหน้าตาที่ไปในแนวทางเดียวกันกับ Altima และ Versa
(หรือ Almera ในประเทศไทย) ไฟหน้า LED ทรงบูมเมอแรงเสริมด้วยกรอบไฟตัดหมอกหน้าทรงเหลี่ยม
ที่เป็นเอกลักษณ์ ส่วนด้านข้างยังใช้เส้นสายปราดเปรียว รวมถึงแนวกระจกที่เหลี่ยมสัน พร้อมเส้นสีดำที่ลาก
ไปยังกระจกหลัง (Floating Roof) และเส้นสายที่มีความพริ้วไหว แต่เฉียบคมตามสไตล์ Nissan ยุคปัจจุบัน

ส่วนด้านท้ายปรับแนวทางการออกแบบใหม่หมดจด ไม่ว่าจะเป็นฝากระโปรงหลังเป็นแบบ 2 ชั้น
ช่องใส่ป้ายทะเบียนมีความกว้างและลึกพอสมควร ส่วนกันชนหลังมีเส้นสายที่ลากจากไฟท้าย พร้อม
เสริมแถบสีดำเพื่อความสวยงาม ส่วนล้ออัลลอยมาพร้อมกับลาย 5 ก้านคู่ ขนาดอาจจะอยู่ที่ 17 นิ้ว

ภายในมาพร้อมสีส้มชามัวร์ เสริมรายละเอียดด้วยตะเข็บตามจุดต่างๆ โดยมีระบบปรับอากาศอัตโนมัติ
ทรงใหม่ที่ปรับสวิตซ์อุณหภูมิจากปุ่มกดเป็นปุ่มหมุนแผงคอนโซลกลางตกแต่งด้วนสีดำสลับกับสีเงิน
โดยมีทั้งปุ่มสตาร์ทที่ย้ายตำแหน่งมาไว้บริเวณฐานเกียร์เช่นเดียวกับ Nissan รุ่นอื่นๆ พร้อมที่วางแก้ว
และช่องเก็บของเสริมและที่พับแขนขนาดใหญ่และยาว พร้อมหุ้มด้วยหนัง รวมถึงที่รองขาตรงคอนโซลกลาง
ที่เสริมด้วยเช่นกัน พวงมาลัย 3 ก้านทรง D-Shape ที่มีรูปทรงเดียวกับ Nissan ที่เปิดตัวในระยะหลังๆ
ส่วนเบาะนั่งมีการเสริมด้วยลายข้าวหลามตัดมาพร้อมกับรูปทรง 3D Multilayer ทำให้นั่งสบายขึ้น

ขุมพลังเปลี่ยนไปใช้ e-Power เต็มตัวโดยมีรายละเอียดดังนี้

  • เครื่องยนต์เบนซิน 1.2 ลิตร แบบ E-Power พร้อมแบตเตอรี่แบบ Lithium-Ion และมอเตอร์ไฟฟ้า
    รหัส EM57 ให้กำลังสูงสุด 72 แรงม้าที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิด 103 นิวตัน-เมตรที่ 3,200 –
    5,200 รอบต่อนาที (มอเตอร์ไฟฟ้ามีกำลัง 136 แรงม้า แรงบิด 300 นิวตัน-เมตร) จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ
    แบบไฟฟ้าพร้อมระบบขับเคลื่อนล้อหน้า โดยมีอัตราสิ้นเปลืองอยู่ที่ 3.9 ลิตร/100 กิโลเมตร
    (ราวๆ 25.64 กิโลเมตร/ลิตร)

ระบบความปลอดภัยของ Nissan Sylphy E-Power มีให้ดังนี้

  • ระบบหยุดรถอัตโนมัติเมื่อเหยียบคันเร่งโดยไม่ได้ตั้งใจ Emergency Brake for Pedal Misapplication
  • ระบบเตือนการชนด้านหน้า Intelligent Forward Collision Warning
  • ระบบเตือนมุมอับด้านข้าง Blind Spot Warning
  • ระบบเตือนมุมอับขณะถอยหลัง Cross Traffic Alert
  • ระบบเตือนรถออกนอกเลย Lane Departure Warning
  • ระบบเตือนเมื่อคนขับเกิดอาการเหนื่อยล้า Intelligent Driving Alert

อย่างไรก็ตาม Nissan ก็มีแผนที่จะทำตลาด e-Power ในหลายๆประเทศทั้ง โดยในปี 2025 จะต้องเปิดตัว
ให้ครบ 6 รุ่น (ซึ่ง ณ​ เวลานี้เปิดตัวไปแล้ว 3 รุ่นคือ Note,Serena และ Kicks ซึ่งจะมีรุ่นอะไรมานั้น
โปรดติดตามชม สำหรับประเทศไทยยังไม่มีแผนใดๆเกี่ยวกับ Nissan Sylphy E-Power เพราะรุ่นนี้
จะยังคงสงวนเฉพาะตลาดในประเทศจีนเท่านั้น