Nissan Serena Minorchange : ปรับหน้าใหม่พร้อมออปชั่นความปลอดภัยเต็มพิกัด

231

หลังจากเผยรูปภาพพร้อมข้อมูลคร่าวๆไปแล้วสำหรับ Nissan Serena เวอร์ชั่นปรับโฉมเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา
ล่าสุด ก็ได้จำหน่ายอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2019 มาพร้อมกับงานออกแบบใหม่รอบคัน
ภายในที่ตกแต่งให้ดูดีขึ้นเล็กน้อย รวมถึงระบบความปลอดภัยแบบจัดเต็ม เริ่มวางจำหน่ายแล้ววันนี้

การออกแบบภายนอกได้เปลี่ยนด้านหน้าใหม่ให้ดูแปลกตาขึ้น เช่นเดียวกับด้านท้ายที่ปรับให้ดูใหญ่ขึ้นกว่าเดิม
ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้

  • ไฟหน้า 2 ชั้นพร้อมไฟสูงแบบ LED ตกแต่งด้วยโครเมียม (จากเดิมเป็นสีเดียวกับตัวรถ)
  • กระจังหน้าทรงใหม่ เสริมด้วยกรอบตัว V โครเมียมทรงเพรียวบาง พร้อมกรอบสีดำเงา
    และปรับรายละเอียดด้านในให้แตกต่างมากขึ้น

    • รุ่นธรรมดา : มาพร้อมกับโครเมียมเส้นแนวนอน 2 เส้น
    • รุ่น Highway Star : มาพร้อมกับลายบานเกล็ดขนาดใหญ่จรดกันชนหน้า
  • กันชนหน้าดีไซน์ใหม่
  • ไฟตัดหมอกหน้าเปลี่ยนเป็นแบบ LED พร้อมเส้นกรอบที่ยาวขึ้น
  • ล้ออัลลอยลายใหม่
  • ไฟท้าย LED แบบใหม่
    • รุ่นธรรมดา : เปลี่ยนสีกรอบให้เข้มขึ้น
    • รุ่น Highway Star : ปรับรายละเอียดใหม่พร้อมขยายกรอบให้ยาวขึ้น
  • กันชนหลังออกแบบใหม่ในรุ่น Highwaystar
  • สีภายนอกใหม่ (มีให้เลือกทั้งสีเดียวตลอดคันและสีทูโทนหลังคาดำ)
    • สีส้ม Sunrise Orange
    • สีเทา Dark Metal Grey

ภายในถึงแม้ว่าจะไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมนัก แต่ก็ยังมีรายละเอียดอื่นๆที่ปรับใหม่ ซึ่งมีดังต่อไปนี้

  • เปลี่ยนไฟภายในและหน้าจอระบบปรับอากาศอัตโนมัติจากสีส้มเป็นสีฟ้า
  • ปรับแผงสวิตซ์กระจกไฟฟ้าจากสีเงินเป็นสีดำในรุ่นธรรมดา
  • ปรับหน้าตาชุดเครื่องเสียงแบบจอสัมผัสใหม่
  • ปรับกรอบมาตรวัดใหม่เล็กน้อย
  • ปรับลายผ้าเบาะนั่งใหม่
  • เพิ่มภายในสีทูโทน เทา/เบจ

อย่างไรก็ตาม อุปกรณ์มาตรฐานเด่นๆของ Serena มีดังต่อไปนี้

  • เบาะนั่งตรงกลางแถวที่ 2 สามารถเลื่อนขึ้นไปข้างหน้าได้
  • เบาะแถว 2 สามารถเลื่อนให้ชิดติดกันได้
  • ประตูเลื่อนสามารถสั่งงานได้ด้วยระบบเตะเปิด
  • ประตูเลื่อนสามารถสั่งล็อกอัตโนมัติและสั่งหยุดในตำแหน่งที่ต้องการได้
  • เพิ่มปุ่มเปิด/ปิดประตูเลื่อนบริเวณเบาะนั่งแถวที่ 3
  • ฝาท้ายเปิดออกมาได้ 2 ชั้น (เฉพาะกระจก/เต็มบานประตู)
  • โต๊ะวางของหลังเบาะนั่งแถวที่ 1/2

ขุมพลังมีให้เลือกดังนี้

  • เครื่องยนต์เบนซินไฮบริด 2.0 ลิตร รหัส MR20DD ให้กำลังสูงสุด 150 แรงม้าที่ 6,000 รอบต่อนาที
    แรงบิด 200 นิวตัน-เมตรที่ 4,400 นิวตัน-เมตรจับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ Xtronic CVT พร้อมระบบ
    ขับเคลื่อนล้อหน้า
  • เครื่องยนต์เบนซินไฮบริด 2.0 ลิตร แบบ S-Hybrid รหัส MR20DD พร้อมแบดเตอรี่เสริมรหัส SM24
    ให้กำลังสูงสุด 150 แรงม้าที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิด 200 นิวตัน-เมตรที่ 4,400 นิวตัน-เมตร
    (มอเตอร์ไฟฟ้ามีกำลัง 2.6 แรงม้า แรงบิด 48 นิวตัน-เมตร) จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ Xtronic CVT
    พร้อมระบบขับเคลื่อนล้อหน้าหรือขับเคลื่อน 4 ล้อ
  • เครื่องยนต์เบนซิน 1.2 ลิตร แบบ E-Power พร้อมแบตเตอรี่แบบ Lithium-Ion รหัส EM57
    ให้กำลังสูงสุด 84 แรงม้าที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิด 103 นิวตัน-เมตรที่ 3,200 – 5,200 นิวตัน-เมตร
    (มอเตอร์ไฟฟ้ามีกำลัง 136 แรงม้า แรงบิด 320 นิวตัน-เมตร) จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติแบบไฟฟ้า
    พร้อมระบบขับเคลื่อนล้อหน้า

ระบบความปลอดภัยมีมาให้ดังต่อไปนี้ (ใหม่ = เพิ่มเติมจากรุ่นก่อนปรับโฉม)

  • ระบบช่วยขับขี่กึ่งอัตโนมัติ ProPilot พร้อมหยุดรถและเคลื่อนที่ได้เอง
  • ระบบเตือนการชนด้านหน้า Intelligent Emergency Brake
  • ระบบเตือนเมื่อเผลอเหยียบคันเร่งอย่างรุนแรงเมื่อเข้าเกียร์ผิด
  • ระบบเตือนรถออกนอกเลนและช่วยให้รถอยู่ในเลน
  • ไฟหน้าแบบปรับองศาการฉายได้ Adaptive LED Headlight System (ใหม่)
  • ไฟสูงเปิด/ปิดอัตโนมัติ High-Beam Assist
  • ระบบเตือนมุมอับด้านข้าง Intelligent Blind Spot Infomation (ใหม่)
  • ระบบเตือนมุมอับขณะถอยหลัง Rear Cross Traffic Alert (ใหม่)
  • ระบบอ่านป้ายจราจรอัตโนมัติ
  • กล้องมองภาพรอบทิศทาง Intelligent Around View Monitor
  • ระบบช่วยถอยจอดอัตโนมัติ Intelligent Parking Assist
  • กระจกมองหลังถ่ายทอดภาพจากกล้องด้านหลัง Intelligent Rear View Mirror
  • ระบบเตือนเมื่อมีอาการเหนื่อยล้าจากการขับขี่
  • ถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่ง

Nissan Serena Minorchange มีให้เลือกทั้งหมด 20 รุ่นย่อย (เครื่องยนต์เบนซินธรรมดา 2 รุ่นย่อย
S-Hybrid 12 รุ่นย่อย (ขับเคลื่อน 2 ล้อ 6 รุ่นย่อย + ขับเคลื่อน 4 ล้อ 6 รุ่นย่อย) และ E-Power 6 รุ่นย่อย)
สนนราคาอยู่ระหว่าง 2,399,760 – 3,657,960 เยน (ราวๆ 691,000 – 1,053,000 บาท) เริ่มจำหน่าย
ในประเทศญี่ปุ่นตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป สำหรับตลาดเอเชียบางประเทศอาจจะได้สัมผัสกันในเร็วๆนี้

ที่มา : Nissan Japan Official (1,2)

Comments
Loading...