Nissan Leaf Thailand Spec. รถยนต์พลังงานไฟฟ้ารุ่นดังเปิดตัวในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ

122

หลังจากที่ Nissan Leaf เปิดตัวในปี 2017 ซึ่งมีการพัฒนาขึ้นในหลายๆด้านทั้งเรื่องการออกแบบ
ภายนอกและภายในที่ทันสมัย และเทคโนโลยีที่ดีขึ้น รวมถึงสมรรถนะที่ดีกว่าเดิม ล่าสุด Nissan
ได้นำเข้า Leaf ในประเทศไทยและพร้อมจำหน่ายในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ (จากเดิมที่นำเข้ามา
สำหรับแสดงนวัตกรรมต่างๆเท่านั้น) มาพร้อมกับออปชั่นหลายๆอย่างที่ติดตั้งในรุ่นนี้อีกด้วย

หน้าตาภายนอกเหมือนกับเวอร์ชั่นตลาดโลก ซึ่งการปรับให้โฉบเฉี่ยวขึ้น เริ่มจากไฟหน้า LED แนวนอน
ทรงบูมเมอแรง กระจังหน้าทรง V-Motion แถบโครเมียม พร้อมแถบพลาสติกสีดำ/น้ำเงิน รวมทั้งย้าย
ช่องเสียบไฟมาไว้ด้านบน (เหนือกระจังหน้า) พร้อมช่องดักลมกันชนหน้าที่เรียวยาวขึ้น เสริมไฟตัดหมอกหน้า
แบบ LED

ด้านข้างแม้ว่าจะมีเส้นสายที่เรียบง่ายเช่นเคย แต่แนวกระจกออกแบบให้ปราดเปรียวขึ้นและดูกลมกลืน
กับกระจกหลัง ส่วนด้านท้าย ครึ่งบนมาพร้อมกับสปอยเลอร์หลัง ไฟท้าย LED พร้อมแถบเหนือช่องใส่
ป้ายทะเบียนรถ บริเวณนี้จะเป็นสีดำเงาทั้งหมด ส่วนครึ่งล่างจะเป็นช่องใส่ป้ายทะเบียนหลังและกันชนหลัง
สีเดียวกับรถ แต่เสริมด้วยแถบสีดำเล็กน้อย

มิติตัวถังของ Nissan Leaf มีดังนี้

  • ความยาว 4,480 มิลลิเมตร
  • ความกว้าง 1,790 มิลลิเมตร
  • ความสูง 1,540 มิลลิเมตร
  • ความยาวฐานล้อ 2,700 มิลลิเมตร

ภายในออกแบบให้ลดความล้ำสมัยลง จากที่ ช่องแอร์ ชุดเครื่องเสียง และสวิตซ์ควบคุมระบบปรับอากาศ
มาเป็นแผงเดียวกัน ในรุ่นใหม่แยกกันเป็นสัดส่วนชัดเจน สำหรับเวอร์ชั่นไทยชุดเครื่องเสียงเป็นวิทยุ/ซีดี
หน้าจอสี 5 นิ้วรองรับการเชื่อมต่อ AUX USB และ Bluetooth พร้อมลำโพง 4 ตัว ระบบปรับอากาศ
อัตโนมัติเป็นแบบปุ่มหมุนคู่ พร้อมจอแสดงผลขาว/ดำแยกต่างหาก รวมถึงแผงเกียร์ตกแต่งสีดำเงา

ถึงกระนั้น รายละเอียดบางส่วนยังคงมาแนวเดียวกับเวอร์ชั่นต่างประเทศ อาทิ มาตรวัดเรืองแสงสีฟ้า
พร้อมจอแสดงผลการขับขี่ MID ที่แสดงข้อมูลตัวรถและระบบไฟฟ้าหลายรายการ พวงมาลัย 3 ก้าน
มีหน้าตาคล้ายกับที่มีอยู่ใน Nissan Note พร้อมปุ่มมัลติฟังก์ชั่นที่สามารถควบคุมเครื่องเสียง
และระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ Cruise Control ส่วนเบาะนั่งเปลี่ยนวัสดุมาเป็นหนังสีดำ
ตะเข็บสีเงิน พร้อมเบาะหลังสามารถพับแยกได้ในอัตราส่วน 60/40

สมรรถนะมาพร้อมกับมอเตอร์ไฟฟ้ารหัส EM57 ความจุ 40 kwh มีพละกำลังสูงสุด 150 แรงม้า
แรงบิด 320 นิวตัน-เมตร พร้อมแบตเตอรี่แบบ Lithium-Ion แรงดันไฟ 350 โวลต์ จับคู่กับ
ระบบส่งกำลังแบบ Single Speed Gear Reduction วิ่งได้ไกลสุด 311 กิโลเมตร (หรือ
400 กิโลเมตรจากมาตรฐาน JC08 ของญี่ปุ่น) ช่วงล่างด้านหน้าเป็นแบบแมคเฟอร์สันสตรัท
ด้านหลังเป็นทอร์ชั่นบีม ระบบเบรกเป็นดิสก์เบรก 4 ล้อ

เทคโนโลยีของ Nissan Leaf เวอร์ชั่นไทย แม้ว่าจะไม่มี Pro Pilot ทั้งขณะขับขี่บนถนนเลนเดียว
หรือ Pro Pilot Park ที่กดปุ่มเดียว ระบบจะจอดให้โดยอัตโนมัติ แต่ก็ยังมีแป้นเหยียบแบบ
e-Pedal สามารถเบรกหรือเร่งได้เพียงเหยียบแค่แป้นเดียวมาให้เช่นกัน

ส่วนระบบความปลอดภัยมีมาให้ดังนี้

  • ระบบเบรก ABS EBD BA
  • ระบบควบคุมการทรงตัว VDC
  • ระบบป้องกันรถลื่นไถล TCS
  • ระบบช่วยขึ้นเขา HSA
  • กล้องมองภาพรวมทิศทาง i-AVM (Intelligent Around View Monitor)
  • ระบบเตือนสิ่งกีดขวางรอบทิศทาง MOD (Moving Objective Detection)
  • ระบบเบรกอัตโนมัติเมื่อมีสิ่งกีดขวางด้านหน้า (Forward Collision Warning)
  • ระบบเตือนความเหนื่อยล้าขณะขับขี่ DAA
  • เบรกมือไฟฟ้า

Nissan มีให้เลือกรุ่นย่อยเดียว และมีให้เลือกแค่สีตัวถังเดียวเท่านั้นคือสีขาวหลังคาดำ Brilliant White Pearl
Super Black 2 Tone สนนราคาอยู่ที่ 1,990,000 บาท ใครสนใจสามารถสัมผัสตัวจริงได้ที่โชว์รูม Nissan
ทั่วประเทศและงาน Motor Expo 2018 วันที่ 29 พฤศจิกายน – 10 ธันวาคม 2561 ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี

 

Comments
Loading...