หลังจากที่ Nissan Kick e-POWER ได้เปิดตัวเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2563 แต่กว่าที่ส่งมอบและลงโชว์รูมอย่างเป็นทางการได้ ถูกเลื่อนมาจนสามารถดำเนินการเมื่อต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา สาเหตุสำคัญที่ต้องขยายระยะเวลาราคาพิเศษและการส่งมอบที่ล่าช้ากว่ากำหนดเดิม เนื่องจากพบชิ้นส่วนรถมีปัญหาจำนวนมากจึงต้องเข้ารับการแก้ไขครั้งใหญ่

อีกทั้ง Nissan Thailand เป็นฐานการผลิต Kicks e-POWER จำนวนหนึ่งเพื่อส่งออกไปจำหน่ายที่ประเทศญี่ปุ่น และผู้ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์บางแห่งจากต่างประเทศได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อ COVID-19 ทำให้ไม่สามารถผลิตชิ้นส่วนได้เต็มกำลัง

ล่าสุด Nissan Thailand ได้ประกาศยืดราคาช่วงแนะนำบนเว็บไซต์ www.nissan.co.th จากเดิมสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2563 ไปเป็นวันที่ 31 มีนาคม 2564

Nissan Kicks E-Power มีให้เลือก 4 รุ่นย่อย
VL 1,049,000 บาท
V 999,000 บาท
E 949,000 บาท
S 889,000 บาท
พร้อมการรับประกันแบตเตอรี่สูงสุด 10 ปีและ ระบบไฟฟ้าอีก 5 ปี ตัวรถรับประกันสูงสุด 3 ปีหรือ 100,000 กิโลเมตร ใครสนใจสามารถสอบถามข้อมูลได้ที่โชว์รูม Nissan ทั่วประเทศ


หน้าตาภายนอกเป็นที่แน่นอนแล้วว่ายกมาจาก Kicks เวอร์ชั่นตลาดโลก (ที่มีความทันสมัยมากกว่าเวอร์ชั่นอินเดีย)
แต่ปรับหน้าตาใหม่ไปหลายจุด (เมื่อเทียบกับรุ่นเดิมที่จำหน่ายในต่างประเทศ) ซึ่งมีความแตกต่างกันดังนี้

  • ไฟหน้าโคมใหม่แบบ LED แบบบานเกล็ด พร้อมเรียงตำแหน่งไฟใหม่
  • กระจังหน้าเปลี่ยนจากลายตาข่ายเป็นแบบเส้นแนวนอน ขยายความยาวไปถึงช่องดักลม
  • ตกแต่งรอบๆกระจังหน้าด้วยเส้นโครเมียม(บริเวณไฟหน้า)และสีดำเงา
  • กันชนหน้าใหม่ พร้อมกรอบไฟตัดหมอกแบบสี่เหลี่ยม และตัวดวงไฟเป็นวงกลม (จากเดิมเป็นแบบเหลี่ยม)
  • ล้ออัลลอยลายใหม่จาก 5 ก้านคู่ เป็น 5 ก้านทรงบาง
  • ปรับรายละเอียดไฟท้ายลายใหม่ ปรับขนาดไฟเลี้ยวและไฟถอยให้เล็กลง
  • ปรับพื้นที่กันชนหลังใหม่ (เพิ่มพื้นที่พ่นสีตัวถังเยอะขึ้น)

ขนาดตัวถังมีดังต่อไปนี้

  • ความยาว 4,290 มิลลิเมตร
  • ความกว้าง 1,760 มิลลิเมตร
  • ความสูง 1,615 มิลลิเมตร
  • ความยาวฐานล้อ 2,615 มิลลิเมตร

สีตัวถังของ Kicks มีให้เลือกดังนี้

  • สีส้ม Monarch Orange (รุ่น VL หลังคาเป็นสีดำ ส่วนแบบหลังคาปกติมีเฉพาะรุ่น V)
  • สีแดง Radiant Red (รุ่น VL หลังคาเป็นสีดำ ส่วนแบบหลังคาปกติมีเฉพาะรุ่น V)
  • สีเทา Gun Metallic (รุ่น VL หลังคาเป็นสีดำ)
  • สีขาว Storm White (รุ่น VL หลังคาเป็นสีดำ)
  • สีเหลือง Sunlight Yellow (สีใหม่)
  • สีน้ำเงิน Midnight Blue (สีใหม่)
  • สีดำ Black Star
  • สีเงิน Brilliant Silver


ภายในแม้ว่าเทียบกับรุ่นก่อนไมเนอร์เชนจ์แล้ว ความแตกต่างจะอยู่ที่มาตรวัดที่เปลี่ยนจากวัดรอบมาเป็นวัดการใช้
พลังงานไฟฟ้า (ภายในจอแสดงผลการขับขี่ MID ขนาด 7 นิ้ว) ปุ่มสตาร์ทเป็นสีฟ้า แผงสวิตซ์ควบคุมระบบ
การทำงานของเครื่องยนต์ และคันเกียร์ที่เป็นแบบโยก  (ซึ่งเป็นจุดที่แตกต่างระหว่างเครื่องยนต์ ธรรมดา
และเครื่องยนต์ E-Power มาตั้งแต่ Note และ Serena ที่ญี่ปุ่น) อีกทั้ง ยังเปลี่ยนเบรกมือมาเป็นไฟฟ้า
พร้อมปุ่ม Auto Hold อีกด้วย (เวอร์ชั่นต่างประเทศเบรกมือเป็นแบบดึง)

แต่ถ้าเทียบกับ Almera พบว่า แผงคอนโซลมีการเกลางานออกแบบให้แตกต่างจาก Almera อาทิ การเดิน
ลายตะเข็บภายใน กรอบช่องแอร์คอนโซลกลาง และโทนสีแผงคอนโซลที่ใช้สีส้มในการตกแต่ง นอกนั้นจะมา
ใช้ชิ้นส่วนร่ามกันหลายชิ้น ไม่ว่าจะเป็น

  • ชุดเครื่องเสียงแบบจอสัมผัสขนาด 8 นิ้วรองรับ Apple Carplay เชื่อมต่อผ่าน Bluetooth และ USB
  • พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นควบคุมทั้งโทรศัพท์ เครื่องเสียง และระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ Cruise Control
  • ระบบปรับอากาศอัตโนมัติทุกรุ่นย่อย
  • กุญอัจฉริยะพร้อมปุ่มสตาร์ท
  • กระจกแต่งหน้าพร้อมไฟส่องสว่างคู่หน้า
  • ระบบควบคุมการขับขี่โดยใช้คันเร่งอันเดียว

ขุมพลัง เป็นครั้งแรกของรถที่จำหน่ายนอกประเทศญี่ปุ่นที่มีเครื่องยนต์ e-Power มาให้ทุกรุ่น เครื่องยนต์ดังกล่าว
เป็นแบบเดียวกันกับ Nissan Note และ Serena ในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้

  • เครื่องยนต์เบนซิน 1.2 ลิตร แบบ E-Power พร้อมแบตเตอรี่แบบ Lithium-Ion และมอเตอร์ไฟฟ้า
    รหัส EM57 ให้กำลังสูงสุด 79 แรงม้าที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิด 103 นิวตัน-เมตรที่ 3,200 –
    5,200 รอบต่อนาที (มอเตอร์ไฟฟ้ามีกำลัง 129 แรงม้า แรงบิด 260 นิวตัน-เมตร) จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ
    แบบไฟฟ้าพร้อมระบบขับเคลื่อนล้อหน้า

ระบบความปลอดภัยมาพร้อมกับระบบเบรก ABS/EBD/BA,ระบบควบคุมการทรงตัว VDC/TCS และระบบ
ช่วยขึ้นเขา HSA ทุกรุ่นย่อย และถุงลมนิรภัยสูงสุด 6 ตำแหน่ง ในเวอร์ชั่นไทยติดตั้งระบบดังต่อไปนี้

  • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน Intelligent Cruise Control
  • ระบบเตือนการชนด้านหน้า Emergency Brake System
  • กล้องมองภาพรอบทิศทาง Around View Monitor
  • ระบบตรวจจับมุมอับรอบคัน Moving Objective Detection
  • ระบบตรวจจับมุมอับด้านข้าง Blind Spot Warning
  • ระบบตรวจจับมุมอับด้านหลัง Rear Cross Traffic Alert
  • ระบบเตือนเมื่อคนขับเกิดอาการเหนื่อยล้า Driving Alert Attention
  • กระจกมองหลังถ่ายทอดภาพจากด้านหลัง Intelligent Rear View Monitor
  • ระบบควบคุมรถขณะขับบนทางขรุขระ Intelligent Ride Control
  • ระบบควบคุมรถให้เข้าโค้งดีขึ้น Intelligent Trace Control

เรียบเรียงโดย Carsideteam