นับตั้งปลายปี 2019 ที่เริ่มมีแพร่ระบาดของ COVID-19 จากประเทศจีน และเริ่มส่งผลกระทบในทุกธุรกิจ
รถยนต์หรืออุตสาหกรรมยานยนต์ ก็เป็นอีกหนึ่งภาคส่วนที่โดนผลกระทบนี้ และในระดับ Global เอง
ก็มีการลดขนาดบริษัทไม่ว่าจะให้พนักงานแบก Work Load เพิ่ม เพื่อให้ประหยัดงบในการใช้เงินจ้างออก
โดยให้พนักงานลาออกเองจ้างออกโดยได้เงินชดเชยที่ตกลงกันได้จบทั้งสองฝ่าย

ซึ่งเป็นเหตุมาจากที่ยอดขายรถยนต์ในบางกลุ่มที่ลดลงอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะ Retail หรือขายหน้าร้านผ่าน
ตัวแทนจำหน่าย หรือ Fleet ที่หน่วยงานหรือบริษัทชะลอการซื้อรถยนต์ออกไป และรวมถึงงานแสดงรถยนต์
ที่จะเปิดตัวรถใหม่ ก็มีปัญหาในการจัดงาน หรือแม้กระทั่งบริษัทรถยนต์หากต้องการจัด Event ก็ทำได้แบบ
ลำบาก ไม่ว่าจะ Carsideteam และสื่อมวลชนทุกโต๊ะที่โดน Swab Test จนจมูกบานเป็น BMW M series
รุ่นใหม่ล่าสุดก็ตามที

การต้องแบ่งรอบจัดงานเพื่อลดจำนวนคนที่เข้ามาร่วมงาน หรือต้องเลือกสื่อ เพื่อจำกัดคนในแต่ละ Event
ซึ่งเป็นเรื่องที่เราในฐานะสื่อเข้าใจดี และได้หวังว่าในอนาคตทุกอย่างจะเป็นปกติโดยเร็วครับ ส่วนปีนี้ Carsideteam เราเดินเครื่องเต็มกำลัง พร้อมเสิร์ฟ Content ดี ๆ ทั้งบทความ Video หรือแม้กระทั่ง Podcast ออกมาให้ได้ท่านผู้ติดตามในแต่ละช่องทางได้รับสารที่ดีและถูกต้องตามความเป็นจริงที่เรายึดถือมา และมีคอนเทนต์บ้า ๆ ที่จะเพิ่มเข้ามาด้วย จึงขอฝากร้านอีกครั้งไว้ในอ้อมอกอ้อมใจไว้ด้วยครับ เอาละ มาดูกันว่าปี 2022 จะเป็นอย่างไรกันบ้าง

ภาพรวมตลาดปี 2021
ในปีที่ผ่านมา ตลาดรถยนต์ตั้งแต่เดือนมกราคม-พฤศจิกายน 2564 ปริมาณการขาย 668,109 คัน ลดลง 2.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ทั้งนี้ในปี 2021 คาดการณ์ว่าจะมียอดขายปิดอยู่ที่ 770,000 คัน ซึ่งต่ำกว่าปี 2020 คิดเป็นปริมาณรถอยู่ที่ 22,146 คัน (เป็นข้อมูล ณ ปิดต้นฉบับ) ทั้งนี้ต้องรอทาง Toyota Motor Thailand แถลงข้อมูลยอดขายทั้งปี 2021 และคาดการณ์ตลาดในปี 2022 โดยเฉพาะยอดขายในประเทศ จะเป็นอย่างไร

ทีนี้ Carsideteam คาดการณ์ยอดขายในปี 2022 ว่าจะสามารถทำยอดขายรวมทั้งตลาดกว่าปี 2021 ราว ๆ 790,000 คัน อันเป็นเป้าหมายขั้นต่ำ ส่วนสูงสุดอาจจะแตะ 900,000 คันต่อปี

ซึ่งปัจจัยที่มีผลกระทบต่อตลาดรถยนต์มี 3 เรื่องคือ

1.การแพร่ระบาดของ COVID-19 สายพันธุ์ใหม่ ที่ ณ วันปิดต้นฉบับ โอไมครอนได้แพร่ระบาดอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าความรุนแรงของมันจะน้อยกว่าเดลต้า แต่การติดเชื้อทำได้ง่ายและมีความสามารถหลบหลีกภูมิคุ้มกันได้ ทั้งนี้เป็นการวัดใจมาตรการสาธารณสุขอีกครั้งว่าจะสามารถควบคุมได้เร็วแค่ไหน?

2.ภาวะขาดแคลนชิป Semi-Conducter ที่มีผลกระทบทุกอุตสาหกรรม ซึ่งในปีนี้เรายังต้องเผชิญกับปัญหานี้อยู่ แต่อยู่ในระดับที่ทุเลาลง ซึ่งผลกระทบที่เกิดขึ้นในตลาดรถยนต์ปีนี้คือ “ออปชันจะหายไปและราคายังคงเดิม (บางค่ายต้องเพิ่มขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้)”

3.ภาวะเงินเฟ้อและค่าครองชีพเพิ่มขึ้น ทั้งราคาหมูที่ตอนนี้หน้าตลาดขายกี่โลกรัมละ 200 บาท (ได้กินของแพงตามความฝันไว้เด็ก //ผิด!) ราคาน้ำมันโลกที่ขึ้นอย่างต่อเนื่อง (แต่บ้านเราตรึงราคาไว้เป็นของขวัญวันปีใหม่ แต่หมดหยุดปีใหม่ขึ้นรัว ๆ เลยครับพี่) ราคาแก็สที่จะปรับขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ เหล่านี้จะทำให้ประชาชนรัดเข็มขัดขึ้น และการซื้อของใหญ่จะค่อนข้างคิดเยอะมากขึ้น ดังนั้นต้องรอดูว่ารัฐบาลจะมาตรการอะไรบ้าง (แต่การงดส่งออกหมูเป็นเรื่องที่ไม่น่ารักเท่าไร)

ส่วนปัจจัยสนับสนุนทำให้ตลาดรถยนต์ฟื้นตัว

1.มาตรการสนับสนุนรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย เป็นมาตรการที่รัฐบาลออกมาเพื่อสนับสนุนให้กับบริษัทรถยนต์ทั้งการปรับอัตราภาษีแบบพิเศษสำหรับค่ายรถยนต์ที่จะนำเข้ารถ EV เข้ามาจำหน่ายในไทย และสนับสนุนคันละ 150,000 บาท สำหรับรถยนต์ EV ราคาไม่เกิน 2,000,000 บาท โดยมาตรการนี้จะสนับสนุนเป็นเวลา 4 ปี ใช้งบประมาณทั้งหมด 40,000 ล้านบาท ซึ่ง ณ เวลานี้จะเสนอมาตรการนี้เข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีแล้ว แต่ยังต้องมีการแก้ไขและเพิ่มรายละเอียดบางส่วนเพื่อให้ครอบคลุมทุกภาคส่วน หากมาตรการนี้ได้รับการอนุมัติอย่างเป็นทางการ จะทำให้ตลาดรถยนต์ EV คึกคักมากขึ้นอย่างแน่นอน

2.การควบคุมการแพร่ระบาด COVID-19 และยารักษาที่เริ่มใช้งานจริง ในปีที่ผ่านมาพระเอกของสาธารณสุขคือ “วัคซีน” ส่วนปีนี้ “ยารักษาโรค” จะเป็นพระเอก โดยมีการวิจัยและทดลองเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เหลือเพียงการประกาศจาก WHO ว่าสามารถใช้งานจริง ซึ่งจะทำให้โอกาสในการกลับมาใช้ชีวิตปกติ ค่อนข้างมีสูง ก็หวังแต่ว่าผลข้างเคียงจะไม่รุนแรงจนต้องหยุดงาน 2-3 วันครับ

เอาละนี่คือภาพรวมและปัจจัยต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นในตลาดรถยนต์ประเทศไทย ทีนี้เรามาดูกันว่าค่ายรถยนต์ต่าง ๆ ในปีนี้มีอะไรบ้าง?


Toyota
– Hilux Revo & Fortuner Mild Hybrid
– All-New Yaris & Yaris Ativ
– All New Vios?
– All-New Avanza
– รุ่นพิเศษ 60 ปี
– GR86?

ภาพรวมปีที่ผ่านมา

สำหรับ Toyota ในปีนี้ถือว่ามากันรัวๆ ตั้งแต่การปรับอุปกรณ์ใน Corolla Altis ให้สมเหตุผลขึ้น (แต่ยอดขาย
ยังเป็นรอง Civic อยู่),Hilux Revo และ Fortuner ที่ปรับอุปกรณ์จนทันเพื่อนในกลุ่ม Yaris กับ Yaris Ativ
ที่ปรับหน้าตาครั้งสุดท้ายพร้อมการกลับมาของรุ่นยกสูงในชื่อ X-Urban และ Camry ที่มีการปรับหน้าตาใหม่
เล็กน้อย แต่เติมข้าวของให้พอฟัดกับคู่แข่งอย่าง Accord

แต่ทีเด็ดประจำปีอยู่ที่ การปล่อยรุ่น GR Sport กันมาแบบไม่ยั้ง ตั้งแต่ Hilux Revo และ Fortuner และปิดท้ายด้วย Corolla Cross ที่ยกหน้าไต้หวันมาใช้ และมีอุปกรณ์บางอย่างที่ดีกว่า ทั้งสามรุ่น มีการปรับการขับขี่ใหม่ ไม่ใช่แค่เสริมชุดแต่งหรือสติ๊กเกอร์ (แต่ราคาก็แรงขึ้นตามลุค)

ปีนี้มีอะไรบ้าง

สำหรับปีนี้เริ่มกันด้วย All New Avanza รถมินิแวนขวัญใจชาวอินโดที่งวดนี้มีการเปลี่ยนแปลงหลายๆอย่างทั้งหน้าตาใหม่ ข้าวของที่มากขึ้น และระบบความปลอดภัยที่ดีกว่า Innova ด้วยซ้ำ พร้อมเปลี่ยนระบบขับเคลื่อนจากล้อหลังเป็นล้อหน้า พร้อมปรับช่วงล่างใหม่ที่ดีกว่ารุ่นที่ผ่านมาสำหรับประเทศไทยมาทั้งที จะเป็นรุ่นสปอร์ต พร้อมข้าวของที่มาครบทุกรายการพร้อมกับชื่อใหม่คือ Veloz เหมือนกับอินโดนิเซีย กำหนดการเปิดตัวอยู่ในช่วงไตรมาส 1

ถัดมาเป็น Toyota Yaris โฉมใหม่ทั้งรุ่น Hatchback และ Sedan ในชื่อ Ativ รหัสโครงการ D92A
รอบนี้จะมาแปลกจากเดิมที่ใช้พื้นฐานของ Toyota เต็มตัว มาคราวนี้กลับใช้พื้นฐานของ Daihatsu แทน (DNGA) คราวนี้รายละเอียดบางส่วนอาจจะดรอปลงเพื่อให้ทำราคาต่อไปได้ แต่ที่เด็ดอยู่ที่ระบบ Hybrid
ที่ใช้ชื่อว่า e:Smart Hybrid ที่ประเดิมไปใน Toyota Raize/Daihatsu Rocky ที่ญี่ปุ่น แต่ที่น่าสงสัยที่สุดเห็นจะเป็นการมาของ Vios เจนเนอเรชันใหม่ ที่ยังคงเป็นปริศนาอยู่ ทั้งที่ยอดขายต้องยอมรับว่าโดน ATIV กินรวบแบบเบ็ดเสร็จ Vios ก็ลดลงตามสภาพตลาด ทั้งนี้แหล่งข่าวได้ให้ข้อมูลมาว่า โรงงานผลิตชิ้นส่วนได้เริ่มผลิตส่วนประกอบเวอร์ชันต้นแบบส่งให้ Toyota เมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมา ทั้งนี้ต้องรอดูว่าตัวรถจะออกมาแบบไหน ซึ่งมีความเป็นไปได้ที่ ATIV กับ Vios จะถูกยุบรวมเหลือรุ่นเดียวเหมือนต่างประเทศที่ใช้โมเดล ATIV ไปขายในชื่อ Vios โดยคาดว่าเราอาจจะได้เห็นรถคันจริงช่วงครึ่งปีหลัง


(ภาพประกอบเป็นรุ่นปัจจุบัน)

ส่วนซีดานไซซ์เล็กระดับบนอย่าง Corolla Altis ก็มีอันถึงเวลาแต่งหน้าทาปากเสียที หลังจากที่เปิดตัวทำตลาดมาได้เกือบ 2 ปี แถมเสริมทัพด้วยรุ่น Hybrid เป็นครั้งแรก แต่ยอดขายก็ต้องยอมรับว่าไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร ด้วยหน้าตาที่ดูอนุรักษ์สำหรับสายตาลูกค้าบางกลุ่ม และการจัดออปชันที่ใช้คำว่าประเคนไป Hybrid ซะเยอะ จน Toyota ต้องแก้เกมด้วยการปรับออปชันและรุ่นย่อยเมื่อต้นปี 2021 ก็พอหายใจคล่องตัวได้อยู่ ในปีนี้จะเป็นการปรับโฉม Minorchange ตามอายุตลาดและดันยอดขายเพื่อกลับมาครองแชมป์อีกครั้ง ที่น่าสนใจคือรุ่น GR Sport จะได้รับการอัปเกรดใหม่ให้ขับขี่สนุกขึ้น โดยคาดว่าจะมีการปรับจูนช่วงล่างใหม่ให้สปอร์ตมากขึ้น ส่วนกำหนดการยลโฉมคาดว่าจะเกิดขึ้นในช่วงกลางปี 2022 หรืออาจจะเร็วกว่านั้นก็เป็นไปได้

ส่วนคอกระบะ ปีนี้ Hilux Revo จะปรับอุปกรณ์ตามธรรมเนียมเช่นเคย แต่การกระตุ้นตลาดรอบนี้ Toyota หวังที่จะทวงบัลลังค์แชมป์กระบะกลับสู่อ้อมอกอีกครั้ง เช่นเดียวกับ Fortuner ที่จะมีการปรับออปชันและอุปกรณ์พร้อมกัน เพียงแต่ที่น่าจับตามองคือการมาของเวอร์ชันขุมพลัง Hybrid ที่จะถูกติดตั้งลงในรถทั้ง 2 รุ่น ซึ่งอ้างอิงจากการให้สัมภาษณ์กับฐานเศรษฐกิจ (คลิก) เพียงแต่รูปแบบที่ใช้จะเป็น Mild Hybrid ซึ่งเป็นรูปแบบที่ใช้แบตเตอรี่และมอเตอร์ไฟฟ้าขนาดเล็ก อีกทั้งการทำงานจะช่วยเสริมเพียงบางเวลาเท่านั้น ในมุมมองของการใช้ Mild Hybrid Carsideteam คาดว่าด้วยข้อจำกัดในด้านงานวิศวกรรมที่อาจจะไม่เอื้อต่อระบบ Full Hybrid และต้นทุนในการพัฒนาค่อนข้างสูงซึ่งอาจจะส่งผลต่อราคาจำหน่ายที่ส่งอย่างหลักเลี่ยงไม่ได้ ถึงแม้ว่าจะได้ภาษีพิเศษก็ตาม ทั้งนี้เราอาจจะได้เห็นขุมพลัง Mild Hybrid ใน Hilux Revo และ Fortuner ในช่วงครึ่งปีหลัง 2022 เป็นอย่างเร็ว หากสถานการณ์ปกติไม่มีล็อกดาวน์รอบใหม่ (ซึ่งเอาจริง ๆ มีแน่ ๆ เฮ้ออ)

ขณะที่สายสปอร์ตอย่างตระกูล GR ปีนี้เราอาจจะได้เห็น Toyota GR86 มาโลดแล่นในตลาดประเทศไทยอย่างแน่นอน ซึ่งดูเหมือนจะบังเอิญพอสมควร เพราะ 10 ปีที่แล้ว เมื่อครั้งฉลอง 50 ปี Toyota ประเทศไทย ก็นำ 86 มาขายแล้วก็หายไปแบบเงียบ ๆ การมาคราวนี้แน่นอนว่าต้องมาตามคู่แฝดอย่าง Subaru BRZ ที่จะทำตลาดในบ้านเราเช่นเดียวกัน โดย GR86จะใช้ขุมพลัง 2.4 ลิตร 4 สูบ D4-S 235 แรงม้า แรงบิด 250 นิวตันเมตร ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ และเกียร์ธรรมดา 6 จังหวะ ส่วนกำหนดการเปิดตัวในประเทศไทย คาดว่าจะเกิดขึ้นในช่วงไตรมาส 3 ของปีนี้ เป็นอย่างเร็วที่สุด นอกจากนี้ยังมีแฮชท์แบคตัวจี๊ดอย่าง GR Corolla ที่เตรียมเปิดตัวในตลาดโลกภายในปีนี้ ซึ่งประเทศไทยอาจจะได้โควต้าให้บรรดาชาวเล่นรถกระเป๋าหนักได้จับจองกันตามเคย

และเนื่องด้วยปีนี้ Toyota ได้ดำเนินธุรกิจในประเทศไทยครบ 60 ปีพอดี จึงมีรุ่นพิเศษตามธรรมเนียม โดยยืนยันได้ว่าในรายชื่อรถที่จะนำมาทำรุ่นพิเศษนั้น มี Camry และ Corolla Altis แน่นอนแล้ว ส่วนรุ่นอื่น ๆ ที่คาดว่าจะมาทำ
ด้วยคือ Hilux Revo, Fortuner และ Corolla Cross ความพิเศษที่ทาง Carsideteam ได้ข้อมูลจากแหล่งข่าวมาเบื้องต้นคือการตกแต่งขอบสีแดงที่กระจังหน้า และอาจจะเพิ่มออปชันให้มากกว่ารุ่นปกติ ซึ่งแน่นอนว่าราคาจะเพิ่มขึ้นอีกทั้งยังผลิตจำนวนจำกัดอีกด้วย ส่วนแผนการยลโฉมคาดว่าจะเกิดขึ้นในช่วงงาน Bangkok International Motor Show 2022 เป็นอย่างเร็วที่สุด


Honda
– All New BR-V
– Honda ZR-V
– Civic e:HEV

ภาพรวมปีที่ผ่านมา

ปีนี้เป็นปีที่ Honda ได้เฉิดฉายหลายๆอย่าง ทั้งเพิ่มรุ่น e:HEV ให้กับ City ตัวถัง Hatchback
จนมีอุปกรณ์ที่ครบครัน,All New Civic ที่แม้ดีไซน์จะเรียบขึ้น แต่อุปกรณ์ให้มาถือว่าช็อกตลาด
ทั้งขุมพลังเทอร์โบและ Honda Sensing ทุกรุ่นในราคาเริ่มต้นไม่ถึงล้าน (แต่อุปกรณ์บางอย่าง
หายไปจากเวอร์ชั่นเพื่อนบ้านหลายรายการจนชาวเน็ตวิจารณ์กันขรม) พร้อมยอดขายครองอันดับ 1
ในตลาด พร้อมปรับอุปกรณ์ Accord ใหม่โดยเฉพาะรุ่นเทอร์โบที่เริ่มทัดเทียมกับคู่แข่งอย่าง Camry
พร้อมครองส่วนแบ่งการตลาดฝั่งรถยนต์นั่งอันดับ 1 ไปยาวๆ

ปีนี้มีอะไรบ้าง

สำหรับปีนี้เริ่มการสั่งลา Honda Mobilio ที่มียอดขายลดลงตามกาลเวลา และหลายๆประเทศไม่ได้ไปต่อ แต่กับ Honda BR-V จะยังคงทำตลาดต่อไป พร้อมนำเข้ารถจากอินโดนิเซียครั้งแรกในรอบ 6 ปีหลังจาก ที่ Honda Freed ยุติการทำตลาดเมื่อปี 2015 พร้อมตัวรถที่นำ Honda Amaze มาพัฒนาใหม่ทั้งคัน พร้อมระบบความปลอดภัย Honda Sensing ครั้งแรกในตลาด โดยจะเริ่มทำตลาดในไตรมาส 2

ถัดมาเป็น Honda Civic ที่นอกจากมีรุ่นเทอร์โบแล้ว คราวนี้จะมีรุ่นเครื่องยนต์ Hybrid ในชื่อ e:HEV ตามมา หลังจากที่ปล่อยให้ Corolla Altis ได้นำร่องมาร่วม 2 ปีกว่า ขุมพลังยังไม่ทราบแน่ชัด แต่ถ้าใครหวังข้าวของจากเวอร์ชั่นต่างประเทศทั้งแอร์หลัง,ลำโพง Bose,เบาะหลังที่ฟังก์ชั่นเยอะขึ้น ยังพอมีความหวังอยู่ กำหนดการเปิดตัวคาดว่าอยู่ในช่วงครึ่งแรกของปี 2022 สำหรับใครที่รอรุ่น Hatchback นั้น ยืนยันได้แล้วว่า “ไม่ได้ไปต่อ” ตามบทความดังกล่าว

ปิดท้ายด้วย Honda ZR-V ที่มีการเผยโฉมในชื่อว่า Honda SUV RS Concept ในงาน GIIAS เมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมางานออกแบบจะไม่ต่างจากรถต้นแบบ แต่ภายในที่ยังคงเป็นปริศนาว่าเป็นแบบไหน คาดว่าจะใช้พื้นฐานเดียวกับ Honda Amaze ในอินเดีย หรือ Honda BR-V โฉมใหม่ที่จะเข้าไทย ภายในปีนี้ อย่างไรก็ตาม ถ้าอินโดนิเซียเปิดตัวเมื่อไหร่ ประเทศไทยเตรียมทำตลาดหลังจากนั้นไม่กี่เดือน และจะขึ้นสายการผลิตที่โรงงานในประเทศไทยอย่างแน่นอน (จึงเป็นเหตุผลที่ All New BR-V นำเข้าแทน)


Nissan
– Almera MY2022
– Kicks  MY2022
– Ariya?
– Nissan Z?

ภาพรวมปีที่ผ่านมา
สำหรับค่าย Nissan นั้นถ้านับกันจริงๆจังๆพบว่า รถที่ออกมาใหม่คือ Nissan Terra Minorchange ที่ปรับปรุงตัวรถทุกด้านเพื่อเอาใจลูกค้ามากขึ้น พร้อมกระแสของลูกค้าที่ไปในทิศทางที่ดีขึ้นชัดเจน (ส่วนยอดขายยังคงอยู่ที่อันดับ 5 เหมือนเดิม) และ Nissan Navara ปรับโฉมในรุ่นตอนเดียวที่ดุขึ้น นอกนั้นจะเป็นการกระตุ้นตลาดทั้ง Almera Sportech ที่มาตามนัด และ Kicks เวอร์ชั่น Sky Edition ที่ตัวรถสดใสขึ้น พร้อมชุดแต่งบางส่วนจาก Premium Edition

ปีนี้มีอะไรบ้าง
สำหรับปีนี้จะเป็นการปรับอุปกรณ์ของคู่รถยนต์นั่งอย่าง Almera ที่เติมข้าวของให้สมบูรณ์ขึ้น พร้อมปรับทางเลือกและสีรถใหม่ รวมถึง Nissan Kicks ที่ปรับปรุงประสิทธิภาพของแบตเตอรี่ให้ดีขึ้น แม้ว่าทั้ง 2 รุ่นจะยังไม่มีข้อมูลออกมา แต่กำหนดการจะอยู่ในช่วงปี 2022

แต่ไฮไลท์หลักอยู่ที่รถยนต์ Crossover พลังงานไฟฟ้าอย่าง Ariya ที่เปิดตัวเมื่อปีที่ผ่านมา ต้องยอมรับว่างานออกแบบที่ดูล้ำสมัยมาก พร้อมข้าวของที่ให้มาเต็มเหนี่ยวทั้ง Propilot, หน้าจอขนาดใหญ่ 12.3 นิ้ว พร้อมขุมพลังไฟฟ้าที่อาจจะมาพร้อมกับระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ e-Force ด้วยข้าวของที่ใส่ให้ถือว่าล้ำมาก ๆ แต่ ณ เวลานี้
ทีมนิสสันประเทศไทย ภายใต้การนำของ อิซาโอะ เซคิกุจิ กำลังพยายามเจรจากับฝั่งญี่ปุ่นในการนำ Ariya เข้ามาจำหน่ายในไทยให้ได้ ซึ่งตรงนี้หากอยากให้ Ariya อาจต้องใช้กำลังภายในพอสมควรและต้องนำ Ariya ได้รับการสนับสนุนจากมาตรการของรัฐด้วย จะทำให้เกิดความดึงดูดมากขึ้น ขณะที่ Nissan Leaf เองที่ช่วงปีที่ผ่านมามีกระแสข่าวจะนำรุ่น Leaf e มาจำหน่าย โดยเปลี่ยนหัวชาร์จเป็น Type 2 พร้อมขยายขนาดแบตเตอรี่ให้ใหญ่ขึ้น แต่ราคาไม่เกิน 1.5 ล้านบาท ซึ่งเป็นความพยายามของทีม Nissan ประเทศไทยในการปลุกชีพ Leaf ให้กลับมาโลดแล่นอีกครั้ง แต่ต้องยอมรับจำนวนสต๊อกของ Leaf รุ่นปัจจุบัน เหลือค่อนข้างเยอะถึงขั้นหั่นราคาลงเหลือ 1,499,000 บาทก็ตาม คงต้องฝากความหวังคุณ เซคิกุจิซัง ในการใช้กำลังที่มีงัดข้อกับผู้บริหารฝั่งญี่ปุ่นในการนำของดี ๆ มาขายในไทยให้ได้ ไม่อย่างนั้นสถานะภาพ Nissan ประเทศไทย แย่แน่นอน (แย่เพราะ #พลังมั่น2022)

ส่วนใครที่ถามถึง Nissan Z (หรือ 400Z ที่คุ้นเคย) ต้องบอกว่ามีโอกาสเป็นไปได้ เพราะตั้งแต่ Nissan เปลี่ยนผู้แทนจำหน่าย GT-R มาเป็น นิสสันกรุงไทย ก็ได้รับการตอบรับที่จากลูกค้า จนเมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมาได้ส่งมอบให้ลูกคันจำนวน 5 คัน โดย 1 ในนั้นเป็นรุ่น T-Spec ซึ่งเป็นรุ่นล่าสุดของ GT-R ทีนี้การมาของ Nissan Z แม้จะยังไม่แน่ชัดว่าจะมาในรูปแบบใด แต่เชื่อว่ารูปธุรกิจที่ Nissan ทำไว้กับ GT-R อาจจะเอื้อกับการขาย Z มากขึ้น เพียงแต่จะพรีเมียมจ๋าเกิน เพราะกลุ่ม Nissan Z จะคนละแบบกับ GT-R (อยู่แล้ว) ดังนั้นคงต้องรอฟ้าจากญี่ปุ่นประทาน ให้ไทยได้ขาย Z เสียที เพราะเชื่อหลายคนรอคันนี้อยู่แล้ว




ISUZU

-D-max & Mu-X MY2022

ภาพรวมปีที่ผ่านมา
แม้ในปีที่ผ่านมา Isuzu เองจะไม่มีการปรับโฉมชุดใหญ่ มีเพียงการปรับอุปกรณ์ให้กับ D-max ที่ทำตลาดมาได้ 2 ปี และสามารถป้องกันแชมป์ตลาดรถกระบะได้อย่างสบาย ๆ ซึ่งส่วนนึงมาจากแคมเปญที่ออกมาเร้าใจ และการผ่อนที่ไม่ต้องใช้เงินเยอะก็เป็นเจ้าของได้แล้ว อีกทั้งเติมระบบความปลอดภัยปรับรุ่นย่อยให้กับ Mu-X ก็เพียงพอต่อการทำตลาดในบ้านเราแล้ว

ปีนี้มีอะไร?
ปี 2022 จะเป็นอีก 1 ปีที่ Isuzu ใช้วิธีปรับข้าวของ พร้อมเสริมลุคให้กับทั้งคู่ แต่คาดว่าปีนี้จะเทน้ำหนักไปที่ Mu-X เพราะรถจำหน่ายมาได้ 2 ปีแล้ว ดังนั้นหากจะมีการเพิ่มชุดแต่งปรับรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้ลงตัวมากขึ้น หรือมีความเป็นไปได้อีกทางคือ “การมาของรุ่นพิเศษ” ซึ่งแน่นอนว่าจะมาพร้อมชุดแต่งรอบคัน พร้อมภายในสีพิเศษและออปชันที่อาจจะไม่ตะลึงแต่การตลาดของที่นี้ขยี้ให้เปรี้ยงได้ ส่วนจะเป็นไปตามที่เราคาดเดาไหม ปลายไตรมาส 3 ของปีนี้ได้ทราบกันครับ ส่วนใครที่ถามถึงระบบ ADAS ลง D-max อาจต้องรอถึงไมเนอร์เชนจ์นะ


 

Mazda
– All New Mazda 2
– Mazda 3 or CX-30 Mild Hybrid (?)

ภาพรวมปีที่ผ่านมา

เปิดประเดิมปี 2021 ด้วยกระบะใหม่อย่าง Mazda BT-50 ที่ใช้พื้นฐานของ Isuzu D-Max โฉมปัจจุบัน (รุ่นปี 2019) แต่เนื่องจากความแตกต่างเมื่อเทียบกับต้นฉบับมีไม่เยอะทำให้ยอดขายยังคงอยู่ท้ายตารางเช่นเดียวกับที่ผ่านมา ส่วนฝั่งรถยนต์นั่งก็จะมีการปรับอุปกรณ์อยู่เรื่อยๆ ทั้ง Mazda 2 ที่เพิ่มกล้องมองหลังกับแป้นเปลี่ยนเกียร์ Paddle Shift ในบางรุ่น,รวมถึงตระกูล Crossover ที่เปลี่ยนกันยกทีม

ไม่ว่าจะเป็น CX-3 ที่เพิ่มสีทองใหม่ Platinum Quartz,ยกเลิกระบบความปลดภัยขั้นสูง i-Activsense เกือบทุกรายการ และไปเพิ่มอุปกรณ์ความสะดวกสบายแทน,Mazda CX-5 ยกเลิกรุ่นย่อยที่ขายไม่ดีออกไปตัดจอเสริม HUD ในเครื่องยนต์เบนซินและเครื่องเล่น CD ทุกรุ่น เช่นเดียวกับ CX-8 ที่มีการออกรุ่นย่อย เบาะ 6 ที่นั่งในเครื่องยนต์เบนซินในราคาที่เอื้อมถึงได้

ปีนี้มีอะไรบ้าง

เปิดปีมาเราพบกับ Mazda 2 MY2022 ซึ่งได้ยลโฉมแบบเงียบ ๆ ในงาน Motor Expo 2021 ไปแล้ว ซึ่งหลัก ๆ มีการเพิ่มสีทอง Platinum Quartz เสริมด้วยเบาะคนขับปรับไฟฟ้า และที่ชาร์จโทรศัพท์ไร้สาย ในราคาที่ไม่เกิน 8 แสนบาท ส่วนรุ่นใหม่จะเป็นอย่างไร อย่างไม่ทราบแน่ชัด เนื่องจากเวอร์ชั่นยุโรปได้นำ Yaris มาแปะโลโก้ Mazda ทำให้ประเทศที่เหลือนั้นต้องรอดูว่า จะทำอย่างไรต่อไป

ต่อมาถึงคิว Mazda 3 และ CX-30 ที่จะต้องกระตุ้นตลาดกันเสียหน่อย โดยจะปรับไฟท้ายในบางมุม พร้อมสีใหม่ที่คาดว่าจะเป็นสีทอง Platinum Quartz เช่นเดียวกับ Mazda 2 และ CX-3 อย่างไรก็ตาม มีแนวโน้มว่าจะมีขุมพลัง Mild Hybrid ให้เลือก ซึ่งรายละเอียดอาจจะยกมาจากเวอร์ชั่นออสเตรเลียก็เป็นได้ ทั้งนี้ทาง Mazda ถือเป็นหนึ่งในค่ายรถยนต์ที่ได้ยื่นแผนการลงทุนผลิตรถยนต์ xEV ในประเทศกับ BOI เป็นที่เรียบร้อยแล้ว แม้จะยังไม่เผยรายละเอียดและช่วงเวลาที่แน่ชัด แต่ Mazda ยืนยันว่า จะมีขุมพลัง Hybrid และ EV เป็นทางเลือกให้กับลูกค้าชาวไทยอย่างแน่นอน

ส่วน Mazda CX-5 ที่มีการไมเนอร์เชนจ์ในบางประเทศต้องรอดูกันว่า ในโรงงานที่มาเลเซียจะมีการปรับโฉมในช่วงไหน เมื่อถึงเวลานั้นประเทศไทยจะตามมาเพียงไม่กี่เดือนเท่านั้น เช่นเดียวกับ Mazda CX-8 ที่จะมีการ
เปลี่ยนกระจังหน้าใหม่ และอุปกรณ์ให้เท่ากับเวอร์ชั่นอื่นกันเสียที

ไม่เพียงแค่นั้น Mazda จะเจาะตลาด SUV กันขนานใหญ่ เป็นที่รู้กันว่า Mazda เตรียมออกมาถึง 4 รุ่นคือ CX-50,CX-60,CX-70 และ CX-80 ซึ่งทั้ง 4 รุ่นนี้ Mazda เปรยมาคร่าว ๆ “ได้เห็นแน่นอน” และจะเป็นการมาเสริมทัพมากกว่าแทนที่ แต่จะเป็นแบบนั้นไหม คงต้องรอดูกันอีกพักใหญ่ ๆ  ส่วน CX-50 แน่นอนว่าสงวนเฉพาะตลาดสหรัฐอเมริกาเท่านั้น ส่วนรุ่นอื่นๆนั้นยังพอมีลุ้นว่าจะเอารุ่นไหนมาทำตลาดกันต่อไป


Mitsubishi
– Xpander MC
– All new Triton

ภาพรวมปีที่ผ่านมา
เป็นอีกปีที่ Mitsubishi เปิดตัวรุ่นพิเศษกันถ้วนหน้า ไม่ว่าจะเป็นสีแดง Passion Red เพื่อฉลองครบรอบ
60 ปีในหลายๆรุ่นทั้ง Triton,Pajero Sport และ Xpander ในส่วนของ Xpander ก็ได้ออกรุ่นพิเศษ
Special Edition ที่เปลี่ยนเครื่องเสียงใหม่และตกแต่งด้วยสีดำ

ไฮไลท์สำคัญอยู่ที่เวอร์ชั่นตกแต่งพิเศษ Ralliart ที่กลับมาใน Triton และ Pajero Sport ในรุ่นรองๆ
เพื่อทำราคาไม่ให้สูงนัก ส่วนที่ไม่ใช่รุ่นพิเศษก็จะมีทั้งเพิ่มสีแดงและที่ชาร์จไร้สายใน Pajero Sport
และเปลี่ยนชื่อรุ่นย่อยใน Mirage/Attrage เพื่อให้จำง่ายขึ้น

(ภาพประกอบจาก Mitsubishi Triton โฉมปัจจุบัน)

ปีนี้มีอะไรบ้าง
แน่นอนว่าต้องมี Mitsubishi Xpander Big Minorchange หลังจากที่ปรับแค่กระจังหน้ากับลายล้อ แล้วรู้สึกไม่สะใจ งวดนี้ก็ได้ปรับงานออกแบบจนล้ำผิดหูผิดตา ปรับภายในให้ครบครันขึ้นทั้งเบรกมือไฟฟ้า พวงมาลัยใหม่ รวมถึงระบบปรับอากาศแบบจอแสดงผลดิจิตอล (ยังไม่ใช่แบบอัตโนมัติ) พร้อมทั้งเกลี่ยนเกียร์อัตโนมัติมาเป็นแบบ CVT เสียที ส่วนกำหนดการคงต้องใช้คำว่า “อินโดนีเซียหายฝุ่นตลบเมื่อไร เมืองไทยเจอกันครับ”

ทั้งนี้ยังมีไม้ตายสำคัญคือ Mitsubishi Triton โฉมใหม่ที่คราวนี้ใช้งานวิศวกรรมร่วมกับ Nissan Navara
โฉมต่อไป ในเบื้องต้นคาดว่าจะใช้งานวิศวกรรมร่วมกันบางรายการ แต่จะปรับรายละเอียดหลายส่วนให้แตกต่างกัน (เพื่อให้เห็นภาพ ความแตกต่างจะมาในแบบเดียวกับ Ford Ranger T6 กับ Mazda BT-50 Pro) ส่วนขุมพลังมีกระแสว่า All New Triton จะมีทางเลือกเพิ่มขึ้นมานั้นคือ Plug-in Hybrid (PHEV) ซึ่งเป็นของอันเลื่องและเชี่ยวชาญอยู่แล้ว ส่วนงานดีไซน์แหล่งข่าวบอกว่า “ให้ดู Delica D5 เป็นแนวทาง” ซึ่งธีมงานออกแบบ Dynamic Shiled ยังคงใช้เช่นเคย แต่ทั้งนี้คงต้องรอดูจะมาทันไหม ทำทันรึเปล่า เพราะความเคลื่อนไหวล่าสุดตอนนี้มีการผลิตชิ้นส่วนแบบ Trial เพื่อส่งไปให้โรงงานทดลองประกอบแล้ว ดังนั้นเราอาจะได้เห็นโฉมคันจริงของ All New Triton อย่างเร็วที่สุดคือไตรมาส 4 ของปี 2022 แต่ถ้าไม่ทันจริง ๆ กลางปี 2023 เราได้เห็นกันแน่นอน


MG
– HS Minorchange
– MG ZS EV Minorchange
– MG One (All New ZS)

ภาพรวมปีที่ผ่านมา
ปีที่ผ่านสำหรับ MG ถือว่าเรื่อย ๆ มาเรียง ๆ ก็ว่าได้ เพราะจำนวนรถเปิดตัวถือว่าน้อยพอสมควร เริ่มจากต้นปีได้ปรับหน้าตาให้กับกระบะ MG Extender ตามพี่ใหญ่อย่างประเทศจีน ตามมาด้วยรถยนต์ซีดานทรงสปอร์ตอย่าง MG5 ที่ได้เครื่องยนต์ 1.5 ลิตร NA บล็อกเดียวกับ ZS ปัจจุบันมาประจำการ แม้พละกำลังจะไม่ปรู๊ดปรี๊ดแต่ฟีเจอร์ที่ให้ปังมากจนยอดขายเปรี้ยงสุด ๆ และส่งท้ายด้วยการเพิ่มอุปกรณ์ให้กับ MG EP ในชื่อ EP Plus ที่ว่ากันตรง ๆ รุ่นเดิมยังส่งแทบไม่ทันเลย รุ่นใหม่มาแล้วว (และยังไม่ได้ขับจริงจังเลย)

 

ปีนี้มีอะไร?
ดูเหมือนว่าปีนี้ MG จะเน้นไปที่กลุ่มรถ SUV ด้วยอายุตลาดพอดีบวกกับที่ประเทศจีนได้เปิดตัวไปแล้ว ดังนั้นรุ่นแรกที่เราจะได้เจอนั้นคือ MG HS Minorchange ซึ่งหน้าตานั้นมีความคล้ายกับ Maserati และ Mercedes-Benz GLE อีกทั้งมีออปชันใหม่ซึ่งน่าจะล้ำที่สุดเลยก็ว่าได้นั้นคือ Face ID ซึ่งจะมีกล้องตรวจจับใบหน้า คาดว่าจะเข้ามาเพื่อบันทึกข้อมูลการขับขี่ของแต่ละคน ตั้งแต่ท่านั่ง ตำแหน่งกระจกมองข้าง ยันไปถึงโหมดการขับขี่ และเพื่อความปลอดภัยป้องกันการโจรกรรมอีกด้วย ซึ่ง HS Minochange จะเริ่มขึ้นสายการผลิตในช่วงเดือนมกราคม ก่อนที่จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์

ส่วนใครที่ถามถึง ZS EV ต้องบอกว่ายังคงมาแน่นอน แต่จะมาในเวอร์ชัน Minorchange ตามที่เปิดตัวในสหราชอาณาจักร ซึ่งการปรับโฉมคราวนี้ไม่เปลี่ยนแค่หน้าตา แต่ปรับพละกำลังและแบตเตอรี่ด้วย โดยแรงม้าเพิ่มขึ้นเป็น 174 แรงม้า พร้อมแบตเตอรี่ขนาด 51 kWh ดังนั้นระยะทางที่วิ่งจะไกลมากกว่ารุ่นเดิมแน่นอน ส่วนกำหนดการเปิดคาดว่าจะเกิดขึ้นในช่วงไตรมาสแรกของปีเป็นอย่างเร็วที่สุด

ไฮไลต์ของปีนี้คือการมาของ MG One รถ B-SUV ที่ได้รับการออกแบบใหม่หมดทั้งคัน และน่าจะเป็นรถที่วางตำแหน่งแทน ZS เลยก็ว่าได้ (ดูจากมิติตัวรถที่ถือว่าใกล้เคียงพอสมควร) มาพร้อมขุมพลัง 1.5 ลิตร บล็อก 15C4E Turbo 181 แรงม้า จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 7 จังหวะ Dual-Clutch โดยคาดว่าเราจะได้คันจริงกันในช่วงครึ่งหลังของปีนี้เป็นต้นไป


Ford
– All New Ranger ขายจริงแล้วนะ
– All New Everest
– Ranger Raptor
– Mustang Mach-E

ภาพรวมปีที่ผ่านมา
ปี 2021 นับเป็นปีที่ Ford ดำเนินธุรกิจในประเทศไทยภายใต้การดำเนินงานของ ฟอร์ด เซลส์ ประเทศไทย
ครบ 25 ปี จึงมีรุ่นพิเศษออกมากระตุ้นตลาดไม่ว่าจะเป็น Ranger XL Street Limited Edtion
ที่เพิ่มชุดแต่งเอาใจสายซิ่ง กับ Ford Ranger Raptor X ที่แต่งเพิ่มลายสติ๊กเกอร์และอัปราคาแบบเนียน ๆ

แต่ไฮไลต์ของปีอยู่ที่การเปิดตัว All New Ford Ranger ที่ออกมาอย่างเป็นทางการในเดือนพฤศจิกายน
ที่มาพร้อมกับงานออกแบบที่ผสมผสานระหว่างกระบะรุ่นเล็ก Ford Mavericks และ F-150 พร้อมจุดเด่น
อยู่ที่จอแสดงผลขนาดใหญ่ทั้มาตรวัดและระบบ Infotainment แต่ถึงกระนั้นในงาน Motor Expo 2022
ก็ยังโชว์แค่รุ่นเดิมอยู่ทำให้หลายๆคนอาจจะผิดหวังเล็กๆ (แต่หลังจากนี้จะมี Ranger โฉมใหม่พร้อมวิ่ง
ทั่วประเทศไทยให้เห็นกันอีกระยะหนึ่งเลยทีเดียว)

ปีนี้มีอะไร?
ปีนี้จะเป็นปีที่ Ford เปิดตัวรถใหม่ 3 รุ่นรวด เรียกว่า “ใหม่หมดยกแผง” เริ่มจาก All-New Ford Ranger รหัสตัวถัง T6-2 หลังจากที่ได้ยลโฉมหน้าตาอย่างเป็นทางการ และยกระดับของรถกระบะ 1 ตัน ไปเรียบร้อยแล้ว (พูดจริง ๆ ว่าแกมาเหนือ) ซึ่งปีนี้ Ford ได้เพิ่มเงินลงทุนจำนวน 28,000 ล้านบาท ในการจ้างพนักงานและอุปกรณ์การผลิตให้ทันสมัยมากขึ้น รองรับ All New Ford Ranger ที่จะเริ่มขึ้นสายการผลิตในเดือนมกราคมนี้ กว่าที่ลูกค้าชาวไทยจะได้สัมผัสคันจริง คาดว่าจะได้ลูบคลำกันในเดือนมีนาคม 2022 ต้อนรับงาน Bangkok International Motor Show เป็นอย่างเร็ว เพราะตอนนี้ Ford ต้องเร่งเคลียร์สต๊อกรุ่นปัจจบันให้น้อยลงก่อน จึงจะเริ่มขายตัวใหม่ได้ สำหรับสเปกเครื่องยนต์นั้น ยังคงใช้ตระกูล Panther 2.0 ลิตรเช่นเคย แต่มีการปรับจูนและชิ้นส่วนใหม่ให้แรง ประหยัดน้ำมัน และทนทานมากขึ้น ดังนั้นใครที่กังวลว่าจะขึ้นยานแม่ไหม Ford บอกว่าฉันทดสอบมาแล้วจ้าว่าทนขึ้น (แต่งอแงไหม ให้ลูกค้าทำนายกัน!)

และก่อนงานเพียง 1 เดือน เราจะได้พบกับ Hi-Performance Pick-Up อย่าง Ranger Raptor หรือไดโนเสาร์ที่เราคุ้นเคย ซึ่งรุ่นปัจจุบันประสบความสำเร็จอย่างมาก อันที่จริงทาง Ford Motor Company ได้ซ่อน Easter Egg ไว้ในวันเปิดตัว All New Ranger ช่วงท้ายของการไลฟ์ ซึ่งเมื่อสแกน QR Code เข้าไปแล้ว ก็จะพบข้อความขึ้นมาว่า 02.2022 เท่ากับว่า เราจะได้เห็นไดโนเสาร์เจนเนอเนชันใหม่ในเดือนกุมภาพันธ์นี้อย่างแน่นอน โดยสำหรับสเปกไทยนั้น ใครที่เคยเรียกร้องว่า 2.0 Bi-Turbo กำลังไม่พอใช้ Ranger Raptor ใหม่ มาพร้อมกับเครื่องยนต์ 3.0 ลิตรดีเซลเทอร์โบ พร้อมเกียร์อัตโนมัติ 10 จังหวะ โดยคันจริงเราจะได้เห็นกับตาในงาน Bangkok International Motor Show 2022 ก่อนที่จะเริ่มขึ้นสายการผลิตในช่วงหลังสงกรานต์และลงโชว์รูมประมาณกลางปี 2022 ตามธรรมเนียม

และเมื่อเอาใจชาวกระบะแล้ว ถึงคราวพ่อบ้านผู้ต้องการความสบายในพาครอบครัวไปไหนมาไหน ใช่ครับ ภูผาของ Ford อย่าง Everest ก็พร้อมแล้วที่จะพบปะประชาชนพ่อบ้านทั่วโลก โดยมาทั้งเครื่องยนต์ดีเซลและคาดว่าจะมีเวอร์ชันเบนซิน Plug-In Hybrid พร้อมอุปกรณ์อำนวยความสะดวกที่เด็ดที่สุดในพิกัดเดียวกัน แน่นอนว่า All New Ford Everest จะเริ่มขึ้นสายการผลิตในเดือนกุมภาพันธ์นี้ จากนั้นจะยลโฉมพร้อมจำหน่ายจริงในงาน Bangkok International Motor Show 2022 เป็นอย่างเร็วที่สุด หรืออาจจะมายลโฉมก่อนแล้วขายจริงกลางปีนี้ก็เป็นได้

ส่วนคันสุดท้ายอาจจะงงว่า ทำไมจู่ๆ ถึงมี Mach-E รถยนต์ไฟฟ้า 100% เข้ามาในลิสต์ของเราได้ เพราะจริงๆแล้วทาง Ford ประเทศไทย ก็มองเห็นแล้วเป็นไปได้ในการนำมาทำตลาดจำหน่าย จึงอาจมีแผนในการนำเจ้าม้าป่าพลังงานไฟฟ้า 100% จากโรงงานในประเทศจีน ซึ่งแน่นอนว่าการผลิตที่จีนในด้านสิทธิประโยชน์ทางภาษีได้เปรียบมาก ดังนั้นโอกาสที่จะเข้ามาจำหน่ายมีความเป็นไปได้พอสมควร แต่อย่าคิดว่าราคาจะต่ำกว่า 2,000,000 บาท อย่าลืมว่า Mustang Mach-E เป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่มีคู่แข่งอย่าง Tesla Model 3, BMW iX3, BMW iX ดังนั้นราคาจะอยู่แถวกลุ่มที่เราเทียบอย่างแน่นอน ส่วนจะมาทันปีนี้ไหม…..หากมาตรการสนับสนุนภาครัฐออกมา ก็มีความเป็นไปได้นะ


Mercedes Benz
-All New C-Class (W206)
-All New GLC
-EQE
-All New CLE-Class (Fastback&Coupe)
-All New Maybach S560
-AMG GT4 Door GT73 e-performance

ภาพรวมปีที่ผ่านมา
สถานการณ์ของ Mercedes-Benz ปีที่แล้ว ใช้คำว่าเลือดตาแทบกระเด็น เพราะตั้งแต่เปิดปี 2021 ก็เสียตำแหน่งให้ BMW ในรอบ 18 ปี แต่ด้วยพลังความสนใจของ GLA และ A-Class เวอรชันประกอบในประเทศที่จัดออปชันและทำราคาน่าคบมากขึ้น กลายเป็นเดอะแบกให้ดาวสามแฉกไปในช่วง 2 เดือนแรกของปี ก่อนที่จะปิดไตรมาสแรกด้วยการ E-Class facelift มากระตุ้นตลาดพร้อม ๆ กับลูก ๆ อย่าง E200 Coupe และ E200 Carbiolet ที่มาสร้างสีสันให้กับตลาดรถยนต์พรีเมียมในบ้านเรา ยังไม่มี Mercedes-Benz ยังส่งรถ SUV รุ่นใหม่ทั้ง GLA 35 AMG, GLE 350de Plug-in Hybrid ดีเซลคันแรกในเมืองไทย ที่เคลมว่าสามารถวิ่งไฟฟ้าได้มากถึง 100 กิโลเมตร พอกลางปีก็ถึงเวลาของรถเรือธงอย่าง S-Class V223 S350d ที่ใช้วิธีเปิดจองก่อน เพื่อสะกัดขาเกรย์มาร์เก็ต ก่อนที่จะเริ่มส่งมอบในช่วงกรกฎาคมที่ผ่านมา จนถึงช่วงปลายปีก็ส่งรถรุ่นใหม่ 6 รุ่นรวด แบ่งเป็น 5 รุ่นขายจริง ได้แก่ GLE 53 AMG , CLS220d , CLS53 facelift, S-Class V223 S580e และ อัครมหายานยนต์อย่าง GLS Maybach 600 ส่วนอีก 1 รุ่นนั้นคือ EQS ยานยนต์ไฟฟ้าคันแรกจาก Mercedes-Benz ที่มาโชว์ตัวเรียกน้ำย่อย ปั่นกระแสให้ลูกค้าชาวไทยกำตังค์รอไว้ก่อน

ปีนี้มีอะไร?
ในเมื่อยั่วลูกค้าให้กำตังค์เมื่อปลายปีที่ผ่านมา ปีนี้ Mercedes-Benz เดินเครื่องตามแผนงานที่ประกาศไว้ว่า “จะเป็นรถยนต์ค่ายแรกที่ประกอบยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย” แน่นอนว่า EQS จะเป็นคิวแรกของสายการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าที่โรงงานธนบุรีประกอบยนต์ โดยสเปกที่ได้จะเป็นรุ่น 450+ มาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าขับเคลื่อนหลัง รีดได้ 333 แรงม้า ส่วนด้านออปชันต่าง ๆ ทาง Mercedes-Benz ประเทศไทยบอกว่า “จะแตกต่างจากเวอร์ชันต่างประเทศและที่โชว์ตัวอย่างแน่นอน” ส่วนกำหนดการจริง ๆ คาดว่าไม่เกินไตรมาส 2 ของปีนี้ เราได้สัมผัสและทราบสเปกไทยอย่างแน่นอน พร้อม ๆ กับค่าตัวที่คาดว่าจะประกาศในงาน Bangkok International Motor Show ก่อนขายจริง

และเมื่อปีที่แล้วเราเคยทำนายไว้ว่า C-Class รหัสตัวถัง W206 จะมาภายในปี 2021 แต่จนแล้วจนรอด ด้วยสถานการณ์ COVID-19 ที่ทำให้ทุกอย่างขยับไปหมด จึงทำให้ W206 ถูกเลื่อนออกไปแบบพอเข้าใจได้ เพราะโรงงานธนบุรีประกอบยนต์ ไม่สามารถเตรียมไลน์ผลิตได้ทัน เพราะในปี 2021 นอกจากจะมี S-Class V223 แล้ว ก็ยังต้องเตรียมไลน์สำหรับผลิต EQS จึงทำให้ W206 ต้องเลื่อนออกไปเป็นปี 2022 อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ส่วนกำหนดการนั้น อย่างรวดเร็วที่สุด ในงาน Bangkok International Motor 2022 อาจได้เจอกัน

หลังจากที่ EQA,EQB,EQC และ EQS ทยอยเปิดตัวไปเรื่อยๆ ก็มาถึงรถยนต์ Sedan ขนาดกลางพลังงานไฟฟ้า 100% อย่าง EQE หลังจากที่ในตลาดโลกได้ยลโฉมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่กว่าจะเริ่มส่งมอบก็ปาเข้าไปกลางปีนี้แล้ว ดังนั้นการมาของ EQE จะเปิดขึ้นอย่างเร็วที่สุดคืองาน Motor Expo 2022 โดยจะมาโชว์ตัวก่อน ส่วนเวลาจำหน่ายจริงนั้นอาจตอบได้ยาก เพราะไลน์การผลิตในปัจจุบัน ก็เรียกว่าใช้กำลังล้นแล้วครับ

หลังจากที่ GLC อยู่ในตลาดมานานพอสมควร และได้กระแสตอบรับในตลาดเป็นอย่างดี ทั้งหน้าตาที่ดูลงตัว
สมถรรนะการขับขี่ดี รวมไปถีงความอเนกประสงค์ที่ SUV คันนึงควรจะเป็น วันนี้ ถึงเวลาแล้วที่ GLC รุ่นใหม่
จะมารับไม้ต่อ โดยเมื่อเดือนตุลาคม 2021 ที่ผ่านมา ได้มีภาพ Spy Shot รถ Mercedes-Benz ทรง SUV
ขนาดไม่เล็กและใหญ่จนเกินไป วิ่งทดสอบในสนาม Nurburgring ซึ่งคาดว่าเป็น GLC รุ่นใหม่ที่เตรียมตัว
เข้ามาสู้กับ BMW X3, Audi Q3 และ Volvo XC60 ในอนาคต ส่วนกำหนดการ คาดว่าเป็นไตรมาสที่ 3
ของปี 2022 ครับ

หลังจากที่มีข่าวว่า “รถทรง Coupe จาก Mercedes-Benz จะหายไปในบางรุ่นย่อย” และจะมีรถทรง Fastback
(หากท่านผู้อ่านนึกไม่ออก ในนึกถึง Audi A5 Fastback หรือ BMW 630i GT ที่เพิ่งเปิดตัวไปไม่นานนี้ครับ)
โดยจะใช้พื้นฐานจาก E-Class W213 ที่จำหน่ายในปัจจุบันเป็นวัตถุดิบ โดยในตอนแรก คาดว่าจะออกเพียงแค่
ตัวถังแบบ 5 ประตูทรง Fastback แต่เมื่อปลายเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ก็มีภาพ Spy shot เป็นรถที่หน้าตาคล้ายกับว่าที่ All New CLE แต่เป็นรุ่น 2 ประตูเปิดประทุนวิ่งทดสอบ ตรงนี้ก็ยังเป็นปริศนากันต่อไป ส่วนกำหนดการเปิดตัว คาดว่าอยู่ราวปลายไตรสามที่ 3 ของปี 2022 เป็นอย่างเร็วที่สุด และในประเทศไทย คาดจะมาเพียงแบบ CBU
เท่านั้นครับ

หลังจากการมาของ Maybach GLS600 ถึงประเทศไทยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็มาถึง Sedan ขนาดบ้านเคลื่อนที่
อย่าง Maybach S560 โดยคาดว่า Generation นี้ อาจเป็นยุคสุดท้ายสำหรับใช้เครื่องยนต์สันดาปภายใน
โดยมาพร้อมกับเครื่องยนต์ V8 Bi-Turbo ที่อยู่ใน 63 Series และ AMG GT และมาแบบช่วงยาว และ
limousine ในชื่อ Pullman แน่นอนว่า เป็นรถแบบ Tailor Made ตามใจคนซื้อครับ

ครั้งสุดท้ายที่เลย 73 อยู่ในร่ม AMG ต้องย้อนกลับไปใน SL รหัส R129 เลยก็ว่าได้ และก็กลับมาแล้วกับ
AMG GT 4 Door GT73 e-performance รถ Sedan ทรงโฉบเฉี่ยว ที่มาพร้อมพลัง V8 Bi-Turbo
พ่วงด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าทรงพลัง ที่ให้กำลังสูงข้าม 800 แรงม้าได้สบายๆ โดยไม่ต้องเอาไปแต่งต่อ
ส่วนจะมาโชว์ตัวไหม อันนี้ต้องอยู่ที่ว่า Mercedes-Benz Thailand จะได้รับ Order จากลูกค้าหรือไม่ครับ


(ภาพประกอบจาก Series 7 รุ่นปัจจุบัน)

BMW
– All New Series (7er)
– iX1

ภาพรวมปีที่ผ่านมา
ปีที่ผ่านของ BMW แม้ว่าจะสามารถแซงคู่กัดขาประจำอย่าง Mercedes-Benz ได้ แต่ก็ไม่อยู่เฉย ๆ จึงจัดทัพส่งรถใหม่มาอย่างต่อเนื่องไล่ตั้งแต่ช่วงครึ่งปีแรกมีทั้ง 5-Series LCI, 3-Series Grand Sedan ,M4 และครึ่งปีหลังก็ส่งรถยนต์ไฟฟ้า 2 รุ่นได้แก่ iX และ iX3 ที่ลูกต้อนรับเป็นอย่างดี

ปีนี้มีอะไร?
หลังจากในปี 2019 7 Series ได้ทำการ LCI (Life Cycle Impulse) ก็ถึงเวลาแล้วที่เรือธงระดับผู้บริหาร
จะต้องเปลี่ยนโฉม โดยมีภาพ Spy Shot ในสนาม Nurburngring ประเทศเยอรมันนี เผยโฉมว่าที่ 7 Series
วิ่งทดสอบโดยมีเทคโนโลยีกระจังหน้าแบบใหม่ ที่จะใส่ลงไปใน 7 Series ส่วนรหัสตัวถัง คาดว่าจะใช้เป็นรหัส G70 สำหรับกำหนดการเปิดตัว อย่างเร็วที่สุด ประมาณไตรมาสที่ 3 ของปี 2022 เพราะตอนนี้ S-Class ใหม่
W223 เป็นรถที่รุ่นใหม่ที่สุดในบรรดาเรือธงสำหรับผู้บริหาร BMW ไม่ยอมเสียรังวัดนานอย่างแน่นอนครับ

และเมื่อ SUV (หรือ SAV ตามที่ BMW บัญญัติขึ้มาเอง) ทยอยออก EV มาเรื่อยๆ ก็ถึงเวลาของน้องเล็กสุดท้อง
อย่าง iX1 ที่พร้อมจะออกขายตามกระแสรถยนต์ไฟฟ้าที่กำลังมาแรงและออกขายกันอย่างคึกคัก สำหรับกำหนด
การเปิดตัวนั้น อาจเจอกันในงาน Bangkok international Motor Show 2022 เป็นอย่างเร็วครับ


Peugeot
-Pick-Up Landtrek

ภาพรวมปีที่ผ่านมา
หลังจากที่ 2008 รอกันมาอย่างนานนม จนลูกค้าเปลี่ยนใจไปหาคู่แข่งค่ายอื่น แต่พอเมื่อทำราคาออกมาแล้ว
ทำให้สาวกสิงห์เขย่งเป็นเศร้ากันเป็นแถบๆไปแล้ว ซึ่งมาจากที่กลุ่ม Stellantis เพิ่งสามารถปิดดีลการซื้อโรงงาน
ประกอบรถยนต์ Naza ในประเทศมาเลย์เซียได้เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2021 ที่ผ่านมา และเริ่มเดินสายพานการผลิต รวมทั้งเจรจาในการหา Supplier ในแถบ AEC เพื่อใช้ชิ้นส่วนในภูมิภาคอาเซียน ให้ตัวรถสามารถทำราคาได้ เลยเกิดความล่าช้าในส่วนนี้ อันนี้เราก็มาภาวนากันในอนาคตว่า Peugeot Thailand จะเป็นอย่างไรต่อไป

ปีนี้มีอะไร?
ส่วน Hi-Light ในปี 2022 คงหนีไม่พ้นทายาทของ 504 Pick-Up อย่าง Landtrek ที่ใช้พื้นฐานทางวิศวกรรม
จาก Changan Kaicheng F70 ซึ่งต้องมาดูว่าทาง MGC-Asia ผู้แทนจำหน่าย Peugeot ในประเทศไทย
จะวางระดับทางการตลาดไว้ตรงไหน ส่วนเรื่องราคา จากที่ 2008 แล้วกระบะอย่าง Landtrek ก็น่าจะมาในราคา
ที่จับต้องได้ พร้อมกับศูนย์บริการที่จะขยายให้ครบ 25 สาขาทั่วประเทศครับ

Citroen or DS in Thailand By MGC-Asia
หลังจากที่ MGC-Asia ได้รับการแต่งตั้งเป็นตัวแทนจำหน่ายสิงห์เขย่งเป็นที่เป็นเรียบร้อยแล้ว ณ เวลานี้
MGC-Asia ก็พร้อมแล้ว ที่จะต้อนรับเพื่อร่วมค่ายในเครือ Stellantis ซึ่งตามที่ Carsideteam คาดการณ์
ความเป็นไปได้สูง นั้นคือ Citroen หรือ DS ซึ่ง ณ ปัจจุบัน กำลังมีการประกอบ Peugeot เกือบทุกรุ่นที่จำหน่าย
ในอาเซียน และเพื่อสอดรับนโยบายดังกล่าว ทาง MGC-Asia ได้มีการเตรียมคนสำหรับแบรนด์นี้ไว้แล้ว
โดยนำบุคลากรบางส่วนจาก Peugeot Thailand มาเพื่อการณ์นี้ บอกเลยว่า MGC-Asia น่าจะเต็มระบบ
กับแบรนด์นี้แน่นอน ส่วนรถที่คาดว่าจะมาทำตลาด เป็น SUV ที่ใช้พื้นฐานงานวิศวกรรมร่วมกัน 3008 และ
5008 ส่วนรุ่นอื่นนั้น อาจต้องรอดูความต้องการของตลาดในอนาคตครับ


(ภาพจาก Aventador โฉมปัจจุบัน)

Lamborghini
– Aventador Sucessor
หากย้อนหลังกลับไปในที่ 2011 รถ Super Car ที่สร้างความฮือฮาทั้งในแง่งานออกแบบ สมถรรนะ คงหนีไม่พ้น
Lamborghini Avetador และได้รุ่นพิเศษออกมาเยอะแยะมากมาย จนกระทั่ง Aventador Ultimae ที่นับเป็น
Final Edition ออกมาและเปิดรับจองจนครบโควต้าไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หากนับจากวันนั้นจนวันนี้ ก็เป็นเวลาราว 11 ปีที่ Aventador ได้โลดแล่นอยู่บนโลกยานยนต์ และในวันนี้ ก็ถึงเวลาแล้วที่กระทิงตัวใหม่ จะมารับม้าต่อจาก Aventador ซึ่งคาดการณ์ว่าพื้นฐานงานวิศวกรรมมาจาก Sian รถ Super Car ที่ถูกผลิตมาจำนวนกัด จะเป็นตัวกำหนดทิศทางงานออกแบบและเทคโนโลยีของรถรุ่นต่อไปที่จะมารับไม้ต่อจาก Aventador นั่นเองครับ ส่วนหากถามว่า รถรุ่นนี้ในเมืองไทยจะได้เห็นหรือไม่ เท่าที่ทราบจากทาง Renazzo Motor ตัวแทนจำหน่าย Lamborghini ในประเทศไทย ได้ให้ข้อมูลมาว่า “มีลูกค้ายินดีที่จะซื้อรถรุ่นแล้ว โดยที่ยังไม่เห็นรายละเอียดของรถรุ่นนี้เลย”


Porsche
– 911 GT3RS
– Macan EV

หลังจากที่ 992 ได้ออก GT3 และ 718 GT4RS เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ในปี 2022 ก็ถึงเวลาของ Cup Car ตัวจริง
อย่าง 911 GT3RS ที่ยังคาดว่าจะเป็นเครื่องยนต์ NA พร้อมเกียร์ PDK ที่ให้ทั้งอัตราเร่งที่เร้าใจ และเสียงดิบเถื่อน
ในแบบเครื่องยนต์ NA มอบให้ครับ ส่วนจะมาช่วงไหนของปี ก็คาดว่าไม่นานเกินรอ เพราะ Version Cup Car
พร้อมให้บริการทีมแข่งในรายการ Porsche Carrera Cup เป็นที่เรียบร้อยแล้วครับ

หลังจากที่ Porsche ได้เปิดตัว Taycan รถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% ออกมาจำหน่าย และได้รับกระแสตอบรับดีมากๆ จน AAS Auto Service ผู้นำเข้าและจัดหน่ายรถยนต์ Porsche อย่างเป็นทางการในประเทศไทย ต้อง Stock รถบางรุ่นย่อยอย่าง Taycan FR ที่เป็นรุ่นที่ถูกที่สุด พร้อมส่งให้กับลูกค้าที่สนใจได้ทันที และมาในปี 2022
Macan รถยนต์ SUV ตัวเล็กประจำค่าย ก็ได้มีภาพหลุดขณะทดสอบในสนาม Nurburgring ประเทศเยอรมันนี
ซึ่งคาดว่า จะเป็น Macan EV รถยนต์ SUV พลังงานไฟฟ้า 100% คาดว่าไม่น่าเกินไตรมาสที่ 2 ของปี 2022
ได้เจอกันอย่างแน่นอนครับ


Ferrari
– First time SUV “purosangue”
สำหรับข่าวลือเมื่อ 2-3ปีที่แล้ว ที่ม้าลำพอง จะทำรถยนต์ SUV ออกมาจำหน่ายอย่างเป็นเรื่องราว เพื่อตอบโจทย์ลูกค้า และเพิ่มรายได้ให้กับบริษัท (ถึงแม้ว่ารถของค่ายนี้ จะจองวันนี้ ได้รถปีหน้าก็ตามที) มาในวันนี้ ก็มีภาพ
Spy Shot ที่แน่ชัดแล้วว่า คือ Ferrari โดยที่ส่วนหน้าของรถ คล้ายกับ Ferrari FF รถยนต์ GT ที่มี 3 ประตู
ที่เคยออกมาเมื่อหลายปีที่แล้ว แต่มีความสูงและสัดส่วนของรถใกล้เคียงกับ Maserati Levate รถยนต์ SUV
เพื่อนร่วมชาติไม่ผิดเพี้ยนนัก ส่วนกำหนดการเปิดตัว คาดว่าภายในปี 2022 ส่วนลูกค้า VIP ที่เป็นลูกค้าอยู่แล้ว
คาดว่า Cavalino Motor ตัวแทนจำหน่าย Ferrari ในประเทศไทย น่าจะมีการเชิญเข้าไปชม Configulation
คร่าวๆในช่วงไม่เกินไตรมาสที่ 2 ของปี 2022 ครับ


Subaru
– XV Minorchange ประกาศราคาแล้ว ขายได้
– WRX STI
– All New BRZ
– Levorg กลับมาในชื่อ WRX Wagon?!
– Forester MC

ภาพรวมปีที่ผ่านมา
ปีที่ผ่านมาของ Subaru จะไม่ค่อยหวือหวาสักเท่าไร มีเพียงการยลโฉม XV Minorchange ในงาน Motor Expo 2021 แต่ยังไม่เปิดราคาแต่อย่างใด ซึ่งปี 2022 จะเปิดค่าตัวอย่างเป็นทางการ

ปีนี้มีอะไรบ้าง?
เมื่อ WRX รุ่นล่าสุดเปิดตัวในปีที่ผ่านมา ก็ได้รับเสียงตอบรับที่ออกไปสองทาง ไม่ชอบก็เกลียดไปเลย ใช่ครับ
ฟังไม่ผิด เพราะหากไม่นับหน้าตา วิธีการเล่นสีและชุดแต่งที่กระเดียดไปทางรถ Crossover มากจนเกินไป
จนขาดความเป็น Sport Sedan ที่เคยเป็นมาตั้งแต่ปี 1993 จนทำให้ Youtube Channel เอาไปทำ Photoshop ปรับชุดแต่งจนดูกล่อมกล่อมขึ้นกว่าเดิมโรงงาน ก็มีให้เห็นมาแล้ว

ส่วน WRX STI นั้น พื้นฐานก็จะมาจาก WRX รุ่นปกติดังเช่นที่ผ่านมา แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปเลยคือ เครื่องยนต์ EJ20 และ EJ25 คอแดง STI ที่ถูกใช้งานราวเกือบ 30 ปี ถูกส่งท้ายในรหัสตัวถัง VAG ในชื่อรุ่น EJ Final Edition และ WRX STI รุ่นใหม่ คาดว่าจะมากับเครื่อง FB24T ความจุ 2.4 ลิตรเทอร์โบ พร้อมระบบ Direct Injection ที่แรงม้าตามสื่อต่างประเทศประมาณว่าเกิน 300 แรงม้าอย่างแน่นอน

หลังจากที่ Forester ได้เปิดตัวในตลาดโลก มาพร้อมกับเครื่องยนต์ 1.8 เทอร์โบ 177 แรงม้า ที่ทำให้กระชับกระเฉงขึ้นกว่าเดิม ในประเทศไทย คาดว่าไม่เกิน Q2 ของปี 2022 อย่างแน่นอน ส่วนเครื่องยนต์จะมาด้วยไหม
เรามาภาวนาด้วยกันครับ


Hyundai
– Creta Made in Indonesia
– Staria Lounge?

ภาพรวมปีที่ผ่านมา
ความเคลื่อนไหวใหญ่ของค่ายพี่ใหญ่แดนกิมจิคือ การเปิดตัวรถตู้โฉมใหม่ในรอบสิบกว่าปีในชื่อ Staria
ที่มีงานออกแบบทรงล้ำอนาคตราวกับว่าได้แรงบันดาลใจจากหม้อทอดไร้น้ำมัน แม้ว่ายอดขายจะไม่ค่อย
ปังเมื่อเทียบกับ H-1 แต่จำนวนรถที่ปล่อยออกมานั้นก็เพียงพอที่จะให้บริษัทไปรอดได้อีกปี

แต่ใช่ว่า H-1 จะตายจากตลาดเสียทีเดียว ก็ยังมีรุ่นพิเศษมากระตุ้นตลาดชื่อ H-1 Elite N-S โดยมีการ
ปรับข้าวของใหม่ให้สมบูรณ์กว่าเดิมสำหรับใครที่ชอบงานออกแบบที่ดูอนุรักษ์นิยม และการใช้งานที่
ไม่ซับซ้อนนัก ทำตลาดควบคู่กันไปเรื่อยๆ แต่ทั้งหมดนี้ก็ยังไม่เด่นเท่า SUV ไซส์ใหญ่ชื่อ Palisade
แม้ว่าจะไม่เปิดตัวอย่างเป็นทางการ แต่ก็มีกระแสอยู่พอสมควรจากการอวดโฉมในงานแสดงรถทั้ง
Motor Show และ Motor Expo พร้อมเปิดให้สื่อบางสำนักได้รีวิวกันจนเป็นที่สนใจของใครหลายๆคน

ปีนี้มีอะไร?
หลังจากนี้ Hyundai จะไม่ทำตลาดแค่รถตู้อีกต่อไป หลังจากที่พยายามนำรถแบบอื่นๆมาขายในไทย
แต่บางรุ่นภาษีนำเข้าที่ค่อนข้างสูง ทำให้ยอดขายไม่ประสบความสำเร็จสักรุ่น ไม่ว่าจะเป็น Sonata Sport
Elantra (แม้ภายหลังจะประกอบในมาเลเซียก็ตาม) และ Veloster แต่ก็ไม่ยอมแพ้เสียทีเดียว

เพราะจะมีแผนนำเข้า Crossover ขนาด B-C Segment ในชื่อว่า Creta แม้จะขายมาตั้งแต่ปี 2019
ในเมื่อมาทั้งที ก็ต้องนำรุ่นไมเนอร์เชนต์มาทำตลาดกันไปเลย งานออกแบบภายนอกมาในสไตล์ของ
Tucson ย่อส่วน จากไฟหน้าและกระจังหน้าที่ดูกลมกลืนกัน ไฟหน้าที่มาแบบ 2 ชั้น พร้อมด้านท้ายที่
ปรับทรงใหม่ ส่วนภายในยกมาจากเวอร์ชั่นอินเดียที่ดูดีอยู่แล้ว รวมถึงข้าวของที่ให้มาแบบจัดหนัก!!

สำหรับขุมพลังยืนยันว่าเป็นเครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร Smartstream ให้กำลังสูงสุด 115 แรงม้า
แรงบิด 144 นิวตัน-เมตร และมาพร้อมเกียร์อัตโนมัติแบบอัตราทดแปรผัน IVT ส่วนจะมากี่รุ่นย่อย
และอุปกรณ์เป็นอย่างไร อาจจะได้เจอกันในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2022 และหลังจากนี้จะมีเวอร์ชั่น
3 แถว 7 ที่นั่งพร้อมงานออกแบบในสไตล์ Staria ย่อส่วนในชื่อ Hyundai Stargazer ที่ตอนนี้
ยังไม่เปิดตัวอย่างเป็นทางการ คาดว่าจะมาหลังจากที่ Creta เปิดตัวระยะหนึ่ง

แม้ว่า Hyundai Staria จะเปิดตัวไปแล้ว แต่รุ่นที่มาขายยังเป็นเวอร์ชั่นธรรมดาอยู่ หลายๆคน
อยากจะรู้ว่า แล้วเวอร์ชั่นที่ตกแต่งหรูกว่าในชื่อ Staria Lounge จะตามมาหรือไม่ ในเบื้องต้นคาดว่า
ยังพอมีโอกาสที่จะมาขายอยู่เพื่อเป็นตัวแทนของ Grand Starex โดยมีงานออกแบบที่จัดเต็มขึ้น
ทั้งไฟหน้าขนาดใหญ่ขึ้น ไฟหรี่ด้านบานแบบเต็มเส้น พร้อมภายในและล้ออัลลอยที่หรูหราขึ้น
โดยจะเริ่มทำตลาดช่วงไหน ยังไม่ทราบแน่ชัด


Kia
– Carnival Made in Malaysia
– All New Sorento and Sportage?

ภาพรวมปีที่ผ่านมา

ปีนี้เป็นปีที่ Kia รุกตลาด Carnival อย่างหนักหน่วงจนทำให้รถรุ่นดังกล่าวประสบความสำเร็จมากที่สุด
นับตั้งแต่ Kia เริ่มทำตลาดในประเทศไทย แต่ต้องแลกกันด้วยการตลาดที่ค่อนข้างเงียบเหงา เนื่องจาก
รถที่จำหน่ายในประเทศไทยมีแค่ Carnival รุ่นเดียวเท่านั้น แต่ถึงกระนั้น ก็มีความเคลื่อนไหวใหญ่ๆคือ
มีการเปลี่ยนโลโก้ Kia ให้เป็นแบบใหม่เช่นเดียวกับทั่วโลกพร้อมสโลแกน Movement that Inspire
และปรับอุปกรณ์ Carnival ให้เท่าเทียมกับเวอร์ชั่นเกาหลีกันเสียที ทั้งนี้ก็ยังมี K2900 ขายอยู่ห่างๆ

ปีนี้มีอะไร?

ปีนี้ใครที่จะเล็ง Carnival เวอร์ชั่นประกอบในโรงงานอาเซียนนับว่ามีข่าวดี เพราะที่มาเลเซียได้มีแผน
ประกอบ Carnival กันเมื่อปี 2021 ที่ผ่านมา ในเบื้องต้นแม้ว่าข้าวของจะน้อยกว่าเวอร์ชั่นไทย
แต่ก็เป็นอีกช่องทางที่ทำให้ราคา Carnival ถูกลงร่วมหลายแสน ต้องรอดูว่าจะพร้อมส่งออกเมื่อไหร่

ต่อเนื่องจากแผนการประกอบ Kia ในมาเลเซีย ยังมีอีก 3 รุ่นที่พร้อมทำตลาด เริ่มจากรุ่นที่จะมาแน่นอนคือ
Sorento ซึ่งเป็น SUV รุ่นใหญ่ ที่มาพร้อมขุมพลังทั้งแบบธรรมดา ไฮบริดและไฮบริดแบบเสียบปลั๊ก
รวมถึงรุ่นเล็กอย่าง Kia Sportage ที่จะมาในภายหลัง ซึ่งข้อมูลอย่างละเอียด ยังไม่มี ณ เวลานี้


GWM
– H6 PHEV
-Good Cat GT
– Tank
– POER

ภาพรวมปีที่ผ่านมา
หลังจากที่เปิดตัวอย่างเป็นทางการสำหรับค่าย Great Wall Motor (GWM) ก็มีรถที่ทำยอดขายประสบความสำเร็จทั้ง Haval H6 SUV ไซส์ใหญ่ที่มีขุมพลัง ขนาดตัวรถ กับอุปกรณ์ที่ใหญ่เกินคู่แข่ง แต่มาในราคาถูกที่สุดในกลุ่ม รวมถึง Haval Jolion ที่นำ H6 มาย่อส่วนพร้อมใช้ชิ้นส่วนร่วมกันหลายรายการ พร้อมราคาไม่ถึงล้าน รวมถึง Ora Good Cat ที่ราคาอาจจะแพงกว่าที่คิด แต่ก็มียอดขายสวนทางกระแสตีกลับทำเอาต้องรอกันข้ามปี (เพราะได้โควต้าให้เดือนละ 200-300 คัน) ก่อนจะปิดปีพี่มหากำแพงก็ส่ง “สิงโตดีด” อย่าง Haval Jolion มาเขย่าตลาดอีกรอบ พร้อมราคาเร้าใจ แม้จะมีกระแส 0-100 15 วิ แต่เมื่อทดลองจริงแล้ว…ก็อยู่ระดับเดียวกับเพื่อนในคลาสที่ทำได้ 10 ปลาย ๆ นะ

พร้อมกับการตลาดที่แปลกกว่าค่ายทั่วไปคือ เรียกพนักงานขายว่า I AM แทนเซลล์ ที่ยอมรับว่ามีความเป็นมิตรกับลูกค้าอย่างมาก และการเผยตัวรถออกมาก่อน แล้วประกาศราคาที่หลัง จนเป็นฉายาที่เรียกขำๆว่า”กี่บาท” แต่ก็มีเคสที่น่าเป็นห่วงในเรื่องคุณภาพของตัวรถ ทั้งานประกอบบางจุด และ Ora Good Cat ที่มีปัญหาเรื่องขุมพลังที่การขึ้นเขาค่อนข้างลำบากกว่ารถปกติ จนเป็นประเด็นกันในโลกโซเชียล

ปีนี้มีอะไร?
เปิดปีมา GWM เริ่มด้วยเวอร์ชั่นเสียบปลั๊กของรุ่น H6 ในชื่อว่า H6 PHEV เป็นที่แน่นอนแล้วว่าจะมีงานออกแบบหน้ารถมาจาก H6 Supreme+ แต่ส่วนที่เหลือ (และภายในรถ) จะยังคงเหมือนเดิม ส่วนสเปกขุมพลังนั้นจะใช้เครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร Turbo พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้ารีดพลังรวมได้ 326 แรงม้า แรงบิด 530 นิวตันเมตร อีกทั้งโหมดไฟฟ้าสามารถวิ่งได้ไกลถึง 201 กิโลเมตร ส่วนกำหนดการเปิดตัวคาดว่าจะเปิดขึ้นในช่วงไตรมาสแรกของปี 2022 เพราะตอนนี้อยู่ในช่วงการทดสอบขั้นตอนสุดท้ายที่เข้มข้น และเช็กระบบความปลอดภัยก่อนจำหน่ายจริง

จากนั้นใครที่บ่นเรื่องพละกำลังของน้องเหมียวอย่าง ORA Goodcat ที่ไม่ค่อยแรง แถมเจอไฟเต่าตอนขึ้นดอย ปีนี้เราอาจะได้เห็น ORA Goodcat GT มาเสริมทัพแบรนด์ ORA ที่รอบนี้อัปเกรดมอเตอร์ไฟฟ้าให้แรงขึ้นถึง 168 แรงม้า พร้อมแบตเตอรี่ที่ใหญ่ขึ้น ทั้งนี้ทีม GWM เองยังคงทดสอบ Goodcat GT หลากหลายเส้นทาง แม้กระทั่งภูชี้ฟ้าซึ่งเป็นเส้นทางที่เกิดประเด็นและสร้างแรงกระเพื่อมครั้งใหญ่ให้กับ GWM ถึงขั้นต้องลงพื้นที่อย่างจริงจัง (แม้คำแถลงที่ออกมาไม่ถูกหูลูกค้าสักเท่าไร) กระนั้นการเผยโฉมของเจ้าแมว GT คาดว่าในช่วงไตรมาส 1 ของปี อาจจะได้เห็นโฉมคันจริงและราคาอย่างเป็นทางการ

ส่วน SUV ไซซ์ยักษ์อย่าง TANK 500 ที่ได้โชว์ตัวแล้วในงาน Motor Expo 2021 ที่ผ่านมา และเป็นการเผยโฉมขุมพลัง Hybrid เป็นครั้งแรกในโลก อาจจะมาลงตลาดในประเทศไทยเช่นเดียวกัน แต่ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าจะมาในช่วงใด และมีกระแสลือว่า GWM เตรียมส่ง POER รถกระบะไซซ์บิ๊กลงสมรภูมิเดือดในบ้านเราด้วย แม้ทาง Carsideteam จะสอบถามถึงมุมมองรถกระบะในประเทศไทย เมื่อช่วงเปิด GWM Experience Center ที่ไอคอนสยาม ซึ่ง GWM ยอมรับว่าเป็นตลาดที่แข็งมาก โดยรถกระบะของ GWM เป็นรถ 1 ในแผน 9 in 3 ที่ GWM จะเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ 9 รุ่น ภายใน 3 ปี ซึ่งกำหนดเวลาอาจยังไม่ชัดเจน แต่คาดว่าช่วงครึ่งปีหลังของปี 2022 นี้ เราอาจจะได้เห็นกระบะ GWM มาโลดแล่นอย่างแน่นอน


และนี้คือภาพรวมของกางแผนรถใหม่ในช่วงปี 2022 ซึ่งคาดว่าจะได้เจอกันทั้งหมดภายในปีนี้
อย่างไรก็ตาม ก็ต้องขึ้นอยู่กับสถานการณ์ต่างๆว่า จะมีการปรับเปลี่ยนแผนอย่างไรบ้าง
ซึ่งแต่ละคันมีความคืบหน้าอย่างไร โปรดติดตามใน Carsideteam ตลอดปี 2022 ได้เลยครับ


เรียบเรียงข้อมูล : Takatojenrya24v,Naow27 และ PunTam
เผยแพร่วันที่ 10 มกราคม 2565
หากต้องการนำไปใช้นอกเหนือจากเผยแพร่ซ้ำ
กรุณาให้เครดิตภาพจากต้นฉบับทุกครั้ง

ติดตามข่าวสารได้ที่ www.carside.in.th
อัพเดททุกความเคลื่อนไหวโลกยานยนต์ได้ที่
facebook/instagram : carsideteam