กางแผนรถใหม่ปี 2019 : ปีนี้ Sedan / Eco Car ขอเฉิดฉาย….

707

หลังจากที่ผ่านปี 2018 กันไปแล้ว ซึ่งปีที่ผ่านมาตลาดรถยนต์ค่อนข้างดุเดือดพอสมควร เพราะหลายๆค่าย
ต่างทยอยกันเปิดตัวรถหลายๆรุ่น และในปี 2019 เป็นปีที่รถใหม่มากันอย่างเต็มพิกัด โดยเฉพาะทางฝั่ง
รถยนต์นั่งส่วนบุคคลที่มีไม้เด็ดออกมาต่างๆมากมาย

และเช่นเคยในช่วง 10 วันแรกของปี Carsideteam จะมีบทความรถใหม่ออกมา เพื่อให้คุณผู้อ่านได้รู้
กำหนดการคร่าวๆและเตรียมวางแผนซื้อรถใหม่ที่จะเปิดตัวในปีนี้ โดยข้อมูลดังกล่าวเป็นการรวบรวม
จากแหล่งข่าวต่างๆที่มีความน่าเชื่อถือ บวกกับการวิเคราะห์และคาดการณ์จากทีมงาน สำหรับปีนี้จะเป็น
ปีที่ตลาดรถยนต์นั่งส่วนบุคคลและ Eco Car กลับมาคึกคักอีกครั้ง เพราะในบางรุ่นถึงช่วงปลายอายุตลาด
และเข้าสู่การเปลี่ยนโฉมแล้ว อีกทั้งรถยนต์พลังงานไฟฟ้าในปีนี้ จะเป็นที่เริ่มการแข่งขันจริงจังหลังจากที่
Nissan Leaf เปิดตัวไปเมื่อช่วงปลายปี 2018 และเริ่มส่งมอบในเดือนเมษายน 2019 อีกทั้งสถานีชาร์จไฟ
มีจำนวนที่ครอบคลุมส่วนอื่นๆของกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดมากขึ้น บวกกับการส่งเสริมจากภาครัฐฯ ในด้าน
การลงทุน การผลิตในประเทศและการเก็บภาษีสรรพสามิต แม้ว่าในช่วงแรกของรถยนต์พลังงานไฟฟ้าบางรุ่น
จะยังนำเข้าอยู่ก็ตาม

ทั้งนี้เวลาในการเปิดตัวอาจมีการเปลี่ยนแปลง สามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ผ่านทาง Carsideteam
ทุกช่องทาง ไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์ Carside.in.th และทางโซเชียลมีเดีย อาทิ facebook : carsideteam ,
YouTube : CarsideChannel เป็นต้น ไม่ให้เสียเวลาไปมากกว่านี้ เชิญทุกท่านเลื่อนเม้าท์ลงมาดูเนื้อหา
ข้างล่าง โปรดอ่านช้าๆและอ่านให้ครบจะได้เข้าใจทุกกระบวนความครับ


Toyota

-All New Corolla (Altis)
-Sienta Minorchange
-Rush?
-Camry Sport Version

ภาพรวมปีที่ผ่านมา : ในช่วงปี 2018 เป็นปีที่ Toyota เริ่มดำเนินแคมเปญ LIVE ALIVE กันเต็มตัว
ไม่ว่าจะโฆษณาที่เน้นวัยรุ่นมากขึ้น พร้อมทั้งปรับหน้าตาโชว์รูมใหม่ให้โดนใจคนรุ่นใหม่ในหลายๆที่
ทางฝั่งรถยนต์มีการเพิ่ม T-Connect Telematics กันแทบทุกรุ่น ไม่ว่าจะเป็น Corolla Altis
Innova Crysta,Fortuner,Hilux Revo,Alphard และ Vellfire กันอย่างบ้างคลั่ง

การปรับปรุงรถในตลาดมีแค่การปรับอุปกรณ์ให้กับ Hilux Revo ที่ตัดรุ่น G ออกไปหลายรุ่น
เพื่อเปิดตลาดให้ Rocco โดยเฉพาะ (ซึ่งมีการเพิ่มรุ่นเครื่องยนต์ 2.4 ลิตรมาให้เช่นกัน)
พร้อมกับเพิ่มเกียร์อัตโนมัติในรุ่น J เป็นครั้งแรก (หลังจากที่ผ่านมาจะสงวนไว้ให้กับ
รุ่น E และ G เท่านั้น),Corolla Altis ที่เพิ่มรุ่นย่อยใหม่ 1.8 S ที่จับรุ่น Esport Option
ตัดชุดแต่งและเพิ่มกล้องหน้ามาแทน และบรรดาคู่หู Eco Car อย่าง Yaris และ Yaris Ativ
ที่นำรุ่นท็อปมาเพิ่มเบาะหนังและแผงคอนโซลสีดำเงา (โดยเฉพาะ Yaris ATIV ที่ดึง BNK48
มาเป็นพรีเซนเตอร์จนโอตะหลายๆคนปลื้มเป็นปกติ)

ไฮไลท์เด็ดอยู่ที่การเปิดตัว C-HR และ Camry ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีใหม่ๆทั้ง Hybrid รุ่นใหม่
และพื้นฐานใหม่ TNGA และทำราคาได้ดีกว่าที่คิด (โดยเฉพาะ Camry ที่ราคาถูกลงจนตลาด
D-Segment กลับมาคึกคักอีกรอบ) ทำให้ยอดขายกลับมาเป็นที่ 1 ได้ในรอบหลายเดือน
(ทว่ารุ่น C-HR กลับโดน HR-V แซงทันทีหลังจากที่รุ่นดังกล่าวไมเนอร์เชนจ์ แต่ยอดขายอยู่ในช่วง
หลักพันกว่าคันอยู่ดี)

ปีนี้มีอะไรบ้าง : สำหรับปีนี้เริ่มจาก Toyota Vios ที่จะมีการปรับครั้งสุดท้ายในปี 2019
หลังจากรุ่นดังกล่าวมาทำตลาดในประเทศไทย”เป็นกรณีพิเศษ” (เนื่องจากหลายๆประเทศ
จับ Yaris Ativ มาวางเครื่องยนต์ 1.5 ลิตรและสวมชื่อ Vios เข้าไปแทน)

การปรับครั้งนี้ไม่ต้องหวังอะไรมากก็แค่ เปลี่ยนการเรียกชื่อรุ่นจากบรรดาตัวอักษร J E G S
มาเป็นรุ่น Entry Mid High เช่นเดียวกับ C-HR ปรับชุดเครื่องเสียงใหม่รองรับระบบ T-Link
เพิ่มกล้องหน้ารถ เปลี่ยนโทนสีเบาะนั่ง และเปลี่ยนไฟตัดหมอกเป็น LED เท่านั้น ส่วนราคา
อาจจะมีการปรับ (จะขึ้นหรือลง ยังไม่ทราบในขณะนี้)

(ภาพจากเวอร์ชั่นญี่ปุ่น)

รวมไปถึง C-HR ที่มีการปรับอุปกรณ์เล็กน้อย ไม่ว่าจะเป็นเบาะหนังในรุ่นเริ่มต้น (จากเดิมเป็นเบาะผ้า)
ล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้วที่คาดว่าจะมีการปรับลายใหม่ (ซึ่งจะเป็นลายเดียวกับเวอร์ชั่นจีนที่มีหน้าตา
เหมือนกับล้อ 18 นิ้วทุกประการ แต่ขนาดเล็กกว่า หรืออาจจะออกแบบใหม่ก็เป็นไปได้) ส่วนสีใหม่
มีแค่เป็นสีทูโทนขาว หลังคาดำ เพิ่มเข้ามาและยังคงสงวนไว้ให้รุ่น Hybrid เช่นเคย


(Corolla เวอร์ชั่นแวกอนที่มีแนวโน้มว่าจะเข้ามาทำตลาดในประเทศไทย)

ต่อมา รถที่หลายคนรอคอยคือ การเปลี่ยนโฉมครั้งใหญ่ของ Toyota Corolla Altis ที่หลายคนติดตามว่า
หน้าตาจะออกมาแบบไหน แน่นอนว่าหน้าตาแบบหรู (Prestige) ยังมีให้เลือกเป็นพื้นฐานเช่นเคย
ส่วนเวอร์ชั่นสปอร์ตก็มีโอกาสสูงที่ได้ใช้ เนื่องจากยอดขายของรุ่น ESport ที่ผ่านมาพิสูจน์ว่า มียอดขาย
ค่อนข้างดีเป็นลำดับต้นๆในบรรดา Corolla Altis ทั้งหมด (แถมขายดีกว่ารุ่นท็อปอย่าง 1.8V เสียด้วยซ้ำ)

ส่วนภายในมีการปรับเส้นสายจาก C-HR ให้ดูเรียบง่ายขึ้น แน่นอนว่าเทคโนโลยีต่างๆมาทั้งสถาปัตยกรรม
แบบใหม่ TNGA,ระบบนำทางพร้อมระบบ T-Connect Telematics และชุดระบบความปลอดภัย
Toyota Safety Sense แต่หากท่านใดที่รอรุ่น Hatchback ต้องขอแสดงความเสียใจด้วย
เพราะไม่มาแน่นอน แต่ ขอให้จับรุ่น Wagon ไว้ให้ดี นี่อาจจะเป็นแผนสับขาหลอกของ TMT ก็เป็นได้

ส่วนเครื่องยนต์มีความเป็นได้สูงที่จะตัดเครื่องยนต์ 1.6 ลิตรออกไป เพื่อเปิดทางให้รถที่มีขนาด
เล็กกว่าได้ใช้เครื่องยนต์ดังกล่าวแทน แต่เครื่องยนต์ 1.8 ลิตรอาจจะยังจำเป็นที่จะต้อง
อยู่ในตลาดต่อไปสำหรับรุ่นเริ่มต้น รวมถึงนำเครื่องยนต์ 2.0 ลิตรกลับมาอีกครั้งแต่เป็นแบบ
เทคโนโลยีใหม่ Dynamic Force ที่ปรับปรุงสมรรถนะให้ดีขึ้น จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ
Direct Shift-CVT ที่ผสมผสานกันระหว่าเกียร์อัตโนมัติทั่วไปกับ CVT รายละเอียดอื่นๆ
เจอกันไตรมาส 3 เช่นเดียวกับคู่แข่งที่กำลังจะเปิดตัวในช่วงเดียวกันนี้ (แต่จะเป็นรุ่นอะไร
โปรดอ่านกันไปเรื่อยๆ)

ถัดมา ก็เป็นคิวของ Toyota Sienta Minorchange ที่คาดว่า จะมีการปรับภายนอกเหมือนกับ
เวอร์ชั่นญี่ปุ่น คือ ไฟหน้าปรับรายละเอียดเล็กน้อย กระจังหน้าเป็นแบบบานเกล็ด ไฟท้าย LED
ทรงใหม่ และคาดว่าจะมีการเพิ่มเติมออปชั่นใหม่ๆเล็กน้อย สำหรับเครื่องยนต์ยังคงเป็นแบบ
1.5 ลิตร Dual VVT-i จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ Super CVT-i ล็อกอัตราทดได้ 7 จังหวะ
กำหนดการอาจจะเป็นช่วงครึ่งปีแรกของปี 2019 สำหรับตลาดอินโดนิเซีย และส่งออก
ไปยังประเทศไทยในภายหลังอย่างน้อย 2-3 เดือนนับตั้งแต่เปิดตัวในอินโดนิเซีย

ต่อมาเป็น Toyota Camry เวอร์ชั่นสปอร์ต ในช่วงแรกๆหลายคงสงสัยว่า ทำไมหน้าตาของ
Camry ยังไม่มีเวอร์ชั่น Sport เหมือนตลาดต่างประเทศเสียที ล่าสุด ในงาน Motor Expo
ที่ผ่านมาทาง Toyota เริ่มมีการ Survey กันคร่าวๆ ซึ่ง 1 ในเรื่องที่สำรวจ เป็นเรื่องของ
หน้าตาของเวอร์ชั่น Sport อย่างไรก็ตาม จุดแตกต่างจากรุ่นธรรมดามีแค่ด้านหน้าที่เปลี่ยน
ช่องดักลมด้านล่างเป็นลายตาข่าย ช่องไฟตัดหมอกแยกออกมาชัดเจน กันชนหลังปรับใหม่
พร้อมช่องที่ลากเสริมมาจากไฟท้าย เพิ่มสปอยเลอร์หลังสีดำ และมีหลังคาสีดำให้เลือก
สำหรับชื่อรุ่นจะใช้ชื่อว่า ESport หรือ Extremo นั้น ยังไม่ทราบแน่ชัด

และสุดท้ายกับ Crossover 7 ที่นั่งอย่าง Toyota Rush ที่ ณ เวลานี้ได้วางขายแทบทุกประเทศ
ยกเว้น อเมริกา ยุโรป เอเชียตะวันออก (จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และไต้หวัน) และประเทศไทย
ซึ่งประเทศไทยมีแนวโน้มสูงมากที่จะวางจำหน่าย เนื่องจากลูกค้าชาวไทยให้ความสนใจในมินิแวน
Crossover 7 ที่นั่งมากกว่าแบบอื่นๆ (สังเกตจากยอดขาย Xpander ที่ขึ้นมาเป็นอันดับ 1 หลายเดือน)

ส่วนรายละเอียดคาดว่าไม่ต่างจากเวอร์ชั่นต่างประเทศทั้งการออกแบบ ภายใน และสมรรถนะ
ที่ยังคงใช้บริการเครื่องยนต์ 1.5 ลิตร 102 แรงม้า จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 4 จังหวะ ซึ่งจะเข้าไทย
หรือไม่นั้น ยังคงเป็นปริศนา และแน่นอนว่า ถ้ามาทำตลาด จะมาในฐานะตัวแทนของ Avanza
ไปโดยปริยาย (แม้ว่าบางประเทศจะขายควบคู่กันไป และ Avanza กำลังจะมีรุ่น Big Minorchange
ที่จะเปิดตัวในอินโดนิเซียอีกไม่กี่วันข้างหน้า)


Honda

-All New Accord
-All New City / Jazz Eco Car Phase 2 พร้อมเครื่อง 1.0 Turbo

ภาพรวมปีที่ผ่านมา : ปีที่ผ่านมาเหมือนจะเงียบๆไม่มีอะไรใหม่ เพราะต้นปีมีแค่ Honda Civic Hatchback
เพิ่มสีแดงเข้าไปเท่านั้น ทว่า พอครึ่งปีหลัง Honda กลับรุกตลาดกันไม่หยุด ไม่ว่าจะเป็นปรับโฉม
Honda HR-V ตามหลังตลาดโลกไม่กี่เดือน และทำยอดขายแซงหน้า C-HR ที่ใหม่กว่าไปได้สวยงาม
รวมถึงปรับอุปกรณ์ CR-V โดยเพิ่มรุ่น 5 ที่นั่งและเพิ่มออปชั่นรุ่นขับเคลื่อนล้อหน้าให้ดีขึ้น และ Civic
ที่ใส่ Honda Sensing มาให้และอัดอุปกรณ์รุ่น 1.8EL เต็มพิกัด และปรับโทนสีน้ำเงินใหม่ที่อ่อนลง
(แต่ตัดสีแดงออกไป เพื่อ!!)

ปีนี้มีอะไรบ้าง : แน่นอนว่าทุกคนอาจจะรู้ว่า Honda Accord โฉมใหม่มาเผยโฉมในงาน Motor Expo
2018 เมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา เมื่อดูรายละเอียดตัวรถพบว่า หน้าตาถอดแบบจากเวอร์ชั่นอเมริกา
มาทั้งดุ้น แต่ปรับบางจุดเพื่อรองรับตลาดนอกอเมริกาเหนือ ออปชั่นคร่าวๆมีทั้ง กล้องมองภาพรอบคัน
เป็นครั้งแรกในค่าย,มูนรูฟ,Honda Sensing ที่เพิ่มฟังก์ชั่นมากขึ้น ส่วนเครื่องยนต์มีให้เลือกแค่
1.5 ลิตร Turbo ที่ปรับความแรงให้เหนือกว่า Civic แต่ไม่มีเครื่อง 2.0 ลิตร Turbo ให้เลือกแน่นอน
และเครื่องยนต์ไฮบริด 2.0 ลิตรเวอร์ชั่นใหม่ที่พัฒนาให้ดีขึ้นกำหนดการเปิดตัวประมาณช่วงเดือนมีนาคม

(Honda Brio โฉมปัจจุบัน (เวอร์ชั่นอินโดนิเซีย) ที่ไม่ได้ทำตลาดต่อในประเทศไทย)

ถัดมา เป็นการสั่งลาของ Honda Brio ที่จะยุติการทำตลาดในปีนี้ เพื่อเปิดทางให้ Honda City
เข้ามารับช่วงต่อแทน ข้อมูลเบื้องต้นมีเพียงแค่ มาพร้อมกับเครื่องยนต์ 1.0 ลิตร Turbo (ทว่า
ยังมีอีกกระแส นั่นคือ วางเครื่องยนต์ 1.3 ลิตรเดิมจากเวอร์ชั่นอินโดนิเซียเข้าไป) มาพร้อมกับ
หน้าตาที่สวยงามขึ้น คาดว่า จะเปิดตัวในช่วงไตรมาส 4 ของปี 2019 ส่วน Honda Jazz
อาจจะตามมาหลังจากนี้อีกปีหนึ่ง

ส่วนรุ่นปรับอุปกรณ์นั้น เริ่มจาก Honda Civic เวอร์ชั่น Hatchback แม้ว่าในตลาดโลกจะยัง
ไม่เปลี่ยนหน้าตาเท่าไหร่นัก แตาคาดว่าจะเพิ่มอุปกรณ์มาจากเวอร์ชั่น Sedan ไม่ว่าจะเป็น
ชุดเครื่องเสียงที่ควบคุมด้วยปุ่มกด,กระจกมองข้างพับอัตโนมัติเมื่อล็อกรถ,กล้องส่องภาพด้านข้าง
Honda Lanewatch,สีตัวรถเพิ่มสีน้ำเงินใหม่ Brilliant Sporty Blue รวมถึงไฮไลต์เด็ดอย่าง
Honda Sensing ที่ติดตั้งเป็นรุ่นที่ 3 ในประเทศไทย รายละเอียดเพิ่มเติมเจอกันครึ่งปีแรก


Nissan

– X-Trail Minorchange
– Kicks
– Note e-Power
– All New Almera

ภาพรวมปีที่ผ่านมา : ปีที่ผ่านมาเป็นปีที่ Nissan ยังคงระส่ำระส่ายอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นปัญหา
การเมืองภายในองค์กรทั้งในไทยและญี่ปุ่น (ถึงขนาดที่ว่า Carlos Ghosn โดนจับในคดีเกี่ยวกับการเงิน)
ส่วนผลิตภัณฑ์จะเน้นไปที่การทยอยเปลี่ยนเครื่องเสียงชุดใหม่ที่รองรับ Apple Carplay ในหลายๆรุ่น
ไม่ว่าจะเป็น Note,Sylphy และ Almera (ซึ่งรุ่นหลังนี้มีโอกาสปรับอุปกรณ์ถึง 2 รอบแต่ยังไม่ใส่
ระบบควบคุมการทรงตัวเหมือนใน Eco Car รุ่นอื่นๆเสียที)

ส่วนรถใหม่ก็มีทั้ง Terra ที่มาช้ากว่าเพื่อน แต่อัดอุปกรณ์มาไม่น้อยหน้าใคร มาพร้อมกับเครื่องยนต์
2.3 ลิตร เทอร์โบคู่และทำราคาออกมาได้ถูกกว่าที่คิด,Teana Minorchange ที่ปรับหน้าตาแบบ
ครึ่งๆกลางๆ (หน้าใหม่ ล้อใหม่ ออปชั่นใหม่ แต่นอกนั้นเหมือนเดิม) พร้อมตรึงราคารุ่นเริ่มต้น
และรุ่นท็อปสุด(ซึ่งก็มีลูกค้ามาอุดหนุนกันบ้างเล็กน้อย และรุ่นไฮไลต์คือ Leaf ที่นำเข้าจาก
ญี่ปุ่นในราคา 2 ล้านมีทอน แต่ออปชั่นภายในที่แอบน้อยและทางเลือกที่มีแค่รุ่นเดียวกับสีเดียวเท่านั้น

ปีนี้มีอะไรบ้าง : เริ่มจาก Nissan Note เวอร์ชั่น E-Power ที่หลายๆคนรอคอย ถึงแม้ว่าญี่ปุ่น
จะเปิดตัวมาตั้งแต่ปี 2016 แล้ว แต่ประเทศไทยเป็นประเทศแรกที่ได้ใช้ระบบ E-Power
(หลักการทำงานเหมือนกับ Hybrid แต่มอเตอร์ไฟฟ้าจะมีบทเด่นมากกว่าเครื่องยนต์ ขณะที่
รถ Hybrid ทั่วๆไปเครื่องยนต์มีบทเด่นมากกว่ามอเตอร์ไฟฟ้า) คาดว่าจะมาในช่วงครึ่งปีหลัง

ถัดมา หลังจากลากขายมาตั้งแต่ปี 2014 ก็ได้เวลาปรับโฉมสำหรับ X-Trail กันเสียที
หลายๆคนได้เห็นหน้าตากันไปบ้างแล้ว โดยเปลี่ยนที่ไฟหน้าที่เพิ่มรอยหยักเข้ามา
กระจังหน้า V-Motion แบบใหม่ ไฟท้ายที่ดูเข้มขึ้ย ภายในที่เปลี่ยนพวงมาลัยใหม่
(แบบเดียวกับ Nissan Note) สมรรถนะยังคงใช้เครื่องยนต์เบนซิน 2.0 และ 2.5 ลิตร
และ 2.0 ลิตร Hybrid เช่นเคย ส่วนออปชั่นที่เหลือ อาจจะมีระบบความปลอดภัยเช่นเดียวกับ
Nissan Note (ระบบเตือนการชนด้านหน้าพร้อมเบรกอัตโนมัติและระบบเตือนรถออกนอกเลน)
พร้อมทั้งติดตั้งระบบเตือนมุมอับด้านข้างและขณะถอยหลังมาให้เช่นกัน รายละเอียดเพิ่มเติม
เตรียมติดตามได้ในครึ่งปีแรกของปีนี้

ต่อมาเป็น Crossover ที่หลายๆคนรอคอยอย่าง Kicks ถึงแม้ว่าจะมาช้ากว่าต่างประเทศไป
หลายปี สำหรับงวดนี้ อาจจะเป็นประเทศแรกที่ใช้รุ่น Minorchange ก็เป็นไปได้ คาดว่า
หน้าตาจะมีการปรับให้สวยกว่ารุ่นปัจจุบัน ส่วนเครื่องยนต์คาดว่ายังคงวางเครื่อง 1.6 ลิตร
HR16DE จาก Sylphy และ Juke ส่วนออปชั่นและรายละเอียดเพิ่มเติมเตรียมตัวได้กลางปีนี้

ไฮไลต์สำคัญอยู่ที่ All New Nissan Almera/Sunny (ในบางประเทศ) ที่เป็นการเปลี่ยนโฉมใหม่
หลังจากที่นำร่องไปแล้วกับเวอร์ชั่น 5 ประตู (เฉพาะตลาดยุโรปเท่านั้น ส่วนตลาดประเทศอื่นยังคง
ลากขายกันต่อไป) สิ่งที่บอกได้คร่าวๆคือ รายละเอียดตัวรถยกมาจาก Nissan Micra มาบางส่วน
มาผสมกับ Altima โฉมปัจจุบัน ส่วนภายใน แนะนำว่าไปดู Micra และ Kicks เป็นตัวอย่าง เพราะ
มาในธีมเดียวกันแต่จะปรับรายละเอียดบางส่วนให้แตกต่างกัน สำหรับเครื่องยนต์มีความเป็นไปได้ว่า
จะได้ใช้เครื่องยนต์ 1.0 ลิตร Turbo บล็อกใหม่ แต่!! ก็มีอีกเสียงว่าจะเป็นการนำเครื่อง 1.2 ลิตรเดิม
มาปรับปรุงให้ดีขึ้นส่วนรายละเอียดเพิ่มเติม เตรียมเจอกันไตรมาส 3


Ford

– Ranger/Everest MY2019

ภาพรวมปีที่ผ่านมา : แม้ว่าในปี 2018 จะเป็นการสั่งลาให้กับรถยนต์ส่วนบุคคลอย่าง Fiesta และ Focus
ที่มียอดขายไม่ค่อยส่วยผิดกับตอนออกใหม่ๆ แต่ก็ยังมีการปรับโฉมให้กับ Ranger และ Everest รอบนี้
เน้นปรับไปที่ออปชั่นและเครื่องยนต์ใหม่อย่าง 2.0 ลิตร ทั้งเทอร์โบเดี่ยวและคู่ จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ
10 จังหวะเป็นครั้งแรกในตลาดรถกระบะ รวมถึง 2 ตัวแรงอย่าง Ford Ranger Raptor ที่เป็นการนำ
Ranger ทำแต่งให้ดิบ ดุดัน พร้อมทำราคาอยู่ที่ 1.7 ล้านมีทอน แต่ยอดขายถือว่าไปได้ดีกว่าที่คิด
รวมถึงการนำ Mustang มาขายทั้งเครื่องเล็ก 2.3 ลิตร Ecoboost และ 5.0 ลิตร V8 ซึ่งเป็นที่ฮือฮา
กันพอสมควร

ปีนี้มีอะไรบ้าง : สำหรับปีนี้อาจจะมีการปรับเล็กๆน้อยๆ ไม่ก็ออกรุ่นพิเศษของ Ranger และ Everest แทน
(ซึ่งเป็นการจัดเสปคให้ออปชั่นในแต่ละรุ่นเยอะขึ้น) แค่นั้น ส่วนจะมีรุ่นไหนมาทำตลาดเพิ่มเติมนั้น
ยังไม่มีคำตอบที่แน่ชัด



(ภาพจาก autocarindia.com)

Chevrolet

-New Small SUV World Premiere in Motor Show 2019!!
-Colorado and Trailblazer Special Edition MY2019

ภาพรวมปีที่ผ่านมา : ในปีที่ผ่านมา Chevrolet ไม่เน้นเปิดตัวรถรุ่นใหม่เท่าไหร่นัก แต่ใช่ว่าจะขายกันแบบ
ตามมีตามเกิด เพราะงวดนี้ได้ลงทุนหั่นราคา Trailblazer ตัวเริ่มต้นให้ไม่ถึงล้านพร้อมชุดแต่งพิเศษ
ทำให้มีลูกค้ามาสนใจเยอะขึ้น อีกทั้ง ยังมีสารพัดรุ่นพิเศษอย่าง Perfect Edition,Midnight Edition
สำหรับ Corolado

ปีนี้มีอะไรบ้าง : ปีนี้หลายๆคนคาดว่าจะมีแค่ Corolado และ Trailblazer เพิ่มรุ่นพิเศษกันไป
ตามเรื่องตามราว หรืออาจจะเพิ่มออปชั่นให้ทันสมัยขึ้นเหมือนเคย ซึ่งอาจจะเป็นไปตามนั้น

แต่ที่แน่ๆ ในช่วงมอเตอร์โชว์ เตรียมพบกับ Baojun 350 รถ Crossover สัญชาติจีนที่ร่วมมือกับ
GM กับ SAIC Motor (บริษัทแม่ของ MG บ้านเรา) ซึ่งหน้าตาเหมือนกับคันสีดำตามรูปข้างบน
ขุมพลังมาพร้อมกับเครื่องยนต์ใหม่ ขนาด 1.5 ลิตรกับ 1.8 ลิตร จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ CVT
และขายในชื่อ Captiva เหมือนในประเทศโคลัมเบีย ส่วนรายละเอียดอื่นๆ โปรดติดตามกันต่อไป

สำหรับรถอีกรุ่นที่หลายๆคนสงสัยว่าจะมาขายในประเทศไทยหรือไม่อย่าง Blazer นั้น
มีรายละเอียดคร่าวๆคือ ดีไซน์ภายนอกที่โค้งมนสวยงามผิดกับเพื่อนร่วมค่ายหลายๆรุ่น
เช่นเดียวกับภายในที่มีความแปลกตากว่าเช่นกัน อย่างไรก็ตามมีขุมพลังของรุ่นนี้
มีเครื่องยนต์เบนซินทั้งแบบ 2.5 ลิตร 4 สูบ 193 แรงม้า แรงบิด 255 นิวตัน-เมตร
และแบบ 3.6 ลิตร V6 305 แรงม้า แรงบิด 365 นิวตัน-เมตร จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 9 จังหวะ
และมีความเป็นไปได้สูงว่าจะมีเครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตรให้เลือก ซึ่งตอนนี้ยังไม่มีความแน่นอนนัก
(เพราะ ณ เวลาที่ปิดต้นฉบับประเทศสหรัฐอเมริกายังไม่ได้วางจำหน่ายรุ่นนี้แต่อย่างใด)



(ภาพประกอบเป็นของ Pajero Sport รุ่นปัจจุบันที่มีแผนจะปรับโฉมในเร็วๆนี้)

Mitsubishi
– Pajero Sport Minorchange or Model Year?
– All New Mirage/Attrage
– Eclipse Cross?

ภาพรวมปีที่ผ่านมา : เรียกได้ว่าเป็นปีทองของ Mitsubishi ที่เปิดตัวรถกันหลากหลายขึ้น ไม่ว่าจะเป็น
Triton Athlete เพิ่มรุ่น Mega Cab ที่มีการลดทอนชุดแต่งจากรุ่น Double Cab หลังจากนั้นมีการ
ปรับโฉมที่สลัดหน้าตาแบบเดิมทิ้งพร้อมเพิ่มออปชั่นเต็มพิกัดจนลูกค้าพากันชื่นชอบ,คู่หู Eco Car
อย่าง Mirage และ Attrage ที่ปรับออปชั่นกันจนเหลือแค่ถุงลมนิรภัยรอบคันเท่านั้น และตามมาด้วย
มินิแวนรุ่นใหม่อย่าง Xpander ที่มีดีไซน์สวยล้ำถูกใจลูกค้าจนลืมเรื่องความอืดไป

ปีนี้มีอะไรบ้าง : เริ่มจาก Mitsubishi Pajero Sport หลังจากที่มีภาพรถพรางตัวเฉพาะด้านหน้า
แต่ด้านท้ายยังเหมือนเดิม คาดว่า คงมีการปรับหน้าตาใหม่กันอีกครั้ง ในเบื้องต้นอาจจะมาใน
สไตล์เดียวกับ Outlander ที่มีความทึบมากขึ้น เบื้องต้น อาจจะมาในช่วงกลางปีนี้ก็เป็นได้

ต่อมาเป็นคู่หู Eco Car อย่าง Mirage/Attrage ล่าสุด ทาง Mitsubishi ได้ให้ไฟเขียวในการ
ทำรถรุ่นเปลี่ยนโฉมแล้ว สิ่งที่พอเดาแนวทางได้มีเพียงว่า หน้าตามาในธีม Dynamic Shield
ภายในออกแบบใหม่ และเครื่องยนต์ 1.2 ลิตรมีการปรับปรุงใหม่อีกด้วย ซึ่งกำหนดการเปิดตัว
อยู่ในช่วงครึ่งปีหลัง

และที่หลายคนถกเถียงกันคือ Mitsubishi Eclipse Cross ครอสโอเวอร์ยกสูงที่หลายๆคนอยากให้มา
แม้ว่าในเบื้องต้นรุ่นดังกล่าวจะไม่จำหน่ายอย่างเป็นทางการแต่ก็มีคนเห็นรถรุ่นดังกล่าววิ่งอยู่แถว
แหลมฉบัง (ซึ่งไม่แน่ใจว่าทะเบียนรถเป็น TC หรือไม่เพราะรูปต้นทางไม่มีป้ายทะเบียนหน้ารถแต่อย่างใด)
แต่รุ่นนี้จะเข้าไทยหรือไม่ ต้องติดตามข่าวกันต่อไป


Mazda
– All New Mazda 3 2.0 ,1.8 and SKYACTIV-X (?)
– Mazda 2 / CX-5  MY2019

ภาพรวมปีที่ผ่านมา : เรียกได้ว่าเป็นปีชงของ Mazda ที่แท้ทรู เนื่องจากพ้นปีใหม่มาไม่นานก็มีเคสฟ้องร้อง
ถึง 95 ล้าน (ล่าสุด ได้ยกฟ้องเป็นที่เรียบร้อยแล้ว) ส่วนตัวรถมีปรับใหญ่แค่เพียง Mazda CX-3 เท่านั้น
เป็นการปรับโฉมตามติดตลาดโลกไปติดๆ ทั้งปรับหน้าใหม่ เพิ่มออปชั่นที่หลายๆคนขอมา แต่ยอดขาย
กลับไม่ดีขึ้น เพื่องจากการมาของคู่แข่งในตลาดอย่าง C-HR และ HR-V Minorchange รวมถึงสารพัด
ปรับอุปกรณ์ต่างๆใน Mazda 2 และ 3 พร้อมรุ่นย่อยใหม่ของ BT-50 Pro Thunder ที่ใช้หน้าร่วมกับ
เวอร์ชั่นออสเตรเลียเพื่อประคับประคองยอดขายไประหว่างรอโฉมใหม่

ปีนี้มีอะไรบ้าง : สำหรับปีนี้ความเด่นดังต้องเทให้ All New Mazda 3 ที่เปิดตัวไปในงาน Los Angeles
Motor Show ที่มีหน้าตาดูใหญ่โตขึ้นกว่าเดิม ด้านข้างพัฒนาเส้นสายจากรุ่นเดิมระดับหนึ่ง และด้านท้าย
ที่ดูมีมิติขึ้น ส่วนภายในมีการปรับออกแบบให้ทันสมัย อุปกรณ์ต่างๆจัดเรียงอย่างเรียบหรูขึ้น สำหรับ
สมรรถนะ มาพร้อมกับเครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร SKYACTIV-G แต่มีการปรับจูนใหม่อย่างแน่นอน
แต่ในอนาคต มีความเป็นไปได้ว่าจะวางเครื่องยนต์ 1.8 ลิตร (แต่จะเป็นเครื่องยนต์เบนซินหรือดีเซลนั้น
ยังไม่ทราบแน่ชัด) ส่วนเครื่องยนต์ SKYACTIV-X คาดว่าอาจจะตามมาในภายหลัง หรือจะมาในช่วง
ไมเนอร์เชนจ์ก็เป็นไปได้ กำหนดการเปิดตัวอยู่ในช่วงไตรมาส 3 ของปี 2019 ซึ่งตรงกับช่วงเปิดตัวของ
Corolla Altis โฉมใหม่เป๊ะๆ

ถัดมายังคงเป็นรุ่นปรับอุปกรณ์ของ Mazda 2 และ CX-5 อยู่ ซึ่ง Mazda 2 ยังคงเหลือออปชั่นแค่
i-ACTIVSENSE เต็มรูปแบบกับถุงลมนิรภัยด้านข้างกับม่านนิรภัยเท่านั้น (เมื่อดูจากออปชั่นในตลาด
ต่างประเทศ) ขณะที่ CX-5 อาจจะมีรายละเอียดเหมือนกับเวอร์ชั่นญี่ปุ่นที่ออกมาก่อนหน้านี้ อาทิ
ปุ่มควบคุมระบบปรับอากาศใหม่ ชุดเครื่องเสียงรองรับ Apple Carplay และ Android Auto
กล้องทองภาพรอบทิศทาง และหุ้มเสาด้านหน้าด้วยผ้า คาดว่า จะมาในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2019


Isuzu
– D-max and Mu-X MY2019

ภาพรวมปีที่ผ่านมา : ปีนี้เป็นปีที่ Isuzu ไม่มีการปรับโฉมหน้าตาตัวรถแต่งย่างใด แต่ยังคงมีรุ่นพิเศษ
อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น MU-X Iconic ที่รมดำตามจุดต่างๆและปรับปรุงชุดเครื่องเสียงให้รองรับทีวีดิจิตอล
และ D-MAX Stealth ที่รมดำในหลายๆจุด (ยกเว้นภายในที่ยังเป็นสีเบจอยู่) แถมกระตุ้นด้วยแคมเปญต่างๆ
เพื่อความอยู่รอด

ปีนี้มีอะไรบ้าง : สำหรับปีนี้ยังคงมีรุ่นปรับอุปกรณ์ประจำปีเช่นเคย (หลังจากที่ปีที่ผ่านมามีแค่รุ่นพิเศษเท่านั้น)
ส่วนใครที่รอแผงคอนโซลหน้าสำหรับ MU-X เวอร์ชั่นจีนอาจจะผิดหวัง เพราะมีความเป็นไปได้ว่าอาจจะ
สงวนไว้สำหรับประเทศจีนเท่านั้น ส่วนเครื่องยนต์ใหม่ที่มาแทน 3.0 ลิตร คงต้องรอกันอีกสักพัก


Subaru

– All New Forester เริ่มวางตลาดอย่างเป็นทางการ

ภาพรวมปีที่ผ่านมา : ในปีที่ผ่านมามีรถยนต์ใหม่เปิดตัวเพียง 2 รุ่นเท่านั้นคือ Subaru Outback Minorchange
รถเรือธงที่ปรับหน้าตาให้เข้ากับ Subaru ยุคใหม่ๆ กับ All New Forester ที่พัฒนาเส้นสายภายในให้ดูดีขึ้น
มาพร้อมกับ Eyesight และประกอบในประเทศไทย “เป็นครั้งแรก” สำหรับ Subaru บ้านเรา

ปีนี้มีอะไรบ้าง : และแน่นอนว่า Forester โฉมใหม่ได้พร้อมส่งมอบอย่างเป็นทางการ ซึ่งรายละเอียด
ได้เผยกันไปหมดแล้ว เมื่อมาดูรถของค่ายดังกล่าวในต่างประเทศพบว่า Impreza ก็ถึงเวลาที่จะ
ปรับโฉมเต็มทีแล้ว ซึ่งรอดูกันอีกว่า Subaru จะมีแผนนำมาประกอบในอาเซียนหรือไม่


Suzuki
– All New Ertiga (เจอกัน 6 กุมภาพันธ์)
– Jimny from Japan!!!
– Ciaz Minorchange

ภาพรวมปีที่ผ่านมา : ปีที่แล้วมีแค่ Suzuki Swift รุ่นเปลี่ยนโฉมเปิดตัวเพียงรุ่นเดียว แต่ทว่าด้วย
สมรรถนะของเครื่องยนต์ที่ทำให้หลายๆคนประทับใจ ทำให้รุ่นนี้ยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง
ส่วนรุ่นอื่นๆยังไม่มีการเปลี่ยนแปลง

ปีนี้มีอะไรบ้าง : สำหรับปีนี้เตรียมพบกับ All New Suzuki Ertiga รถมินิแวนที่ยังคงสร้างขึ้นบนพื้นฐาน
Swift แต่ปรับการออกแบบให้ดูเรียบหรูขึ้น และภายในที่ออกแบบให้ดูแตกต่างจาก Swift โดยสิ้นเชิง
ขุมพลังมาพร้อมกับเครื่องยนต์ 1.5 ลิตร รหัส K15B พร้อมวาล์วแปรผัน ให้กำลังสูงสุด 104.7 แรงม้า
แรงบิด 138 นิวตัน-เมตร จับคู่กับเกียร์ธรรมดา 5 จังหวะและอัตโนมัติ 4 จังหวะ สร้างบนพื้นฐาน
Heartech เช่นเดียวกับ Swift ช่วงล่างด้านหน้าเป็นแบบแมคฟอร์สันสตรัท ด้านหลังเป็นแบบทอร์ชั่นบีม
พร้อมคอย์ลสปริงทั้ง 4 ล้อ เตรียมเปิดตัว 6 กุมภาพันธ์ที่จะถึงนี้

หลังจากนั้นก็ถึงคิว SUV ไซซ์เล็กอย่าง Suzuki Jimny ที่หลายคนพูดถึงกันในโลกโซเชียล จากการพาดหัว
ของสำนักข่าว พร้อมแปลงราคาเงินไทยโดยยังไม่ได้บวกลบภาษีและอื่นๆ ทำให้หลายคนเฝ้ารอกัน
อย่างใจจดใจจ่อ ล่าสุดมีความเคลื่อนไหวออกมาแล้วว่า Suzuki Jimny เตรียมเปิดให้จองกันในเดือนมีนาคม
อาจจะคาบเกี่ยวช่วงการจัดงาน Bangkok International Motor Show 2019 และนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น
ทำให้ราคาของเจ้า Jimny อาจสูงถึง 1.5 ล้านบาท!!! ส่วนรูปโฉมที่จะเข้ามาจำหน่าย อาจจะเป็นรุ่น
Jimny Sierra อันเป็นตัวถัง 4 ประตู ดังนั้นใครที่ยังอยากได้ SUV ไซซ์เล็กคันนี้ กำตังค์รอไว้เลย

อีกรุ่นหนึ่งที่ยังเป็นข้อสงสัยคือ Ciaz Minorchange แม้ว่าเป็นที่แน่นอนแล้วว่าจะยังคงเครื่องยนต์
และงานวิศวกรรมเดิม แต่หน้าตาที่ต้องรอลุ้นว่า อาจจะได้เป็นเวอร์ชั่นจีนที่ปรับเฉพาะด้านหน้า
หรือ เวอร์ชั่นอินเดียที่มีการปรับปรุงหลายจุด ต้องรอดูต่อไป (อย่างน้อยไฟท้ายของทั้งสองเวอร์ชั่น
ปรับโคมให้เข้มขึ้นเหมือนกัน)


MG
– All New GS (HS)
– New Pickup Truck (MAXUS T60)

ภาพรวมปีที่ผ่านมา : ปีที่แล้วเรียกได้ว่าเป็นปีทองของ MG จากการเปิดตัว ZS ที่มีรูปทรงและราคา
ที่โดนใจลูกค้า และพังก์ชั่นสั่งงานด้วยเสียง รวมถึงรุ่นปรับโฉมของ MG3 ที่เปลี่ยนไปแแทบจะทุกจุด
และเปลี่ยนเป็นเกียร์อัตโนมัติ”จริงๆ”เสียที

ปีนี้มีอะไรบ้าง : สำหรับปีนี้ทางฝั่ง MG มี SUV อย่าง HS ที่มีการพัฒนาในหลายๆด้านทั้งการออกแบบ
ภายนอกและภายในที่โดนใจกว่า GS พอสมควร สมรรถนะมาพร้อมกับเครื่องยนต์ 1.5 ลิตร 4 สูบ
เทอร์โบชาร์จ 170 แรงม้า แรงบิด 250 นิวตัน-เมตร และ 2.0 ลิตร 4 สูบ เทอร์โบชาร์จ 231 แรงม้า
แรงบิด 360 นิวตัน-เมตร จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติแบบคลัตซ์คู่ 6 จังหวะ และมีระบบขับเคลื่อน 4 ล้อให้เลือก
และโหมดการขับขี่ Super Sport โดยจะเปิดตัวช่วงไหนนั้น โปรดติดตามกันต่อไป

และทีเด็ดอีกรุ่นคือ รถกระบะคันแรกของ MG ที่จะนำ Maxus T60 มาเปลี่ยนโลโก้ (ส่วนชื่อยังไม่มีการ
เปิดเผยแต่อย่างใด) ที่แม้ว่าจะเปิดตัวไปสักพัก แต่ก็ยังมีปัญหาที่ต้องตามแก้ อาทิเครื่องยนต์ 2.8 ลิตร
ที่มีพละกำลังน้อยกว่าคู่แข่ง รวมถึงปัญหาเรื่องคุณภาพที่ยังกังขา จนมีข่าวในประเทศออสเตรเลีย
สำหรับการออกแบบภายนอกยังคงเหมือนกับตลาดโลก ไม่ว่าจะเป็นกระจังหน้าทรงแนวตั้ง
เส้นสายโดยรวมที่แกร่งขึ้น ภายในมาในสไตล์ MG แต่แน่นอนว่า ราคากับ Option ที่ได้มีเร้าใจ
จนค่ายเจ้าตลาดมีมองค้อนแน่นอนครับ กำหนดการเปิดตัวอาจจะเกิดขึ้นในช่วงกลางปี 2019


(ภาพประกอบบทความ)

Daihatsu (By Toyota Daihatsu Engineering and Manufacturing)
– Eco Car 1.0 L Price Start 350,000 Bath Amonth

อาจจะตกใจสำหรับการกลับมาอีกครั้งของราชารถเล็กอย่าง Daihatsu หลังจากที่เคยสร้างปรากฎการณ์
ความน่ารักอย่าง Mira และ Mira Mint ไว้ในประเทศไทยเมื่อกว่า 20 ปีที่แล้ว ในคราวนี้ กลับมาอีกครั้ง
โดยอยู่ภายใต้การควบคุมการผลิตโดย TDEM (Toyota Daihatsu Engineering and Manufacturing)
จากชื่อเดิมคือ TMAP (Toyota Motor Asia Pacific) ที่ดูแลเพียงแค่งานวิจัยและพัฒนารถยนต์รุ่นใหม่
ของ Toyota ในภูมิภาค Asia Pacific เพียงอย่างเดียว ก็มีลูกหม้ออย่าง Daihatsu เพิ่มขึ้นมา เพื่อลด
ช่องว่างระหว่างราคาของ Toyota ในปัจจุบัน ซึ่งตอนนี้ ในส่วนของโรงงานดำเนินไปเกือบ 90% แล้ว
และพร้อมขึ้นสายพานการผลิตรถยนต์รุ่นใหม่ ที่จะจัดจำหน่ายในประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน

ส่วนการจัดจำหน่ายและบริการหลังการขาย จะเป็น Toyota Motor Thailand ส่วนจะเป็นรถรุ่นใดนั้น
ตอนนี้ยังคงเป็นปริศนาต่อไป แต่จากคาดคะเน มีความเป็นไปได้ว่าจะเป็นรถเครื่องยนต์ขนาด 3 สูบ
ความจุ 1.0 ลิตร ที่ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 350,000-380,000 บาท และในรุ่น Top of The Line จะไม่เกิน
550,000 บาท สำหรับท่านใดที่รอถวิลหารถเล็กในงานในเมืองราคาน่าฟัง พร้อมทั้งการบริการ
หลังการขายในแบบ Toyota หยอดกระปุกรอกันได้เลยครับ คาดว่าจะเริ่มทำตลาดอย่างเป็นทางการ
ช่วงปลายปี 2019 ถึง ต้นปี 2020 เป็นอย่างช้าสุด


BMW 
– Series 3 G20
ภาพรวมในปีที่ผ่านมา : เน้นรถรุ่นกลาง ไม่ว่าจะเป็น X2 , All New X5 และอีกสารพัดหลากหลายรุ่น
ที่คนเขียนเองจำไม่ไหว พร้อมทั้งเริ่มกิจกรรม BMW Ultimate Experience ในรอบปีที่ผ่าน นับว่าเป็น
ปีที่ BMW พยายามสร้าง Passion ให้กับลูกค้ามากขึ้น ทั้งการพาลูกค้าผู้โชคดี ไปเรียนขับรถบนหิมะ
และรวมทั้งลูกค้าพิเศษเมื่อปลายปี 2017 ที่ผ่านมาได้มีโอกาสไปขับ M4 GT4 ซึ่งเป็นรถแข่งที่ทาง
BMW ผลิตเพื่อให้ลูกค้าที่ต้องการขับรถใช้เข้าร่วมการแข่งขัน

แต่ที่ทำให้เกิดปรากฎการณ์ Bimmer Fever คือการที่ลูกค้าที่ซื้อ BMW ทุกรุ่น จะได้รับ BSI
(BMW Service Inclusive) จากปกติ 5 ปี เป็น 10 ปีหรือ 100,000 กม. เรียกได้ว่าถึงแม้จะไม่มี
ตัวจิ๊ดให้ลูกค้าได้เลือกมากนัก แต่ด้วยโปรโมชั่นนี้ ก็ทำให้ลูกค้าที่กำลังจะเดินออกไปเลือก
เพื่อนร่วมชาติค่ายอื่น กลับมามองอีกครั้งและจรดปากกาเซ็นต์เช็คซื้อ BMW เข้าบ้านทันใด

ปีนี้มีอะไรบ้าง : สำหรับค่ายใบพัดสีฟ้าขาวเยอรมันนีอย่าง BMW ในปีนี้ แน่นอนว่า หลังจากที่
Series 7 และ Series 5 ได้ทำการเปิดตัว Full Model Change ไปแล้ว ในปี 2018 นี้ ก็ถึงเวลาของ
น้องเล็กในตระกูล Sedan ขับเคลื่อนล้อหลังอย่าง Series 3 ภายใตรหัส G20 โดยคาดว่าจะเปิดตัว
ในไตรมาสที่ 2 ของปี 2019

โดยในครึ่งปีแรกของปี 2019 จะเป็นการสั่งเสีย Series 3 ในรหัส F30 ด้วยการอัดส่วนลดแลกแจกแถมมากมาย
และ G20 ใน Lot จะเป็นการนำเข้ารถแบบ CBU มาจำนวนหนึ่ง ก่อนที่จะขึ้นสายพานการผลิตที่โรงงาน
BMW Manufacturing ในจังหวัดระยอง ที่ปัจจุบันเป็นฐานประกอบทั้ง BMW, Mini และ BMW Motorad ในบางรุ่น

สำหรับรุ่นย่อยที่ Series 3 ภายใต้รหัส G20 คาดว่าจะมาทั้งหมดดังนี้
318i (รุ่นเครืองเบนซินเล็ก)
320D (รุ่นเครื่องดีเซล มีทั้งรุ่นประกอบในประเทศ และรถยนต์นำเข้า Lot แรก)
323i (รุ่นเบนซิน Mid Power มาเรื่อยๆ ก่อนที่จะเปิดทางให้ 330e ประกอบในประเทศมา)
330i (รุ่นเบนซิน Hi-Power มาในจำนวนไม่มากนัก)
330e (รุ่นเบนซิน Plug-in Hybrid จะเป็นตัวประกอบในประเทศ และสามารถทำราคาได้ถูกใจท่านผู้ชมที่สุด)


และนี่คือ ทั้งหมดของรถยนต์ที่กำลังจะเปิดตัวในปี 2019 ซึงต้องรอดูกันต่อไปว่า
รถที่ได้กล่าวถึงจะเปิดตัวครบทุกรุ่นหรือไม่ ต้องรอชมกันต่อไป


เรียบเรียงข้อมูล : Takatojenrya24v,Naow27 และ PunTam
เผยแพร่วันที่ 10 มกราคม 2562
หากต้องการนำไปใช้นอกเหนือจากเผยแพร่ซ้ำ
กรุณาให้เครดิตภาพจากต้นฉบับทุกครั้ง

ติดตามข่าวสารได้ที่ www.carside.in.th
อัพเดททุกความเคลื่อนไหวโลกยานยนต์ได้ที่
facebook/instagram : carsideteam

Comments
Loading...