หลังจากที่ Mitsubishi ได้เปิดตัว Xpander ในปี 2017 และประสบความสำเร็จ และมีการกระตุ้นตลาด
ด้วยการไมเนอร์เชนจ์พร้อมเพิ่มทางเลือกด้วยเวอร์ชั่นแต่งลุยในชื่อ Xpander Cross แต่ดูเหมือนว่า
ยังไปได้อีก ล่าสุด ทางอินโดนิเซียก็ได้เปิดตัว Mitsubishi Xpander ปรับโฉมครั้งที่ 2 มาพร้อมกับ
งานออกแบบใหม่ยกชุดพร้อมภายในปรับงานออกแบบใหม่ รวมถึงปรับระบบส่งกำลังให้ขับขี่ดีขึ้น
โดยเปิดตัวแล้ววันนี้

หน้าตาภายนอกแตกต่างจากรุ่นเดิมมีดังนี้
  • ไฟหน้าใหม่ยกชุด 2 ชั้น
    • ชั้นบนเป็นแบบ LED รวมไฟหรี่และไฟเลี้ยวในโคมเดียว (ไฟเลี้ยวมีเฉพาะ 2 ช่องแรกเท่านั้น)
    • ชั้นล่างเป็นไฟ LED 3 แถบ พร้อมไฟสูงแบบ LED
  • ปรับกระจังหน้าทรงใหม่ ท่อนบนเป็นแถบสีดำคู่ ด้านล่างเป็นแถบบนสีดำพร้อมลายตาข่าย
  • ปรับช่องดักลมด้านล่างใหม่ตกแต่งด้วยสีดำเงา พร้อมช่องดักลมลายตาข่าย
  • ปรับเส้น Dynamic Shield ให้ดูหนาขึ้น
  • ปรับล้ออัลลอย 5 ก้านลายใหม่ให้เพรียวบาง
  • ปรับรายละเอียดไฟท้าย LED ใหม่
  • ปรับกันชนหลังพร้อมแถบสะท้อนแสงใหม่
  • สีตัวรถใหม่
    • สีน้ำตาล Deep Bronze Metallic
    • เปลี่ยนสีเงินจาก Sterling Silver เป็น Blade Silver Metallic

ส่วนภายในปรับรายละเอียดดังนี้
  • ปรับรายละเอียดภายในให้เหลี่ยมและตั้งชันกว่าเดิม
  • ปรับโทนสีเบจและลายไม้ให้หรูหราขึ้น เสริมด้วยวัสดุนุ่ม
  • ปรับการตกแต่งบริเวณกรอบช่องแอร์ใหม่
  • ปรับชุดเครื่องเสียงแบบจอสัมผัสขนาด 8 นิ้วใหม่
  • ระบบปรับอากาศเป็นแบบจอแสดงผลดิจิตอล
  • ติดตั้งเบรกมือไฟฟ้าพร้อมปุ่ม Auto Hold
  • ปรับพวงมาลัยดีไซน์ใหม่ยกชุด (ยกเว้นสวิตซ์ควบคุม)
  • ปรับมาตรวัดใหม่ ตกแต่งด้วยโทนสีน้ำเงิน
  • ปรับลายเบาะผ้าใหม่
  • เพิ่มระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ Cruise Control (บ้านเรามีอยู่แล้ว)
  • สีตัวรถใหม่เปลี่ยนสีเงินจาก Sterling Silver เป็น Blade Silver Metallic

นอกจากนี้ Xpander Cross มีการปรับปรุงข้าวของดังนี้ (หน้าตายังเหมือนเดิม)
  • กระจังหน้าตกแต่งด้วยสีดำเมทัลลิก
  • ปรับรายละเอียดภายในให้เหลี่ยมและตั้งชันกว่าเดิม
  • ปรับโทนสีใหม่เป็นดำ/น้ำเงิน
  • ปรับการตกแต่งบริเวณกรอบช่องแอร์ใหม่
  • ปรับชุดเครื่องเสียงแบบจอสัมผัสขนาด 9 นิ้วใหม่
  • ระบบปรับอากาศเป็นแบบจอแสดงผลดิจิตอล
  • ติดตั้งเบรกมือไฟฟ้าพร้อมปุ่ม Auto Hold
  • ปรับพวงมาลัยดีไซน์ใหม่ยกชุด (ยกเว้นสวิตซ์ควบคุม)
  • ปรับมาตรวัดใหม่ ตกแต่งด้วยโทนสีน้ำเงิน

ขุมพลังยังคงเหมือนเดิม
  • เครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.5 ลิตร รหัส 4A91 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว พร้อมระบบวาล์วแปรผัน MIVEC
    กำลังสูงสุด 105 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 141 นิวตันเมตรที่ 4,000 รอบ/นาที
    จับคู่กับ เกียร์ธรรมดา 5 จังหวะ/เกียร์อัตโนมัติ CVT

นอกจากนี้ยังปรับปรุงช่วงล่าง พวงมาลัย และระบบการขับขี่ให้ดีขึ้น

ระบบความปลอดภัยมีมาแบบครบครันเช่นเคย
  • ระบบเบรก ABS EBD BA
  • ระบบควบคุมการทรงตัว ASTC
  • ระบบช่วยขึ้นเขา HSA
  • ถุงลมนิรภัยคู่หน้าทุกรุ่นย่อย
  • กล้องมองหลัง
  • เซ็นเซอร์ถอยหลัง
  • กุญแจนิรภัย พร้อมสัญญาณกันขโมย

Mitsubishi Xpander Minorchange จะเริ่มทำตลาดในเร็วๆนี้ทั้งรุ่นธรรมดาและ Cross
ส่วนประเทศไทยจะวางขายช่วงไหนนั้น โปรดติดตามกันต่อไป