Mitsubishi Triton Minorchange : ปรับโฉมใหม่พร้อมอัดเทคโนโลยีเต็มพิกัด

647

การแข่งขันของตลาดรถกระบะในประเทศไทยยังคงรุนแรงต่อเนื่อง ล่าสุด ก็ถึงคิวของ Mitsubishi
หลังจากที่ Mitsubishi Triton ทำตลาดมายาวนานถึง 4 ปี ผ่านการปรับข้าวของมาหลายครั้ง ล่าสุด ก็ถึงเวลา
ปรับโฉมที่ไม่ใช่แค่หน้าตาใหม่เท่านั้น ยังมาพร้อมกับฟังก์ชั่นใหม่ๆที่อัพเกรดให้ดีขึ้นหลายๆอย่าง

 

หน้าตาภายนอกปรับโฉมหลายๆจุด โดยเฉพาะด้านหน้าที่เปลี่ยนหน้าตาตามที่หลายๆคนร้องขอ รวมถึง
ด้านข้างและด้านท้ายที่ได้รับเอกลักษณ์จาก Pajero Sport โฉมปัจจุบันอาทิ

  • ไฟหน้าแบบสองชั้น ด้านบนเป็นไฟหรี่และโคมโปรเจคเตอร์แบบ LED (รุ่นเดิมเป็นไฟหน้าก้อนใหญ่)
  • กระจังหน้าแนวนอนเส้นโครเมียม (จากเดิมเป็นช่องแนวตั้ง)
  • กันชนหน้าออกแบบใหม่
  • ไฟตัดหมอกหน้า LED
  • ไฟท้าย LED ทรงแนวยาว (จากเดิมเป็นหลอดไส้)
  • กันชนหลังออกแบบใหม่ (ปรับเส้นสายให้เรียบง่ายขึ้น)
  • ล้ออัลลอย 18 นิ้ว 6 ก้านคู่ (จากเดิมเป็น 6 ก้านรูปตัว V)
  • มือเปิดกระบะหลังออกแบบใหม่ (ปรับให้กลมกลืนกับกล้องมองหลัง)
  • สติ๊กเกอร์บริเวณกระบะใหม่ (คำว่า Triton Plus และ 4X4)
  • สปอยเลอร์หลังติดกับขอบท้ายกระบะ
  • เพิ่มไล่ฝ้าที่กระจกมองข้าง

ภายในปรับรายละเอียดใหม่ให้ดูดีกว่ารุ่นเดิมอยู่หลายจุด รวมทั้งเพิ่มอุปกรณ์ความสะดวกสบายดังนี้

  • ปรับรายละเอียดแผงคอนโซลกลางใหม่ โดยลากเส้นเมทัลลิกมาไว้จรดฐานเกียร์
  • มาตรวัดเรืองแสงพร้อมจอแสดงผลการขับขี่ MID แบบ 3 มิติ
  • ตกแต่งฐานเกียร์ใหม่
  • ตกแต่งที่วางแก้วน้ำด้วยขอบสีเงิน
  • เพิ่มปุ่มสวิตซ์ต่างๆมากขึ้นกว่าเดิม
  • เพิ่มกระจกมองหลังตัดแสงอัตโนมัติ
  • เพิ่มระบบที่ปัดน้ำฝนอัตโนมัติ
  • วิทยุจอสัมผัสชุดใหม่
  • เพิ่มช่องเสียบ USB ด้านหลัง
  • เพิ่มช่องแอร์ดูดอากาศสำหรับผู้โดยสารด้านหลัง

สมรรถนะมาพร้อมกับเครื่องยนต์ดังต่อไปนี้

  • เครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ 2.4 ลิตร MIVEC Clean Diesel 181 แรงม้า แรงบิด 430 นิวตัน-เมตร
    จับคู่กับเกียร์ธรรมดา 6 จังหวะและเกียร์อัตโนมัติ ที่เปลี่ยนมาเป็น 6 จังหวะพร้อม Sport Mode
    (เฉพาะรุ่น Plus และขับเคลื่อน 4 ล้อ แบบ Super Select II พร้อมเฟืองท้าย Diff-Lock
    แบบเดียวกับ Pajero Sport) พร้อมระบบดับเครื่องยนต์อัตโนมัติ AS&G
  • เครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ 2.5 ลิตร DI-D คอมมอนเรล 128 แรงม้า แรงบิด 240 นิวตัน-เมตร
    จับคู่กับเกียร์ธรรมดา 5 จังหวะ (เฉพาะรุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อ)

ระบบความปลอดภัยให้มาเต็มพิกัดมาพร้อมกับระบบต่างๆดังนี้

  • ระบบเตือนกันชนด้านหน้า พร้อมระบบช่วยชะลอความเร็ว (FCM)
  • ระบบเตือนจุดอับสายตา (BSW)
  • ระบบเตือนขณะเปลี่ยนเลน (LCA)
  • ระบบเตือนด้านหลัง ขณะถอยออกจากช่องจอดรถ (RCTA)
  • ระบบตัดกำลังเครื่องยนต์ชั่วขณะ เมื่อเหยียบคันเร่งอย่างรุนแรง (UMM)
  • กล้องมองภาพรอบทิศทาง พร้อมเส้นกะระยะ (MAM)
  • ไฟหน้าปรับสูง-ต่ำ อัตโนมัติ (AHB)
  • ระบบควบคุมการทรงตัว (ASC)
  • ระบบป้องกันรถลื่นไถล (ATC)
  • ระบบช่วยขึ้นเขา HSA
  • ระบบช่วยลงเขา HDC
  • ระบบเบรก ABS EBD BA
  • ถุงลมนิรภัย 7 ตำแหน่ง

 

Mitsubishi Triton มีให้เลือก 3 ตัวถังและยกเลิกกระบะตอนเดียวตัวถังสั้นออกไป
โดยเบื้องต้นมีรุ่นย่อยต่างๆดังนี้

GL
– Single Cab 2.5 GL 2WD – 524,000 บาท
– Single Cab 2.5 GL 4WD (หน้าใหม่) – 654,000 บาท
– Mega Cab 2.5 GL 2WD – 586,000 บาท

  • กันชนหน้าสีดำ
  • กระจังหน้าสีดำ
  • ไฟหน้าโปรเจคเตอร์แบบฮาโลเจน
  • ไฟท้าย LED เฉพาะไฟท้ายและไฟเบรก
  • ที่ปัดน้ำฝนปรับได้ 2 จังหวะ
  • ตะขอเกี่ยวกระบะ (เฉพาะรุ่นตอนเดียว)
  • ยางกันโคลนคู่หน้า
  • ภายในสีดำ
  • เบาะนั่งหุ้มผ้า
  • ลิ้นชักเก็บของด้านหน้า
  • กระจกมองหลังตัดแสงแบบก้านปรับ
  • ที่พักแขนแบบมีกล่องคอนโซลกลาง
  • ปลั๊กไฟ 12V 1 ตำแหน่ง
  • จอแสดงผลการขับขี่แบบขาว/ดำ
  • พวงมาลัยยูรีเธน 3 ก้าน ปรับระดับได้ 4 ทิศทาง (สูง/ต่ำ ใกล้/ไกล)
  • หัวเกียร์ยูรีเธน
  • ชุดเครื่องเสียงรองรับการเล่นวิทยุ CD MP3 พร้อมช่องต่อ USB 1 ตำแหน่ง
  • ระบบปรับอากาศแบบธรรมดา
  • กระจกไฟฟ้า พร้อมเลื่อนอัตโนมัติฝั่งคนขับ
  • เซ็นทรัลล็อก
  • ระบบเบรก ABS EBD
  • ระบบตัดกำลังเครื่องยนต์เพื่อช่วยเบรก (BOS)
  • ถุงลมนิรภัยคู่หน้า
  • เข็มขัดนิรภัยทุกที่นั่ง (ด้านหน้าสามารถปรับสูง/ต่ำได้)
  • ระบบเสริมแรงเบรก BA (เฉพาะรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ)
  • ระบบควบคุมการทรงตัว (ASC) (เฉพาะรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ)
  • ระบบป้องกันรถลื่นไถล (ATC) (เฉพาะรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ)
  • ระบบช่วยขึ้นเขา HSA (เฉพาะรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ)

GLX
– Mega Cab 2.5 GLX 2WD (หน้าเดิม) – 628,000 บาท
– Mega Cab Plus 2.4 GLX – 689,000 บาท
– Double Cab 2.4 GLX (หน้าเดิม) – 679,000 บาท
– Double Cab Plus 2.4 GLX – 779,000 บาท

  • กระจังหน้าสีเงิน/โครเมียม
  • กันชนหน้าสีเดียวกับตัวรถ เสริมชายล่างสีเงิน
  • กระจกมองข้างโครเมียม ปรับและพับไฟฟ้าพร้อมไฟเลี้ยว พร้อมไล่ฝ้า
  • มือเปิดประตูด้านนอก,ด้านในและกระบะท้ายโครเมียม
  • ล้ออัลลอย 16 นิ้ว (ในรุ่นยกสูง)
  • ที่ปัดน้ำฝนสามารถตั้งเวลาหน่วงได้
  • บันไดข้าง
  • ไฟเบรกดวงที่สาม
  • เบาะนั่งหุ้มผ้า พร้อมปรับสูง/ต่ำบริเวณเบาะคนขับ
  • ไฟอ่านแผนที่และที่เก็บแว่นตา
  • ที่พักแขนและที่วางแก้ว
  • แผงบังแดดคู่หน้าพร้อมกระจกแต่งหน้าฝั่งผู้โดยสาร
  • กุญแจรีโมท
  • มือจับเหนือหลังคา 3 ตำแหน่ง
  • เบาะหลังแบบพนักพิงศรีษะ 3 ตำแหน่ง (เฉพาะตัวถัง Double Cab)

GLS (หน้าใหม่ทุกรุ่นย่อย)
– Mega Cab Plus 2.4 GLS – 729,000 บาท
– Double Cab Plus 2.4 GLS – 819,000 บาท
– Double Cab Plus 2.4 GLS AT – 882,000 บาท
– Double Cab 2.4 GLS 4WD – 935,000 บาท

  • ไฟหน้าโปรเจคเตอร์แบบ LED ปรับระดับสูง/ต่ำได้พร้อมไฟส่องสว่างเวลากลางวัน
  • ไฟตัดหมอกหน้า
  • กันชนหลัง
  • ล้ออัลลอย 17 นิ้ว
  • ไฟท้าย LED ไฟท้ายและไฟเบรก และไฟแบบเส้น Light Guiding
  • พวงมาลัยหุ้มหนัง 4 ก้าน (สูง/ต่ำ ใกล้/ไกล) พร้อมปุ่มควบคุมเครื่องเสียง
  • หัวเกียร์หุ้มหนัง
  • จอแสดงผลการขับขี่แบบจอสีพร้อมกราฟิก 3 มิติ
  • ที่พักแขนแบบมีกล่องคอนโซลกลางหุ้มหนัง
  • ลิ้นชักเก็บของด้านหน้าแบบหน่วงปิด
  • ชุดเครื่องเสียงแบบจอสัมผัสรองรับการเล่นวิทยุ CD MP3 Bluetooth พร้อมช่องต่อ USB 1 ตำแหน่ง
  • ลำโพง 4ตำแหน่ง
  • ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ
  • กล้องมองหลัง พร้อมเส้นกะระยะ
  • มือจับเหนือหลังคา 4 ตำแหน่ง

GT (หน้าใหม่ทุกรุ่นย่อย)
– Mega Cab Plus 2.4 GT – 776,000 บาท
– Mega Cab Plus 2.4 GT AT – 826,000 บาท
– Double Cab Plus 2.4 GT – 873,000 บาท
– Double Cab Plus 2.4 GT AT – 923,000 บาท

  • ล้ออัลลอย 18 นิ้ว
  • เบาะหนัง
  • กุญแจอัจฉริยะพร้อมปุ่มสตาร์ท
  • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ Cruise Control (เฉพาะรุ่นเกียร์อัตโนมัติ)
  • ระบบเสริมแรงเบรก BA
  • ระบบควบคุมการทรงตัว (ASC)
  • ระบบป้องกันรถลื่นไถล (ATC)
  • ระบบช่วยขึ้นเขา HSA
  • กล้องมองภาพรอบทิศทาง พร้อมเส้นกะระยะ (MAM)

GT-Premium (หน้าใหม่ทุกรุ่นย่อย)
– Double Cab Plus 2.4 GT Premium – 930,000 บาท
– Double Cab Plus 2.4 GT Premium AT – 983,000 บาท
– Double Cab 2.4 GT Premium 4WD – 1,041,000 บาท
– Double Cab 2.4 GT Premium AT 4WD – 1,099,000 บาท

  • ไฟหน้าเปิด/ปิดอัตโนมัติ
  • ที่ปัดน้ำฝนอัตโนมัติ
  • กระจกมองหลังตัดแสงอัตโนมัติ
  • เบาะคนขับปรับไฟฟ้า
  • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ Cruise Control (เฉพาะรุ่นเกียร์อัตโนมัติ)
  • ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบแยกฝั่ง (เฉพาะรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ)
  • ช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง
  • ระบบช่วยลงเขา HDC (เฉพาะรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ)
  • ถุงลมนิรภัย 7 ตำแหน่ง
  • ระบบเตือนกันชนด้านหน้า พร้อมระบบช่วยชะลอความเร็ว (FCM)
  • ระบบเตือนจุดอับสายตา (BSW)
  • ระบบเตือนขณะเปลี่ยนเลน (LCA)
  • ระบบเตือนด้านหลัง ขณะถอยออกจากช่องจอดรถ (RCTA)
  • ระบบตัดกำลังเครื่องยนต์ชั่วขณะ เมื่อเหยียบคันเร่งอย่างรุนแรง (UMM) (เฉพาะรุ่นเกียร์อัตโนมัติ)
  • ไฟหน้าปรับสูง-ต่ำ อัตโนมัติ (AHB)
  • เซ็นเซอร์รอบคัน (รุ่นเกียร์ธรรมดามีเฉพาะด้านหลังเท่านั้น)

(ในเบื้องต้นมีเสปคออกมาแค่เวอร์ชั่นยกสูงทั้งแบบขับเคลื่อน 2 ล้อ (ในชื่อ Plus) และขับเคลื่อน 4 ล้อเท่านั้น)

สำหรับสีตัวรถมีให้เลือกดังนี้

  • สีส้ม Sunflare Orange (สีใหม่) (ยกเว้นรุ่นตอนเดียว)
  • สีขาว White Diamond (จากเดิมเป็นสี White Pearl) (ยกเว้นรุ่นตอนเดียว)
  • สีขาว Solid White (เฉพาะรุ่นตอนเดียว)
  • สีดำ Jet Black Mica (จากเดิมเป็นสี Pyreness Black) (ยกเว้นรุ่นตอนเดียว)
  • สีเงิน Sterling Sliver
  • สีเทา Graphite Gray (จากเดิมเป็นสี Titanium Gray) (ยกเว้นรุ่นตอนเดียว)

ใครที่สนใจสามารถไปสัมผัสตัวจริงได้ที่โชว์รูม Mitsubishi ทั่วประเทศ
ตั้งแต่วันที่ 17 พฤศจิกายนเป็นต้นไป

 

Comments
Loading...