ถึงแม้ว่า Mitsubishi Outlander จะเปิดตัวมาตั้งแต่ปี 2012 (และเวอร์ชั่น PHEV ตามมาปี 2013)
พร้อมกับการไมเนอร์เชนจ์ถึง 2 รอบ แต่สำหรับประเทศไทยถือว่าเป็นการเปิดตัวครั้งแรก แต่ก็เป็นการ
ประกอบในประเทศไทยพร้อมกับการกลับมาของชื่อ Outlander (หลังจากที่จำหน่ายตัวแรก แต่ยอดขาย
ไม่ประสบความสำเร็จเท่าไหร่นัก) ในรอบ 16 ปี โดยจัดเต็มทั้งเทคโนโลยีการขับขี่รอบคัน ทั้งขุมพลัง
ระบบช่วยเหลือการขับขี่ และความปลอดภัย เริ่มจำหน่ายอย่างเป็นทางการแล้ววันนี้

หน้าตาภายนอกเป็นแบบไมเนอร์เชนจ์รอบที่ 2 ในตลาดโลก เริ่มจากไฟหน้า LED โปรเจคเตอร์ดวงคู่
พร้อมที่ล้างไฟหน้า ชุดกระจังหน้ามาพร้อมกับเส้นสายแบบตัว U และ N ซ้อนกันตกแต่งด้วยสีเข้ม
ซึ่งยาวต่อเนื่องกับช่องใส่ป้ายทะเบียนและช่องดักลม ซึ่งมีโครเมียมแซมอยู่ตามสไตล์ Dynamic Shield
กันชนหน้ามาพร้อมไฟตัดหมอกหน้าเสริมกรอบสีเงิน และชายล่างสีเดียวกับตัวรถเสริมสีเงิน

ด้านข้างมาในสไตล์เส้นตรง เริ่มจากแนวกระจกที่มีขนาดใหญ่ เสริมด้วยคิ้วโครเมียมด้านล่าง เส้นตัวถัง
มาเป็นเส้นตรงขนานกับแนวกระจก พร้อมแก้มข้างเสริมโลโก้ EV และชายล่างตกแต่งด้วยโครเมียม
ส่วนด้านหลังมีทั้งไฟท้าย LED โดยติดตั้งคิ้วโครเมียมตัว U คว่ำไว้ที่แผงด้านบน ช่องใส่ป้ายทะเบียน
ทรงมา และกันชนหลังเสริมด้วยสีเงินและแถบไฟท้ายดวงเล็ก ส่วนล้ออัลลอยมีขนาดใหญ่ถึง 18 นิ้ว

สีตัวถังมีให้เลือกดังนี้

  • สีขาว White Diamond
  • สีดำ Jet Black Mica
  • สีเงิน Sterling Silver

ภายในมาพร้อมกับโทนสีดำ เสริมด้วยแผงคอนโซลสีดำเงาตัดขอบสีเงิน เสริมด้วยวัสดุนุ่มในบางจุด
ชุดเครื่องเสียงจอสัมผัสขนาด 8 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อ Apple Carplay และ Android Auto
พร้อม Bluetooth และ USB ติดตั้งลำโพง 6 ตำแหน่ง และชุดระบบปรับอากาศแบบแยกฝั่ง
รวมอยู่ในกรอบเดียวกัน

มาตรวัดมาพร้อมกับไฟเรืองแสงและจอแสดงผลแบบสี และฝั่งซ้ายเปลี่ยนเป็นตัวบอกกำลังของเครื่องยนต์
เช่นเดียวกับรถยนต์พลังงาน Hybrid ทั่วๆไป ส่วนพวงมาลัยเป็นแบบ 4 ก้านหุ้มหนังและสวิตซ์มัลติฟังก์ชั่น
ที่สามารถควบคุมเครื่องเสียง กล้องมองภาพรอบทิศทาง ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ และโทรศัพท์

เบาะนั่งเป็นแบบ 2 แถว 5 ที่นั่งหุ้มด้วยหนังลายข้าวหลามตัด Diamond Quilting เบาะคู่หน้าปรับไฟฟ้า
ฝั่งคนขับปรับดันหลังได้ เบาะหลังสามารถพับและเอนได้ในอัตราส่วน 60/40 และมีที่พักแขนพร้อมที่วางแก้ว
นอกจากนี้ ประตูหลังเปิด/ปิดด้วยไฟฟ้า ส่วนจุดเด่นของรุ่นนี้ อยู่ที่ปลั๊กเสียบ นอกจากจะมีปลั๊กแบบ 12 โวลต์
และช่องเสียบ USB 3 จุด (เครื่องเสียง 1 + ด้านหลัง 2) แล้ว ยังมีปลั๊กแบบ 1,500 วัตต์ที่คอนโซลกลาง
และห้องเก็บสัมภาระ เพื่อเสียบกับปลั๊กไฟบ้านโดยเฉพาะ

ขุมพลัง

  • เครื่องยนต์เบนซินไฮบริดแบบเสียบปลั๊ก 2.4 ลิตร 4 สูบ 16 วาล์วแบบแปรผัน MIVEC ให้กำลังสูงสุด
    128 แรงม้าที่ 4,500 รอบต่อนาที แรงบิด 199 นิวตัน-เมตร 4,500 รอบต่อนาที พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าคู่
    (ลูกแรกมีกำลัง 82 แรงม้า แรงบิด 137 นิวตัน-เมตร ลูกที่สองมีกำลัง 95 แรงม้า แรงบิด 195 นิวตัน-เมตร)
    เสริมด้วยแบตเตอรี่แบบ Lithium-ion จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ ECVT แบบ Joystick พ่วงด้วยระบบขับเคลื่อน
    4 ล้อ S-AWC (Super-All Wheel Control)

ช่วงล่างเป็นแบบอิสระ 4 ล้อ ด้านหน้าเป็นแบบแมคเฟอร์สันสตรัท ด้านหลังแบบมัลติลิงค์ พร้อมเหล็กกันโคลง
หน้า/หลัง ระบบเบรกเป็นดิสก์เบรก 4 ล้อ และพวงมาลัยเพาเวอร์ไฟฟ้าควบคุมด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า

ระบบความปลอดภัยมีดังต่อไปนี้

  • ระบบเบรก ABS/EBD/BA
  • ระบบควบคุมการทรงตัว ASC และ TCS
  • ระบบช่วยขึ้นเขา HSA
  • กล้องมองภาพรอบทิศทาง
  • ระบบรักษาความเร็วและระยะห่างอัตโนมัติ ACC (Adaptive Cruise Control)
  • ระบบเตือนการชนด้านหน้า พร้อมระบบเบรกอัตโนมัติ
  • ระบบตัดกำลังรถเมื่อเหยียบคันเร่งรุนแรง
  • ระบบเตือนมุมอับด้านข้าง Blind Spot Warning พร้อม Lane Change Assist
  • ระบบเตือนมุมอับขณะถอยหลัง Rear Cross Traffic Alert
  • ระบบปรับไฟหน้าสูง/ต่ำอัตโนมัติ Auto High Beam
  • เซ็นเซอร์กะระยะหน้า/หลัง
  • ถุงลมนิรภัย 7 ตำแหน่ง

ควมแตกต่างระหว่างรุ่น GT และ GT-Premium โดยรุ่น GT-Premium มีออปชั่นดังนี้

  • ไฟหน้า LED โปรเจคเตอร์คู่
  • ไฟตัดหมอกหน้า LED กรอบสีเงิน
  • ราวหลังคาสีเงิน
  • ประตูหลังไฟฟ้า
  • ภายในเสริมลายกราฟิกสีดำ
  • เบาะหนังสีดำลายข้าวหลามตัด
  • ระบบควบคุมความเร็วรถแบบแปรผัน Adaptive Cruise Control
  • กระเป๋าเก็บของหลังเบาะคู่หน้า (รุ่น GT มีเฉพาะผู้โดยสารหน้า)
  • สัญญาณกันขโมยแบบมีเซ็นเซอร์ตรวจจับการเคลื่อนไหว
  • ระบบเตือนการชนด้านหน้า พร้อมระบบเบรกอัตโนมัติ
  • ระบบตัดกำลังรถเมื่อเหยียบคันเร่งรุนแรง
  • ระบบเตือนมุมอับด้านข้าง Blind Spot Warning พร้อม Lane Change Assist
  • ระบบเตือนมุมอับขณะถอยหลัง Rear Cross Traffic Alert
  • ระบบปรับไฟหน้าสูง/ต่ำอัตโนมัติ Auto High Beam
  • เซ็นเซอร์ด้านหน้ารถ

ลูกค้าสัมผัส Mitsubishi Outlander PHEV ได้แล้ววันนี้ที่โชว์รูม Mitsubishi ทั่วประเทศ
หรือในงาน Motor Expo 2020 ในวันที่ 2-13 ธันวาคม 2020 ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี