ถึงแม้ว่า MG Extender จะเริ่มทำตลาดไปในเดือนสิงหาคม 2019 แต่ยอดขายกลับไม่ประสบความสำเร็จเท่าไหร่
เนื่องจากตัวรถที่ยังเป็นรองในบางจุด อีกทั้ง คู่แข่งหลายๆตัวได้กระตุ้นตลาดหลายๆค่าย อาทิ Isuzu ได้เปลี่ยนโฉม
All New D-Max พร้อมคู่แฝด Mazda BT-50,Toyota Hilux Revo และ Nissan Navara เปลี่ยนโฉมใหม่
ก็ยิ่งทำให้ยอดขายแทบจะรั้งท้าย เพื่อเป็นการแก้มือ ล่าสุด MG ได้เผยโฉม Extender Minorchange ใหม่
ที่เปลี่ยนงานออกแบบภายนอกหมดจด ปรับภายในเล็กน้อย พร้อมทำตลาดในเดือนเมษายน 2021

 

หน้าตาภายนอกเปลี่ยนใหม่ยกชุด อาทิ ไฟหน้าที่แยกเป็น 2 ชั้น ชั้นบนเป็นไฟหรี่/ไฟส่องสว่างเวลากลางวัน LED
(มีในทุกรุ่นย่อย) และยังเป็นไฟเลี้ยวในตัวอีกด้วย ชั้นล่างเป็นไฟหน้าจริงๆพร้อมไฟตัดหมอกหน้ารวมในชุดเดียวกัน กระจังหน้ามีขนาดใหญ่โตมาก โดยรวมไปกับช่องดักลม พร้อมกรอบและเส้นแนวนอน 3 เส้นเป็นโครเมียมแบบหนาทั้งหมด เช่นเดียวกับชายล่าง ส่วนด้านข้างได้ทาเสาประตูเป็นสีดำในหลายๆรุ่นและล้ออัลลอยลายใหม่ที่มีลายล้อ
ซับซ้อนขึ้นและด้านหลังที่เปลี่ยนไฟท้ายเป็นแบบ LED แต่งานออกแบบเดิม พร้อมฝากระบะใหม่ที่มีลวดลาย
หล่อขึ้น อีกทั้งกันชนหลังใหม่ที่เรียบง่ายขึ้น

ส่วนภายในยังคงเหมือนเดิมแต่เปลี่ยนโทนสีใหม่จากสีดำเป็นส้มชามัวร์บริเวณเบาะนั่ง แผงประตู
และคอนโซลหน้า และชุดเครื่องเสียงเป็นแบบจอสัมผัสขนาด 10 นิ้วรองรับการเชื่อมต่อ AUX USB
และ Bluetooth พร้อมระบบ สั่งงานด้วยเสียง i-Smart สามารถอัพเดตข่าวสาร เช็คผลสลากกินแบ่งรัฐบาล
และแจ้งเตือนการรับบริการ ที่มีการปรับหน้าตาให้ใช้งานง่ายขึ้น

นอกจากนี้ ยังสามารถควบคุมระบบปรับอากาศแบบอัตโนมัติได้อีกด้วย มาตรวัดตกแต่งด้วยสีแดงพร้อมจอ
แสดงผลการขับขี่ (MID) รวมถึงพวงมาลัย 3 ก้าน ตกแต่งด้วยสีเงิน เสริมด้วยปุ่มควบคุมเครื่องเสียงและ
ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ Cruise Control นอกจากนี้มาพร้อมกับฟังก์ชั่นดังนี้

  • ที่ปัดน้ำฝนอัตโนมัติ
  • ไฟหน้าเปิด/ปิดอัตโนมัติ
  • กุญแจอัจฉริยะพร้อมปุ่มสตาร์ท
  • เบาะคู่หน้าปรับด้วยไฟฟ้า 6 ทิศทาง
  • ช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง

ขุมพลัง

  • ครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตรเทอร์โบเดี่ยว 4 สูบ 16 วาล์ว ให้กำลังสูงสุด 161 แรงม้าที่ 4,000 รอบต่อนาที
    แรงบิด 375 นิวตัน-เมตรที่ 1,500-2,400 รอบต่อนาที จับคู่กับเกียร์ธรรมดาและเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ พร้อมระบบเคลื่อนล้อหลังหรือขับเคลื่อน 4 ล้อ Diff-Lock

ระบบความปลอดภัยมีมาให้ดังนี้

  • ระบบเบรก ABS/EBD/BA
  • ระบบควบคุมการทรงตัว ESP
  • ระบบช่วยขึ้นเขา HAS
  • ระบบช่วยลงเขา HDC
  • ถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่ง
  • กล้องมองภาพรอบทิศทาง AVN
  • เซ็นเซอร์กะระยะด้านหน้าและด้านหลัง
  • ระบบเตือนมุมอับด้านข้าง BSD
  • ระบบเตือนรถออกนอกเลน LDW
  • ระบบเตือนแรงดันลมยาง TPMS
  • ดิสก์เบรก 4 ล้อในรุ่นยกสูง

รายละเอียดของ MG Extender ในแต่ละรุ่นย่อยมีดังนี้
(ตัวหนา : เพิ่มเติมจากรุ่นเดิม)

รุ่น C
– Giant Cab 6MT = 559,000

  • ไฟหน้าแบบฮาโลเจนพร้อมไฟส่องสว่างเวลากลางวัน DRL
  • ระบบเปิด/ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ
  • ไฟท้าย LED
  • กระจกมองข้างสีดำ ปรับไฟฟ้า
  • ล้อกระทะขนาด 15 นิ้ว
  • เบาะผ้า ปรับระดับได้
  • กระจกไฟฟ้าพร้อมขึ้น/ลงอัตโนมัติด้านคนขับ
  • เซ็นทรัลล็อกพร้อมกุญแจรีโมท
  • ชุดเครื่องเสียงรองรับ วิทยุ,ซีดี 1 แผ่นแบบ MP3,AUX,USB
  • ลำโพง 4 ตำแหน่ง
  • ระบบเบรก ABS + EBD
  • ถุงลมนิรภัยคู่หน้า
  • กุญแจนิรภัย Immobilizer
  • ไฟเบรคดวงที่ 3 แบบ LED

รุ่น D
– Giant Cab 6MT = 629,000

  • ล้ออัลลอยขนาด 15 นิ้ว
  • กันชนหลังสีเดียวกับตัวรถ
  • กระจกมองข้างพับไฟฟ้า
  • แผงคอนโซลหน้าแบบ Soft Touch
  • ปุ่มควบคุมเครื่องเสียงบนพวงมาลัย
  • หน้าจอสัมผัสขนาด 10 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อ Smartphone ผ่านทาง Easy Connect
  • รองรับ Bluetooth

รุ่น Grand D
– Giant Cab 6MT = 699,000
– Giant Cab 6AT = 729,000
– Double Cab 6MT = 769,000

  • ไฟหน้า LED
  • ล้ออัลลอยขนาด 16 นิ้ว
  • บันไดข้าง
  • ระบบเสริมแรงเบรก EBA
  • ระบบควบคุมการทรงตัว ESP
  • ระบบช่วยขึ้นเขา HAS
  • ระบบช่วยลงเขา HDC
  • ระบบป้องกันการพลิกคว่ำ RMI
  • ดิสก์เบรก 4 ล้อ
  • เซ็นเซอร์ถอยหลัง
  • กล้องมองภาพรอบคัน
  • เบาะหลังพับได้พร้อมที่พักแขนและวางแก้ว (ในรุ่น 4 ประตู)
  • เข็มขัดนิรภัยเบาะหลัง (ในรุ่น 4 ประตู)
  • ช่องแอร์ด้านหลัง (ในรุ่น 4 ประตู)
  • ปลั๊กไฟ 12 โวล์ตด้านหลัง (ในรุ่น 4 ประตู)
  • ลำโพง 6 ตำแหน่ง (ในรุ่น 4 ประตู)

รุ่น Grand X
– Giant Cab 6MT = 739,000
– Double Cab 6MT = 889,000
– Double Cab 6AT 4WD = 1,039,000

  • ล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว
  • ไฟตัดหมอกหน้า
  • ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ
  • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ Cruise Control
  • กุญแจอัจฉริยะพร้อมปุ่มสตาร์ท
  • เบาะหนังสีดำ/น้ำตาล
  • พวงมาลัยหุ้มหนัง
  • กระจกมองหลังตัดแสงอัตโนมัติ
  • ที่ปัดน้ำฝนอัตโนมัติ
  • ระบบนำทาง Navigator
  • i-Smart
  • ระบบเตือนแรงดันลมยาง TPMS
  • เบาะหลังพับได้พร้อมที่พักแขนและวางแก้ว (ในรุ่น 4 ประตู)
  • เข็มขัดนิรภัยเบาะหลัง (ในรุ่น 4 ประตู)
  • ช่องแอร์ด้านหลัง (ในรุ่น 4 ประตู)
  • ปลั๊กไฟ 12 โวล์ตด้านหลัง (ในรุ่น 4 ประตู)
  • ลำโพง 6 ตำแหน่ง (ในรุ่น 4 ประตู)

รุ่น Grand X 4WD

  • ไฟหน้าเลี้ยวตามพวงมาลัย
  • ราวหลังคา
  • เบาะคู่หน้าปรับไฟฟ้า 6 ทิศทาง
  • ระบบเตือนรถออกนอกเลน
  • ถุงลมนิรภัยด้านข้าง และม่านถุงลม
  • กล้องมองภาพรอบทิศทาง
  • ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อพร้อม Diff-Lock

สัมผัส MG Extender Minorchange ได้ที่โชว์รูม MG ทั้่วประเทศตั้งแต่ 1 เมษายน 2021 เป็นต้นไป
หรือในงาน Bangkok International Motorshow 2021 ในวันที่ 24 มีนาคม – 4 เมษายน 2021
ที่อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี