Mercedes-Benz A250e และ B250e : เพิ่มเวอร์ชั่น Plug-In Hybrid ให้กับรถรุ่นเล็กในค่าย

198

ทุกวันนี้ค่ายรถยนต์หรูอย่าง Mercedes-Benz ต่างออกเวอร์ชั่น Plug-In Hybrid ในรุ่นต่างๆมากมาย
ล่าสุด ก็ได้มีแผนจับรถยนต์รุ่นเล็กในค่ายอย่าง A-Class และ B-Class มาทำเวอร์ชั่นเสียบปลั๊ก (หรือที่เรียกว่า
Plug-In Hybrid นั่นเอง) โดยเตรียมวางตลาดแล้ววันนี้

สำหรับงานออกแบบภายนอกและภายในจะไม่ต่างจากรุ่นมาตรฐาน ซึ่งแต่ละรุ่นมีรายละเอียดดังนี้

A-Class : มาพร้อมกับกระจังหน้าลายตาข่ายทรงยาวพร้อมเส้นแนวนอนขนาดใหญ่เส้นเดียว ไฟหน้า LED
ทรงเฉียงที่ดูเหลี่ยมสัน พร้อมกันชนหน้าที่มีช่องดักลมขนาดยาว ด้านข้างมาพร้อมกับเส้นสายตัวถังที่โค้งมน
เช่นเดียวกับแนวกระจกที่เรียบง่ายขึ้น และด้านท้ายที่ลาดลงมาเพื่อความลู่ลม พร้อมไฟท้าย LED ทรงสามเหลี่ยม
รับกับบริเวณเหนือช่องใส่ป้ายทะเบียน

B-Class : มาพร้อมกับไฟหน้า LED ทรงมาขนาดใหญ่ พร้อมกระจังหน้าแนวนอนตกแต่งด้วยเส้นแนวนอนคู่
พร้อมกันชนหน้าที่ปรับขนาดช่องต่างๆให้เล็กลง ด้านข้างมาพร้อมกับแนวกระจกที่ใหญ่และยาวขึ้นพร้อม
เส้นสายตัวรถที่ดูขนานกัน และด้านหลังที่มาพร้อมกับไฟท้าย LED ทรงมนที่ดูสปอร์ตขึ้น


(ภาพจาก A-Class เวอร์ชั่นมาตรฐาน)

ส่วนภายในทั้ง 2 รุ่นมาพร้อมกับช่องแอร์ทรงช่องไอพ่นเครื่องบิน 5 ตำแหน่ง (คนขับ 1 จุด ตรงกลาง 3 จุด
และผู้โดยสารด้านหน้า 1 จุด) พร้อมจอแสดงผลขนาด 10.25 นิ้วแบบคู่สำหรับมาตรวัดและชุดเครื่องเสียง
พร้อมระบบ Infotainment อย่าง MBUX แต่มีการ รองรับฟังก์ชั่นเกี่ยวกับรถยนต์พลังงานไฟฟ้า อาทิ
หาที่ตั้งปลั๊กชาร์จที่ใกล้ที่สุดและระดับแบตเตอรี่และแค่นั้น อย่างไรก็ตามจุดแตกต่างของทั้งคู่มีดังนี้

A-Class : มาพร้อมกับแผงคอนโซลหน้าที่มีแผงตกแต่งบางแต่ยาว ไฟสร้างบรรยากาศมาเป็นแบบคู่
และออกแบบให้ดูเป็นชั้นๆที่ดูดีขึ้น แผงตกแต่งช่องแอร์จะแยกตัวจากชุดเครื่องเสียง พวงมาลัย 3 ก้าน
ตกแต่งสีเงินรวมถึงสวิตซ์ควบคุมบนพวงมาลัย และแผงประตูที่มีมือจับยื่นออกมา


(ภาพจาก B-Class เวอร์ชั่นมาตรฐาน)

B-Class : มาพร้อมกับแผงตกแต่งบนคอนโซลหน้าที่ดูหนา ชุดเครื่องเสียงและระบบปรับอากาศ
ที่รวมกรอบกับชุดเครื่องเสียง รวมถึงพวงมาลัยตกแต่งด้วยสีเงินพร้อมปุ่มมัลติฟังก์ชั่นสีดำเงา

ขุมพลังของ A250e และ B250e มาพร้อมกับเครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ 1.3 ลิตร 4 สูบให้กำลังสูงสุด 160 แรงม้า
แรงบิดสูงสุด 250 นิวตัน-เมตร พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าที่มีกำลัง 102 แรงม้า แรงบิด 300 นิวตัน-เมตร เมื่อรวมกันแล้ว
จะมีกำลังสูงสุด 218 แรงม้า แรงบิด 450 นิวตัน-เมตร ติดตั้งแบตเตอรี่ขนาด 15.6 kWh บริเวณใต้เบาะหลัง
จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติแบบคลัตซ์คู่ 8 จังหวะ โดยแต่ละรุ่นสามารถวิ่งเป็นระยะทาง (ตามมาตรฐาน WLPT)
และอัตราเร่งได้ดังนี้

  • A250e Saloon วิ่งได้ไกลถึง 61-69 กิโลเมตร อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงในเวลา 6.6 วินาที
  • A250e Hatchback วิ่งได้ไกลถึง 60-68 กิโลเมตร อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงในเวลา 6.7 วินาที
  • B250e วิ่งได้ไกลถึง 56-67 กิโลเมตร อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงในเวลา 6.8 วินาที

นอกจากนี้มาพร้อมกับปลั๊กชาร์จขนาด 7.4 kW ซึ่งสามารถชาร์จตั้งแต่ 10% – 100% ภายในเวลา
1 ชั่วโมง 45 นาที และรองรับชาร์จไวตั้งแต่ 10% – 80% ภายในเวลา 25 นาทีเท่าน้น

Mercedes-Benz A250e ทั้งตัวถัง Hatchback และ Saloon เริ่มวางตลาดในเยอรมันนีเป็นที่เรียบร้อย
ขณะที่ B250e จะตามมาในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า โดยทั้ง 3 รุ่นมีราคาดังนี้

  • A250e Hatchback ราคาอยู่ที่ 36,943.55 ยูโร (ราวๆ 1,264,000 บาท)
  • A250e Saloon ราคาอยู่ที่ 37,300.55 ยูโร (ราวๆ 1,276,000 บาท)
  • B250e Hatchback ราคาอยู่ที่ 37,663.50 ยูโร (ราวๆ 1,289,000 บาท)

สำหรับประเทศอื่นๆจะทำตลาดเมื่อไหร่นั้น ต้องติดตามกันต่อไป

ที่มา : Carscoops,motor1,Mercedes-Benz Official

Comments
Loading...