Mazda CX-30 (Japan Spec.) : CX-3 ขยายร่างเปิดตัวที่ญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการ

536

หลังจากเปิดตัวไปในตลาดโลกไปแล้วสำหรับ Mazda CX-30 ทว่า กว่าจะได้วางจำหน่ายอย่างเป็นทางการ
โดยวางตำแหน่งการตลาดระหว่าง CX-3 และ CX-5 (ครั้นจะใช้ชื่อ CX-4 มันก็ไปทับกับ Crossover ที่จำหน่าย
ในประเทศจีนเมื่อปี 2016) ล่าสุด CX-30 วางจำหน่ายที่ประเทศญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการ มาพร้อมกับตัวรถที่
ใหญ่ขึ้น ภายในที่หรูหราขึ้น และอุปกรณ์มาตรฐานที่มากขึ้น โดยเปิดตัวเมื่อวันที่ 20 กันยายน 2019 ที่ผ่านมา

หน้าตาภายนอกมาพร้อมกับกระจังหน้าลายตาข่ายขนาดใหญ่ พร้อมเส้นขอบที่ลากยาวไปจรดถึงไฟหน้า
ไฟหน้าแบบ Projector LED ที่มาในทรงเรียบง่าย กันชนหน้ามาพร้อมกับช่องดักลมที่ค่อนข้างยาว
เสริมด้วยเส้นโครเมียมขนาดเล็ก และไม่มีไฟตัดหมอกเหมือนกับ Mazda รุ่นใหม่ๆ

ด้านข้างปรับแนวกระจกใหม่ แม้จะไม่ต่อเนื่องไปถึงกระจกหลังแบบ CX-3 แต่มีการเสริมโครเมียม
เพื่อความดูดีขึ้น เส้นสายตัวถังมาแบบที่ดูซ่อนรูป รวมทั้งเสริมคิ้วของล้อและชายล่างสีดำเพื่อดูกลมกลืน
กันกันชนทั้งด้านหน้า และด้านหลัง ขณะที่ด้านท้ายมาพร้อมกับไฟท้าย LED ที่มีลักษณะคล้ายกับ
Mazda 3 โฉมใหม่ อาทิ เส้น LED ที่ลากยาวขึ้น พร้อมไฟเลี้ยวทรงกลมและไฟถอยขนาดเล็ก
เสริมด้วยสปอยเลอร์หลังสีดำ ประตูหลังที่มีใหญ่ขึ้น (จากไฟท้ายที่เล็กลง) และกันชนหลังสีดำ

ขนาดตัวถังของ Mazda CX-30

  • ความยาว 4,395 มิลลิเมตร
  • ความกว้าง 1,795 มิลลิเมตร
  • ความสูง 1,540 มิลลิเมตร
  • ฐานล้อยาว 2,655 มิลลิเมตร

สีภายนอกมีให้เลือกดังนี้

  • สีแดง Soul Red Crystal Shine (สีพิเศษ)
  • สีเทา Machine Gray Premium (สีพิเศษ)
  • สีขาว Snowflake White Pearl Mica (สีพิเศษ)
  • สีดำ Jet Black Mica
  • สีน้ำเงิน Deep Crystal Blue Mica
  • สีน้ำตาล Titanium Flash Mica
  • สีเงิน Sonic Silver Metallic
  • สีเทาอมฟ้า Polymetal Gray Metallic

การออกแบบภายในแทบจะยกมาจาก Mazda 3 รุ่นล่าสุดมาทั้งชุด ไม่ว่าจะเป็นโทนสีที่มาเป็นสีดำ/น้ำตาล
พร้อมเบาะนั่งที่มีทั้งสีขาว,สีดำ,สีดำ/น้ำตาล และสีเบจ (ขึ้นอยู่กับรุ่นย่อย) และเส้นสายที่ดูต่อเนื่องกับแผงประตู
พร้อมวัสดุบุนุ่ม ชุดเครื่องเสียงมีจอขนาดใหญ่ถึง 8.8 นิ้วพร้อมกับ Mazda (MZD) Connect รองรับการเชื่อมต่อ
Apple Carplay และ Android Auto พร้อมระบบนำทาง,เครื่องเล่น DVD และระบบโทรทัศน์ (ของญี่ปุ่น)
มาพร้อมกับลำโพง 8 ตำแหน่งและ 12 ตำแหน่งจาก BOSE ถัดมาเป็นระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบแยกฝั่ง
ที่มีแผงสวิตซ์กลมกลืนขึ้น

มาตรวัดเป็นแบบจอแสดงผลแบบสีขนาด 7 นิ้วตรงกลาง ซึ่งสามารถเปลี่ยนการแสดงผลได้หลากหลาย
เสริมด้วยมาตรวัดฉายบนกระจก Active Driving Display พร้อมกับพวงมาลัย 3 ก้านที่มีแผงสวิตซ์
ควบคุมสีดำ/โครเมียม เสริมด้วยระบบอุ่นความร้อน ส่วนคอนโซลกลางมีการเปลี่ยนแปลงจาก
Mazda 3 ที่แผงเกียร์และสวิตซ์ต่างๆครอบด้วยสีดำเงา พร้อมที่พักแขนที่ยกตัวขึ้นเล็กน้อย
(ซึ่ง Mazda 3 จะยาวต่อเนื่องกัน) เสริมด้วยลายตะเข็บบริเวณตรงกลาง ส่วนอุปกรณ์อื่นๆมีทั้ง
ไฟอ่านแผนที่ด้านหน้าและที่เก็บแว่นตา LED ทรงใหม่ ไฟอ่านแผนที่หลัง รวมถึงกระจกมองหลัง
ปรับลดแสงสะท้อนแบบไร้กรอบ (Frameless)

เบาะนั่งออกแบบใหม่ให้มีขนาดใหญ่ขึ้นจากรุ่น CX-3 พร้อมฝั่งคนขับสามารถปรับระดับได้ 10 ทิศทาง
พร้อมหน่วยความจำมาให้ถึง 2 ตำแหน่ง ฝั่งผู้โดยสารสามารถปรับสูง/ต่ำได้ พร้อมระบบอุ่นเบาะคู่หน้า

ส่วนเบาะหลังมีการปรับให้นั่งสบายขึ้น พร้อมพื้นที่ห้องโดยสารที่มากกว่า CX-3 ชัดเจน พร้อมฟังก์ชั่นต่างๆ
ทั้งสามารถพับได้ในอัตราส่วน 60/40 ติดตั้งที่พักแขนและที่วางแก้วน้ำมาให้ 2 จุด รวมถึงประตูหลัง
สามารถเปิด/ปิดด้วยระบบไฟฟ้า พร้อมพื้นที่ห้องสัมภาระที่มีความจุ 430 ลิตร

ขุมพลังของ Mazda CX-30 มีให้เลือกดังนี้

  • เครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร SKYACTIV-G 156 แรงม้าที่ 6,000 รอบต่อนาที
    แรงบิด 199 นิวตัน-เมตรที่ 4,000 รอบต่อนาที
  • เครื่องยนต์ดีเซล 1.8 ลิตร SKYACTIV-D 116 แรงม้าที่ 4,000 รอบต่อนาที
    แรงบิด 270 นิวตัน-เมตรที่ 1,600 – 2,600 รอบต่อนาที
  • เครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร SKYACTIV-X (สเปคยังไม่ออกมา ณ เวลานี้)

จับคู่กับเกียร์ธรรมดา 6 จังหวะ (เฉพาะเครื่องยนต์ 2.0 ลิตรและเครื่องยนต์ SKYACTIV X) และเกียร์อัตโนมัติ
6 จังหวะพร้อมโหมด + – Activmatic มีให้เลือกทั้งแบบขับเคลื่อนล้อหน้าและขับเคลื่อน 4 ล้อ i-Activ AWD
ทุกรุ่นย่อย ช่วงล่างด้านหน้าเป็นแบบแมคเฟอร์สันสตรัท ด้านหลังเป็นคานบิดทอร์ชั่นบีม มาพร้อมกับระบบ
ควบคุมแรงบิดและเบรกขณะเข้าโค้ง G-Vectoring Control Plus

ความปลอดภัยของ Mazda CX-30 มีระบบดังต่อไปนี้

  • ระบบความปลอดภัยอัจฉริยะ i-Activsense
    • ไฟหน้าแบบควบคุมลำแสงอัตโนมัติ Adaptive LED Headlight
    • ระบบรักษาระยะห่างและความเร็วอัตโนมัติ MRCC แบบทุกย่านความเร็ว
    • ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ SBS
    • ระบบช่วยหยุดรถและเคลื่อนที่อัตโนมัติ CTS
    • ระบบเตือนรถออกนอกเลน LDWS
    • ระบบช่วยให้รถอยู่ในเลน LAS
    • ระบบเตือนมุมอับด้านข้าง BSM
    • ระบบเตือนรถอยู่ในมุมอับด้านหน้า FCTA
    • ระบบเตือนรถอยู่ในมุมอับด้านหลัง RCTA
    • ระบบเตือนคนขับเมื่อเกิดอาการเหนื่อยล้า DAA
    • ระบบป้องกันการชนเมื่อเข้าเกียร์ผิด
  • ระบบอ่ายป้ายจราจรอัตโนมัติ TSR
  • กล้องมองภาพรอบทิศทาง
  • โครงสร้างนิรภัย SKYACTIV-VEHICLE ARCHITECTURE
  • ถุงลมนิรภัย 7 ตำแหน่ง
  • เซ็นเซอร์รอบคัน (ด้านหน้า 4 จุด + ด้านหลัง 6 จุด)

Mazda CX-30 มีให้เลือก 10 รุ่นย่อยหลักๆ (เบนซิน 4 รุ่นย่อย + ดีเซล 3 รุ่นย่อย และ SKYACTIV-X 3 รุ่นย่อย)
สนนราคาอยู่ระหว่าง 2,392,5003,713,600 (ราวๆ 679,000 – 1,053,000 บาท) เริ่มวางจำหน่าย
24 ตุลาคม 2019 ส่วนรุ่นเครื่อยนต์ SKYACTIV-X จะเริ่มวางจำหน่ายในเดือนมกราคม 2020 ตั้งเป้ายอดขาย
อยู่ที่ 2,500 คัน/เดือน

สำหรับประเทศไทยมีความเป็นไปได้สูงที่จะวางจำหน่าย CX-30 คาดว่า อาจจะมาแทน CX-3 เนื่องจากราคา
อาจจะอยู่ในช่วงเดียวกัน อย่างไรก็ตาม ต้องรอดูกันต่อไปว่าเวอร์ชั่นไทยจะมีความคืบหน้าอะไรบ้าง
ต้องติดตามกันต่อไป

ที่มา Mazda Official (1,2)

Comments
Loading...