ใช่ว่า Crossover ของ Maserati จะมีแค่ Levante เท่านั้นคราวนี้ก็มีน้องเล็กเปิดตัวตามกันมาในชื่อ
Grecale (เกรคาเล่) ที่มีดีไซน์สไตล์ Hatchback พร้อมรายละเอียดที่มีไม่แพ้รุ่นพี่ทั้งหน้าจอ 5 ตำแหน่ง
ระบบเสียงที่ยอดเยี่ยม ขุมพลัง 2 แบบ มีให้เลือก 2 รุ่นย่อย Maserati Grecale พร้อมทำตลาดแล้ววันนี้

หน้าตาภายนอกมาพร้อมไฟหน้า LED ขนาดเล็กกระทัดรัด พร้อมกระจังหน้าแนวตั้งสีดำที่เป็นเอกลักษณ์
กันชนหน้าทรงสปอร์ตที่มีความดุดัน ส่วนด้านข้างมาพร้อมเส้นสายที่สวยเฉียบ และแนวกระจกที่มาแนว
รถ Hatchback ส่วนมือจับประตูทำเป็นแบบซ่อนรูปเสริมด้วยกลอนไฟฟ้า ส่วนด้านหลังมาพร้อมไฟท้าย
แบบ LED เสริมด้วยคิ้วโครเมียม สปอยเลอร์หลังที่มาฐานเสริมให้ดูนูนขึ้น และกระจกหลังที่มีความลาดลงมา
เสริมความสปอร์ต และล้ออัลลอยลายตรีศูลขนาด 21 นิ้ว

ขนาดตัวถังมีดังนี้
  • ความยาว 4,846 มิลลิเมตร
  • ความกว้าง 1,979 มิลลิเมตร
  • ความยาว 1,659 มิลลิเมตร
  • ความยาวฐานล้อ 2,901 มิลลิเมตร
สีตัวรถมีดังนี้
  • สีขาว Bianco
  • สีดำ Nero Tempesta
  • สีเงิน Bianco Astro
  • สีเทา Griglo Lava
  • สีเทาด้าน Griglo Lava Opaco
  • สีแดง Rosso Grandturismo
  • สีน้ำเงิน Blue Intenso
  • สีน้ำเงินเข้ม Blue Nobile
  • สีเหลือง Giallo Crose
  • สีเบจอ่อน Griglo Gangiante

ภายในตกแต่งด้วยสีทูโทนดำ/น้ำตาลพร้อมกรอบช่องแอร์ดีไซน์แปลกแนวตกแต่งด้วยสีเงิน เสริมช่องปรับเป็น
ปุ่มเล็กๆและวัสดุนุ่มเสริมตะเข็บรอบคัน ผนวกกับลายไม้สีเข้มที่ดูเรียบหรู ทั้งนี้ยังมาพร้อมกับจอแสดงผลรวม
5 ตำแหน่ง อาทิ

  • จอกลมสำหรับแสดงนาฬิการถ นาฬิกาจับเวลา เข็มทิศ วัดแรงโน้มถ่วงรถ และการทำงานของระบบ
    สั่งงานด้วยเสียง
  • จอแสดงผลกลางขนาด 12.3 นิ้วสำหรับชุดเครื่องเสียงที่รองรับ Apple Carplay/Android Auto
    พร้อมเมนูเฉพาะค่ายในชื่อ MIA (Maserati Intelligent Assistant) พร้อมระบบเสียงแบบ Premium
    ติดตั้งลำโพงสูงสุดถึง 21 จุด
  • จอแสดงผลขนาด 8.8 นิ้วสำหรับสั่งงานควบคุมระบบปรับอากาศ ชุดเครื่องเสียง ระบบภายในรถ
    ขนาบข้างด้วยสวิตซ์แบบสัมผัสทั้งไฟฉุกเฉิน ปุ่มปรับเสียง และปุ่มเปิด/ปิด ซี่งทั้ง 2 จอจะคั่นกลางด้วย
    ปุ่มกดควบคุมการเปลี่ยนเกียร์
  • จอแสดงผลมาตรวัดขนาด 12.3 นิ้วสำหรับมาตรวัดที่สามารถโชว์การทำงานชุดเครื่องเสียงได้
    และปรับกราฟิกต่างๆตามโหมดการขับขี่
  • จอแสดงผลการขับขี่บนกระจก Head-Up Display

พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นที่มาพร้อมสารพัดฟังก์ชั่นทั้งปุ่มปรับเครื่องเสียง โทรศัพท์ จอแสดงผลการขับขี่
ระบบความปลอดภัย แป้นเปลี่ยนเกียร์บนพวงมาลัย โหมดการขับขี่ แม้กระทั่งปุ่มสตาร์ทรถบนพวงมาลัย
เสริมด้วยวัสดุหนังและแป้นแตร คอนโซลกลางมาพร้อมที่วางแก้ว ช่องเก็บของ 2 จุด ด้านหน้ามาพร้อม
ช่องเสียบ USB ทั้ง Type-A และ Type-C

เบาะนั่งคู่หน้ามาในทรงสปอร์ตหุ้มด้วยหนังเกรดหรู เสริมลวดลายเฉพาะรุ่นและสีตะเข็บที่ตัดกันเป็นอย่างดี
ปักโลโก้ตรีศูลที่พนักพิงศรีษาทั้ง 4 ที่นั่ง เบาะคู่หน้าปรับไฟฟ้ามากกว่า 10 ทิศทาง ส่วนเบาะหลังแยกพับ
ในอัตราส่วน 40/20/40 เสริมฮีทเตอร์และระบบเป่าลมเย็น ทั้งนี้แผงประตูมาพร้อมลำโพงที่กัดลายรูป
เลเซอร์ และการเปิดประตูที่มีทั้งแบบกดปุ่ม และแบบสลักเลื่อนขึ้น/ลง

ขุมพลังมีให้เลือกดังนี้
  • เครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ 2.0 ลิตรพร้อมแบตเตอรี่ Mild Hybrid ขนาด 48 โวลต์ ให้กำลังสูงสุด
    300 แรงม้าทึ่ 5,750 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 450 นิวตัน-เมตรที่ 2,000 – 4,000 รอบต่อนาที
    จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ ZF 8 จังหวะ ขับเคลื่อน 4 ล้อ ทำอัตราเร่ง 0 – 100 กิโลเมตร/ชั่วโมงในเวลา
    5.6 วินาที ความเร็วสูงสุด 240 กิโลเมตร/ชั่วโมง โดยมีเสียงที่เป็นเอกลักษณ์
  • เครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบคู่ 3.0 ลิตร V6 มุมกระบอกสูบ 90 องศา ให้กำลังสูงสุด 530 แรงม้าทึ่
    6,500 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 620 นิวตัน-เมตรที่ 3,000 – 5,500 รอบต่อนาที จับคู่กับ
    เกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ ขับเคลื่อน 4 ล้อ ทำอัตราเร่ง 0 – 100 กิโลเมตร/ชั่วโมงใน 3.8 วินาที
    ความเร็วสูงสุด 285 กิโลเมตร/ชั่วโมง โดยมีเสียงที่เป็นเอกลักษณ์

ช่วงล่างเป็นแบบถุงลมสามารถปรับตามโหมดการขับขี่ได้ทั้งแบบ Off-Road,Eco,Sport,GT,Corsa
(โหมดตอบสนองเครื่องยนต์และคันเร่งไวเป็นพิเศษสำหรับรุ่น Trofeo) ส่วนระบบเบรกจะมีทั้งแบบ
4 หรือ 6 Port

ระบบความปลอดภัยมีดังนี้

  • ระบบควบคุมการทรงตัวแบบขั้นสูง VDCM (Vehicle Dynamic Control Module)
  • ระบบช่วยขับขี่บนทางหลวง ควบคุมทั้งเบรก การเข้าเลน การเร่ง
  • ระบบควบคุมความเร็วรถแบบแปรผันทุกย่านความเร็ว
  • ระบบเตือนการชนด้านหน้าพร้อมเบรกอัตโนมัติ
  • ระบบเตือน และควบคุมรถให้อยู่ในเลน
  • ไฟหน้าแบบปรับการกระจายลำแสงแบบ Adaptive
  • ระบบเตือนมุมอับด้านข้างรถ
  • ระบบอ่านป้ายจราจร
  • กล้องมองภาพรอบมทิศทาง
  • ระบบช่วยลงเขาอัตโนมัติ

สัมผัส Maserati Grecale ได้ที่โชว์รูม Maserati ที่สยามพารากอน ไอคอนสยาม
และสุขุมวิท 26 ได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป