Lexus LS เป็นรุ่นสูงสุดของ Lexus ในกลุ่มรถยนต์ซีดานที่ ณ เวลานี้ได้เปลี่ยนภาพลักษณ์ไปในทาง
สปอร์ตโฉบเฉี่ยวอย่างเต็มตัว อย่างไรก็ตาม ยอดขายกลับเงียบกว่าหลายๆรุ่นที่ผ่านมาจากการที่
รถยนต์ในกลุ่ม Crossover และ มินิแวนหรูตีตลาดเสียเป็นส่วนมาก ทว่า Lexus ยังคงต้องให้
LS ทำตลาดต่อไปโดยการปรับหน้าตาใหม่ พร้อมเสริมเทคโนโลยีหลายประการ พร้อมทำตลาด
ภายในปี 2020

หน้าตาภายนอกแตกต่างจากเดิมดังนี้

  • ไฟหน้ากรอบใหม่ที่ดูเรียบง่ายขึ้น ซ่อนบูมเมอแรงไว้ข้างใน (จากเดิมแยกออกมาต่างหาก)
  • ปรับกระจังหน้าใหม่เป็นสีเข้ม
  • ปรับเส้นสายกันชนหน้าใหม่ ลดการลากเส้นจากกรอบไฟตัดหมอกหน้าลง
  • เรดาร์ด้านหน้าย้ายมาไว้ที่ช่องดักลมพร้อมน้ำล้างเซนเซอร์
  • เพิ่มช่องบริเวณแก้มข้าง
  • ปรับรายละเอียดไฟท้ายใหม่เล็กน้อย
  • ปรับล้ออัลลอยลายใหม่
  • ปรับเส้นโครเมียมตรงกันชนหลังใหม่ (มีขาดตรงกลางจากเดิมลากมาเต็ม)
  • เพิ่มสีตัวถังใหม่ สีเงิน Gin-ei Luster ที่มีความเงาพิเศษ

ภายในมีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยดังนี้

  • เพิ่มการตกแต่งภายในใหม่ Nishijin & Haku (พื้นสีเทาเข้ม พร้อมลายสีเทาอ่อน) พร้อมวัสดุนุ่มหลายจุด
  • หน้าจอสัมผัสขนาด 12.3 นิ้วและนาฬิกาแบบยื่นออกมา (จากเดิมแบบฝังใน) รองรับการเชื่อมต่อ
    Smart Device Link,Apple Carplay และ Android Auto
  • ปุ่มควบคุมเครื่องเสียงและคอนโซลกลางสีดำ
  • เพิ่มปุ่มฮีทเตอร์เบาะนั่งและพวงมาลัยมาไว้ตรงกลาง

ขุมพลังมาพร้อมกับเครื่องยนต์ดังนี้ (เวอร์ชั่นไทย)

  • เครื่องยนต์เบนซิน 3.5 ลิตร V6 พร้อมระบบจ่ายน้ำมันแบบฉีดตรง รหัส 8GR-FKS 315 แรงม้า
    ที่ 6,600 รอบต่อนาที แรงบิด 380 นิวตัน-เมตรที่ 4,800 – 4,900 รอบต่อนาที จับคู่กับ
    เกียร์อัตโนมัติ 10 จังหวะ
  • เครื่องยนต์เบนซิน 3.5 ลิตร Dynamic Force V6 พร้อมระบบจ่ายน้ำมันแบบฉีดตรง รหัส V35A-FTS
    421 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิด 600 นิวตัน-เมตรที่ 1,600 – 4,800 รอบต่อนาที จับคู่กับ
    เกียร์อัตโนมัติ 10 จังหวะ Direct Shift
  • เครื่องยนต์เบนซินไฮบริด 3.5 ลิตร Lexus Multi Stage Hybrid System V6 รหัส 8GR-FXS
    299 แรงม้า ที่ 6,600 รอบต่อนาที แรงบิด 356 นิวตัน-เมตรที่ 5,100 รอบต่อนาที เสริมมอเตอร์ไฟฟ้า
    2 ตัวแรง 180 แรงม้า 300 นิวตัน-เมตร รวมแล้วแรงถึง 359 แรงม้า จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ ECVT
    ล็อกอัตราทด 10 จังหวะ

นอกจากนี้ยังปรับปรุงช่วงล่างแบบแปรผัน Adaptive Variable Suspension เพื่อลดแรงกดดลง
พร้อมเสริมระบบกันสะเทอนให้ดีขึ้น ลดอาการสั่นที่มาจากภายในรถ รวมถึงติดตั้งระบบกันเสียงรบกวน
และปรับแต่งเสียงเคครื่องยนต์ให้ดีขึ้น อีกทั้ง ระบบไฮบริดมีการปรับการออกตัว

ระบบช่วยเหลือการขับขี่มาพร้อมกับ Lexus Teammate ที่ช่วยเหลือในการขับขี่ในหลายๆสถานการณ์
อาทิ ช่วยประคองให้อยู่ในเลน รักษาระยะห่างระหว่างรถ การเปลี่ยนเลน การขับรถบนทางแยกเลน
และการแซง ซึ่งระบบจะทำงานบนทางหลวงและทางด่วนเป็นหลัก อีกทั้ง ยังมาพร้อมกับระบบช่วยจอด
Advanced Park ที่เสริมด้วยกล้องและเซนเซอร์แบบ Ultrasonic รอบคัน ส่วนออปชั่นอื่นๆมีทั้ง
กระจกมองหลังถ่ายทอดภาพจากกล้องขนาดใหญ่ และไฟหน้าแบบปรับการกระจายลำแสงได้แบบ
Blade Scan

Lexus LS Minorchange เริ่มทำตลาดทั่วโลกภายในปี 2020 ส่วนประเทศไทยอาจจะเริ่มทำตลาด
ปลายปีนี้เป็นอย่างเร็ว

Facebook Comments