หลังจากที่เปิดตัว Lexus ES Minorchangr ในสหรัฐอเมริกาเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ที่แม้ว่า
จะปรับหน้าตาใหม่ให้แตกต่างกว่าเดิม รวมถึงภายในที่เรียบหรูขึ้น คราวนี้มาพร้อมกับรุ่นดุดันสุด
ในชื่อว่า F-Sport  ที่มาพร้อมชุดแต่งที่ดุดันขึ้นเพื่อทดแทน GS ที่ยุติการทำตลาดไป
เริ่มทำตลาด
ตั้งแต่เดือนกันยายนเป็นต้นไป

สิ่งที่แตกต่างจากรุ่นก่อนไมเนอร์เชนจ์มีดังต่อไปนี้

  • ไฟหน้า LED 3 ดวงเป็นแบบสี่เหลี่ยมเล็ก รวมไฟเลี้ยวกับไฟหรี่ไว้ในโคมเดียวกัน
    พร้อมระบบกระจายลำแสงแบบ Blade Scan Adaptive High-beam System
  • กระจังหน้าทรงใหม่ ปรับเส้นแนวตั้งให้เป็นช่องที่ถี่ขึ้นทรงตัว L
  • ปรับรายละเอียดไฟท้ายใหม่ (เปลี่ยนหลอดไฟถอยเป็น LED พร้อมรมเลนส์สีดำ)
  • ปรับล้ออัลลอยลายใหม่ขนาด 17 นิ้ว
  • ปรับลายไม้ใหม่ให้ดูหรูหราขึ้น
  • ปรับจอสัมผัสบริเวณคอนโซลกลางใหม่ให้ดูเรียบง่ายและต่อเนื่องขึ้น
  • ปรับแผงควบคุมระบบปรับอากาศใหม่ เปลี่ยนหน้ากากให้เรียบง่ายขึ้นพร้อมควบเป็นชุดเดียวกับช่องแอร์
  • เพิ่มระบบกรองอากาศ Nanoe-X
  • ย้ายปุ่มควบคุมมาไว้บนแผงฝั่งคนขับส่วนบน
  • ปรับสวิตซ์กระจกไฟฟ้าให้ดูดีขึ้น
  • ขยายแป้นเบรกให้ใหญ่ขึ้น

ทั้งนี้ยังมาพร้อมกับทางเลือกใหม่อย่าง F-Sport ซึ่งมีการตกแต่งที่ต่างกันดังนี้

  • กระจังหน้าเปลี่ยนเป็นลายตาข่ายสีดำ
  • คิ้วกรอบสีดำตรงกันชนหน้าสีดำเงา
  • ปรับล้ออัลลอยลายใหม่
  • เพิ่มสปอยเลอร์หลังบริเวณฝากระโปรงหลัง
  • กันชนหลังเพิ่มครีบดักลมหลายช่อง
  • ภายในตกแต่งสีดำ/แดง
  • ตกแต่งลายตะเข็บตามจุดต่างๆ
  • เบาะนั่งแบบสปอร์ต
  • แป้นเหยียบเป็นแบบอลูมิเนียม

ระบบความปลอดภัย Lexus Safety System  อัพเกรดขึ้นเป็นเวอร์ชั่น 2.5 ทุกรุ่นย่อย ประกอบไปด้วย

  • ปรับปรุงประสิทธิภาพของเซ็นเซอร์และกล้องตรวจจับข้างหน้ารถ
  • ระบบควบคุมระยะห่างและความเร็วอัตโนมัติ DRCC (Dynamic Radar Cruise Control) สามารถ
    ทำงานได้ทุกย่านความเร็ว ทำงานบริเวณจุดเลี้ยวตามแยกต่างๆได้ และเปลี่ยนเลนอัตโนมัติได้
  • ระบบเตือนการชนด้านหน้าพร้อมเบรกอัตโนมัติ Pre-Collision System (PCS) ตรวจจับดีขึ้นกว่าเดิม
    สามารถตรวจจับคนเดินถนน ตรวจจับรถข้างหน้าขณะเลี้ยวได้
  • ระบบตรวจจับรถออกนอกเลนทำงานได้ดีขึ้น Lane-Departure System
  • ระบบช่วยเบี่ยงรถจากอุปสรรค Emergency Steering Assist
  • เซนเซอร์รอบคันพร้อมเบรกอัตโนมัติเมื่อเจอสิ่งกีดขวาง

ขุมพลัง

  • เครื่อยนต์เบนซินไฮบริด 2.5 ลิตร 4 สูบ Dynamic Force มาพร้อมกับวาล์วแปรผันแบบไฟฟ้า VVT-iE
    และ วาล์วแปรผัน VVT-i เครื่องยนต์ให้กำลังสูงสุด 178 แรงม้าที่ 5,700 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด
    221 นิวตัน-เมตรที่ 3,600 – 5,200 รอบต่อนาที ส่วนมอเตอร์ไฟฟ้ามีกำลังที่ 120 แรงม้า
    แรงบิด 218 นิวตัน-เมตร รวมกันแล้วแรงสูงสุด 215 แรงม้า จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ ECVT

งานวิศวกรรมใช้พื้นฐาน GA-K เช่นเดียวกับ Camry และ Avalon ซึ่งมีการปรับปรุงให้ขับดีขึ้นกว่าเดิม
รองรับการบิดตัวได้ดีขึ้น ประหยัดน้ำมันขึ้น สำหรับรุ่น F-Sport มาพร้อมกับช่วงล่างแบบปรับระดับได้
Adaptive Variable Suspension (AVS) ที่มีรูปแบบการขับขี่ถึง 650 รูปแบบ พร้อมระบบปรับโหมด
การขับขี่ที่มีโหมด Sport+ และ Custom อีกทั้งปรับจูนเสียงเครื่องยนต์เพื่อสร้างอรรถรสการขับขี่ให้ดีขึ้น
และปรับช่วงล่างด้านหลังและระบบเบรกให้ดีขึ้นในทุกรุ่น

สัมผัสและทดลองขับ Lexus ES Minorchange ได้ที่โชว์รูม Lexus ทั้ง 3 แห่ง
ตั้งแต่วันที่ 10 กันยายน 2021 เป็นต้นไป