Lexus ES เป็นรถยนต์ซีดานที่เป็นการนำ Camry โฉมปัจจุบันมาปรับรายละเอียดให้หรูหราตามมาตรฐาน
ของค่าย โดยรุ่นปัจจุบันทำตลาดมาตั้งแต่ปี 2018 และมีเสียงตอบรับที่ดีในระดับหนึ่ง (ถ้าเทียบกับบรรดา
รถยนต์ในแบรด์เดียวกัน) มาในวันนี้ ES ก็ถึงเวลาไมเนอร์เชนจ์ โดยเน้นปรับรายละเอียดบางส่วนที่สดใหม่ขึ้น
เมื่อวันที่ 19 เมษายน 2021 ที่ผ่านมา

สิ่งที่แตกต่างจากรุ่นก่อนไมเนอร์เชนจ์มีดังต่อไปนี้

  • ไฟหน้า LED 3 ดวงเป็นแบบสี่เหลี่ยมเล็ก รวมไฟเลี้ยวกับไฟหรี่ไว้ในโคมเดียวกัน
  • กระจังหน้าทรงใหม่ ปรับเส้นแนวตั้งให้เป็นช่องที่ถี่ขึ้นทรงตัว L
  • ปรับรายละเอียดไฟท้ายใหม่ (เปลี่ยนหลอดไฟถอยเป็น LED พร้อมรมเลนส์สีดำ)
  • ปรับล้ออัลลอยลายใหม่ขนาด 17 นิ้ว
  • ปรับโทนสีภายนอกใหม่ (สีเงินและสีเทา)
  • ปรับจอสัมผัสบริเวณคอนโซลกลางใหม่
  • ปรับแผงควบคุมระบบปรับอากาศใหม่ เปลี่ยนหน้ากากให้เรียบง่ายขึ้นพร้อมควบเป็นชุดเดียวกับช่องแอร์
  • ขยายแป้นเบรกให้ใหญ่ขึ้น

ระบบความปลอดภัย Lexus Safety System  อัพเกรดขึ้นเป็นเวอร์ชั่น 2.5 ทุกรุ่นย่อย ประกอบไปด้วย

  • ปรับปรุงประสิทธิภาพของเซ็นเซอร์และกล้องตรวจจับข้างหน้ารถ
  • ระบบควบคุมระยะห่างและความเร็วอัตโนมัติ DRCC (Dynamic Radar Cruise Control) สามารถ
    ทำงานได้ทุกย่านความเร็ว ทำงานบริเวณจุดเลี้ยวตามแยกต่างๆได้ และเปลี่ยนเลนอัตโนมัติได้
  • ระบบเตือนการชนด้านหน้าพร้อมเบรกอัตโนมัติ Pre-Collision System (PCS) ตรวจจับดีขึ้นกว่าเดิม
    สามารถตรวจจับคนเดินถนน ตรวจจับรถข้างหน้าขณะเลี้ยวได้
  • ระบบตรวจจับรถออกนอกเลนทำงานได้ดีขึ้น Lane-Departure System
  • ระบบช่วยเบี่ยงรถจากอุปสรรค Emergency Steering Assist

ขุมพลัง

  • เครื่องยนต์เบนซิน 3.5 ลิตร V6 24 วาล์วแบบแปรผัน VVT-iW + วาล์วไฟฟ้า VVT-iE พร้อมระบบฉีดตรง
    D4S ที่แรงถึง 302 แรงม้า แรงบิด 362 นิวตัน-เมตร จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ Direct Shift 8 จังหวะ
    ขับเคลื่อนล้อหน้า
  • เครื่อยนต์เบนซิน 2.5 ลิตร 4 สูบ มาพร้อมกับวาล์วแปรผันแบบไฟฟ้า VVT-iE ให้กำลังสูงสุด 203 แรงม้า
    แรงบิด 249 นิวตัน-เมตร จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ Direct Shift 8 จังหวะ ขับเคลื่อนล้อหน้าหรือขับเคลื่อนสี่ล้อ
  • เครื่อยนต์เบนซินไฮบริด 2.5 ลิตร 4 สูบ มาพร้อมกับวาล์วแปรผันแบบไฟฟ้า VVT-iE ให้กำลังรวม 215 แรงม้า

งานวิศวกรรมใช้พื้นฐาน GA-K เช่นเดียวกับ Camry และ Avalon ซึ่งมีการปรับปรุงให้ขับดีขึ้นกว่าเดิม
รองรับการบิดตัวได้ดีขึ้น ประหยัดน้ำมันขึ้น สำหรับรุ่น F-Sport มาพร้อมกับช่วงล่างแบบปรับระดับได้
Adaptive Variable Suspension (AVS) ที่มีรูปแบบการขับขี่ถึง 650 รูปแบบ พร้อมระบบปรับโหมด
การขับขี่ที่มีโหมด Sport+ และ Custom อีกทั้งปรับจูนเสียงเครื่องยนต์เพื่อสร้างอรรถรสการขับขี่ให้ดีขึ้น
และปรับช่วงล่างด้านหลังและระบบเบรกให้ดีขึ้นในทุกรุ่น

Lexus ES Minrochange จะเริ่มทำตลาดในช่วงปลายปี 2021 ส่วนประเทศไทยจะมีอะไรตามมาบ้าง
โปรดติดตามกันต่อไป