ในช่วงปี 2020 เป็นช่วงที่มีเรื่องราวเข้ามาค่อนข้างหนัก โดยเฉพาะเรื่อง COVID-19 ที่มาเป็น
ระลอกๆ แต่อย่างไรก็ตามทาง Carsideteam ยังคงดำเนินจัด ขับแล้ว Award อย่างต่อเนื่อง
โดยคราวนี้ มีรถที่มาเข้าชิงสูงถึง 30 กว่าคัน แต่รางวัล ยังคงมีทั้งรางวัลย่อย และ 5 คันในดวงใจ
อยู่เช่นเคย ซึ่งรุ่นไหนจะโชคดีบ้าง เข้ามาลุ้นกันเลยครับ

รถที่มาเข้าชิงเยอะขึ้นจากรุ่นเดิมเกือบๆ 2 เท่า ซึ่งมีดังนี้

  • Honda City 1.0T RS
  • Honda City 1.0T SV
  • Toyota Corolla Altis 1.8HV High
  • Isuzu D-Max 1.9M Hi-Lander Cab4 6AT
  • Isuzu D-Max X-Series Hi-Lander Cab4  1.9Z AT
  • MG HS 1.5T X
  • Subaru WRX 2.0 6MT
  • Toyota Hilux Revo Rocco Double Cab 2.8 4WD AT
  • Ford Everest 2.0T Sport
  • Subaru Forester 2.0 i-S Eyesight
  • Nissan Leaf
  • Mercedes-AMG C63 4MATIC Coupe
  • Mercedes-AMG C43 4MATIC Coupe
  • Mercedes-AMG C43 4MATIC Sedan
  • Chevrolet Trailblazer 2.5LTZ 4WD
  • Mercedes-Benz GLC 220d AMG Dynamics
  • Mercedes-Benz C300e Avantgrade
  • Ford Ranger 2.2 FX-4 Double Cab Hi-Rider 6AT
  • Ford Ranger 2.0 Wildtrak Double Cab 4WD 6AT
  • Mazda 3 Fastback 2.0 SP
  • Volvo XC60 Polestar
  • Honda HR-V 1.8RS MY2019
  • Nissan Navara 2.5VL 4WD 4X4 6AT MY2018
  • Volvo S60 R-Design
  • Audi TT Coupe 45TFSi Quattro S-Line
  • Volvo S60 Inscription
  • Mercedes-Benz E300e 
  • Mercedes-Benz CLS300D 

นับว่ายังคงเยอะขึ้นทุกปีๆ แต่รุ่นที่ได้รางวัลมีดังต่อไปนี้


รางวัลแรงจนจดหมายรักถามหา ได้แก่… Mercedes-AMG C43 Coupe และ Mercedes-AMG C43 4MATIC Sedan (2 คะแนนเท่ากัน)



Mercedes-AMG C43 4MATIC Coupe/Sedan : M276 V6 3.0 Liter Bi-Turbo 

Mass Production AMG รุ่นแรกที่ประกอบในไทย เสกสรรค์ความแรงจากสำนักแต่ง In-House คู่บุญอย่าง AMG เสกเครื่องยนต์ V6 ที่กำลังจะปลดประจำการในไม่ช้านี้ ให้มีความเผ็ดจนแตะ 390 แรงม้า แรงบิด 520 นิวตันเมตร ความแรงเพียวจากเครื่องยนต์ที่ไม่อาศัยอานิสงค์ผลบุญจากถ่านและมอเตอร์ไฟฟ้า ทำให้การใช้งานจริงเราไม่ต้องมานั่งสะสมไฟในแบตเพื่อแซงรถชาวบ้าน พวกเรา Carsideteam จึงของมอบรางวัลความแรงให้เครื่องยนต์บล๊อกนี้ของ C43 ทั้งสองตัวถังโดยไม่ปฏิเสธ


รางวัลประหยัดจนต้องกราบ ได้แก่… Nissan Almera 1.0T VL และ Mercedes-Benz GLC 220d AMG Dynamics (2 คะแนนเท่ากัน)


Nissan Almera 1.0T VL

ไม่น่าเชื่อว่ารถยนต์ขุมพลังเทอร์โบจะมีความประหยัดซ่อนอยู่ขนาดนั้น (ลบความเชื่อที่ว่าเทอร์โบ = ซด)
แถมเลขที่ได้ถือว่าตบหน้ารถไฮบริดหลายๆรุ่นได้สบายทั้งแบบธรรมดาและ E-Power ด้วยอัตราสิ้นเปลือง
ที่มีเลข 2 นำหน้า ถือว่าเป็นรถที่ประหยัดเหลือเชื่ออยู่เหมือนกัน

Mercedes-Benz GLC 220d AMG Dynamics

SUV Premiem ที่ทุกคนในทีมลงความเห็นว่า มันเป็นรถที่แรงกำลังดี แต่ประหยัดชิบโหงด้วยอัตราสิ้นเปลือง 17.92 กิโลเมตร/ลิตร ภายใต้การทดสอบตามมาตรฐาน Carsideteam  และการใช้งานจริงที่ให้ความประหยัดสุด ๆ จึงทำให้เจ้า SUV คันนี้ได้รับตำแหน่งนี้ไปแบบไม่มีข้อกังขา



รางวัลกินดุยิ่งกว่าชูชก ได้แก่… MG HS 1.5T X (4 คะแนน)

ไม่ต้องสงสัยเลยว่าทุกเสียงทำไมเป็นเอกฉันท์ เนื่องจากเป็นเครื่องยนต์เทอร์โบที่พัฒนามาจาก
GS แถมเน้นไปที่ความแรงเป็นหลัก แต่อัตราสิ้นเปลืองไม่ถึง 13 กิโลเมตร/ลิตร (ซึ่งต่ำกว่า
มาตรฐานของรถในยุคปัจจุบัน) แต่ก็เอาเถอะ อย่างน้อยก็ประหยัดกว่าบรรดา V6 V8
รุ่นเก่าๆบางรุ่นแล้วกันนะ


รางวัลกว้างกว่านี้ก็สนามบินแล้ว
ได้แก่….Nissan Almera 1.0T VL และ Subaru Forester 2.0 i-S Eyesight (2 คะแนนเท่ากัน)


Nissan Almera 1.0T VL

สานต่อจุดเด่นจากรุ่นที่แล้วอย่างสวยงาม แม้ว่าเรื่องหัวติดจะมีการแก้ไปนิดนึง แต่ก็ยังมี Legroom
ที่ค่อนข้างกว้างขวาง สามารถเหยียดขาได้สบายๆ เมื่อเทียบกับคู่แข่งแล้วยังเหนือกว่าเล็กน้อย

Subaru Forester 2.0 i-S Eyesight

เป็นรถที่ไม่น่าเชื่อว่ารุ่นที่เน้นการขับขี่เป็นหลักจะมาเด่นตรงพื้นที่กว้างขวาง แต่ก็ต้องชื่นชมว่า
SUV ที่มีขนาดไล่เลี่ยกับ Corolla Cross (คือ เล็กกว่าคู่แข่งอย่าง CR-V CX-5 และ X-Trail
ทั้งที่อยู่ในระดับเดียวกัน) รวมทั้งความโปร่งที่โอเคพอสมควร ถือว่าทำการบ้านมาได้ค่อนข้างดีสำหรับรุ่นนี้


รางวัลหนึบขนาดนี้ กาวลาเท็กซ์ยังเรียกพี่ ได้แก่….Subaru Forester 2.0 i-S Eyesight (3 คะแนน)

Subaru Forester 2.0 i-S Eyesight 
หลายคนที่อ่านมาถึงตรงนี้ อาจจะเริ่มสงสัยว่า พี่เจ้าป่าอย่าง Forester ซื้อ Carsideteam ไปแล้วใช่ไหม 
จริงๆไม่ใช่นะครับ ภายใต้รถหน้าตาดูจืดๆแก่ๆ รูปทรงดูไม่มีพิษภัย แต่ไฉนถึงได้รถช่วงล่างดีเด่น หลังที่จาก 
NAOW27 และ BellzonaNT แยกย้ายกันกลับบ้าน ระหว่างทางกลับบ้าน ก็เอาไปวนบนทางด่วน และฝนตกหนัก
ถึงแม้ฝนจะตกหนัก แต่เจ้าป่าคันนี้ ก็ยังทรงได้ดีถึงแม้ว่าความเร็วบนหน้าปัดจะไปถึง 180 กม.ชม. แล้วก็ตาม!!!!
นิ่งจนรถยุโรปอย่าง Volvo V60 ยังอาย แล้วรางวัลนี้ จะหนีไปหาใครได้หละครับ ดีเราบอกว่าดีจริงครับ ไม่มีติงนัง


หรูหราจนน่าถนอมเก็บไว้ ได้แก่….Mercedes-Benz CLS300d และ Mercedes-Benz E300e (2 คะแนนเท่ากัน)



Mercedes-Benz CLS300d AMG Premiem และ Mercedes-Benz E300e AMG Dynamic

รถยนต์สองคันนี้โดนสร้างบนพื้นฐานเดียวกันแต่ตีโจทย์ลูกค้าเป็นคนละกลุ่มกัน งานดีไซน์ภายนอกที่แตกต่างกันโดยชัดเจน E-Class คันคงความภูมิฐานตามที่กลุ่มลูกค้าดั้งเดิมต้องการแต่ก็ปรับเปลี่ยนรูปแบบให้เป็นไปตามแนวคิดการออกแบบปัจจุบันของ Mercedes โดย E-Class W213 มันสามารถรักษาสมดุลในเรื่องของความหรูหราแบบดั้งเดิมเสริมด้วยเส้นสายที่มีความอ่อนช้อยซึ่งไอตรงนี้นี่แหละครับ คือสิ่งที่หาได้ยากที่สุดจากคู่แข่ง ส่วน CLS แว้บแรกของการเปิดตัวนั้นเสียงส่วนใหญ่เคาะกันว่า รุ่นที่แล้วสวยกว่า แต่ยิ่งเวลาผ่านไปๆ มันกลับมีความน่ามองมาขึ้นเรื่อยๆ มันมีทรวดทรงของมันที่แอบชวนมอง มันมีอะไรต้องตาจากความไม่ลงจจากเส้นสายของมัน ทั้งหมดทั้งมวลมันทำให้เวลาคุณเจอ CLS รุ่นนี้บนถนน มันไม่ยากเลยที่จะกลายเป็นจุดเด่นจากรถคันอื่นๆ (และหยุดเล่นมุกอาจารย์แดงได้ซะที!!!)

ส่วนภายคล้ายกันแบบมากๆ แต่การออกแบบบางจุดมันมีความแตกต่างกันตามโจทย์ของลูกค้า E-Class และ CLS-Class เส้นสายการออกแบบที่ดัดจริตในแบบของ Mercedes ไฟส่องสว่างสร้างบรรยากาศที่คู่แข่งเห็นแล้วได้แต่พูดว่า เออๆๆๆ มึง เอาไปเลยยยยย กูไม่สู้ ซึ่งอันนี้ก็ต้องให้ Mercedes จริงๆครับ บรรยากาศภายในจากคู่แข่งที่สามารถทำได้ดีใกล้เคียงกันก็คงเป็น Volvo S90 แต่ฝั่งนั้นเค้าก็มาในธีม Scandinavian Minimal สวยๆไป ฝั่ง BMW 5er คล้าย Mercedes ที่สุด แต่เส้นสายภายในห้องโดยสารเค้าแข็งๆแบบสไตล์ BMW ก็คงจะไม่สุดเท่าไหร่ ส่วน Audi A6 ไม่ต้องถามครับ แพ้หลุดหลุ่ยจริงๆ งานออกแบบภายในเค้าไปในโทนสปอร์ต เน้นความคมของเส้นมากกว่าเจ้าอื่นๆ อย่างไรก็ตามด้วยภายในที่ดัดจริตได้ใจที่สุดแล้ว Mercedes ก็มักจะตกม้าตายในเรื่องของ Ergonomic ที่สู้ชาวบ้านไม่ได้ แต่ถ้าถามความแรด ความหรูหรานั้นเรายกให้นางไปเถอะ!!!!!!


แล้วก็มาถึงรางวัล 5 อันดับรถในดวงใจของชาว Carsideteam ขอบอกว่างานนี้รถที่ได้รางวัล
ค่อนข้างเยอะมาก โดยเฉพาะรางวัลที่ 4 กับ 5 ที่มา 2 คันขึ้นไป แต่เพื่อความขลัง เลยโหวตใหม่
ให้แต่ละอันดับมีรถที่ได้รางวัลไม่เกิน 2 คัน แน่นอนว่าเกณฑ์การให้คะแนนยังคงเหมือนเดิม

อันดับ 1 = 5 คะแนน , อันดับ 2 = 4 คะแนน,อันดับ 3 = 3 คะแนน อันดับ 4 = 2 คะแนน
และอันดับ 5 = 1 คะแนน (คะแนนเต็ม 30 คะแนน)

และรุ่นที่ได้รางวัลมีดังนี้

อันดับ 5 : Toyota Hilux Revo Rocco Double Cab 2.8 4WD 6A/T


หลังจากที่เปิดตัวมาตั้งแต่ปี 2015 มาในวันนี้ Hilux Revo ก็ปรับโฉมทั้งหน้าตาที่ดูสวยขึ้น พร้อมสีใหม่
ที่แสนจะสะดุดตา รวมทั้งเครื่องยนต์ ช่วงล่าง ที่ปรับปรุงมาให้ดีขึ้นจนสู้กับรถที่ดีที่สุดในตลาด 
แต่ยังคงความเป็นมิตรกับผู้ใช้ แต่ถึงกระนั้น อาการดีดจนสะท้านขึ้นมาห้องโดยสาร ก็ยังคงมีให้รำคาญ
ถึงแม้จะเบาลงจากตอนที่เปิดตัวในปี 2015 ก็ตาม สำหรับในภาพรวม ถือว่าเป็นรถที่ใช้ VOC (Voice Of Customer) ไปพัฒนาตัวรถได้ดีขึ้นจนน่าประทับใจ และได้อันดับที่ 5 ของ “ขับแล้ว Award”ไปได้
อย่างไม่มีข้อโต้แย้งแต่อย่างใดครับ 

อันดับ 4 : Mazda 3 Fastback และ Nissan Almera

สำหรับ Mazda 3 หลังจากที่รุ่น Sedan ทำคะแนนได้เป็นอันดับ 1 ของรางวัลดังกล่าว แต่มาเวลานี้
แม้จะตกอันดับ แต่ก็ยังขึ้นเป็น Top5 ได้อยู่ ด้วยงานออกแบบที่เรียบง่ายสวยงาม วัสดุภายในดีสุด
เช่นเดียวกับเครื่องเสียง เบรกและช่วงล่างที่ยังคงเทพสุด (ในกลุ่ม) และระบบความปลอดภัยแน่นๆ
แต่ขุมพลังที่หวังว่าขอให้แรงขึ้นกว่าเดิมก็ยังดีนะ

ส่วน Almera นั้นมาแบบเนียนๆ เพราะสิ่งได้แอบคุ้มกว่าค่าตัวอยู่ ทั้งลักษณะภายนอกที่ทำออกมาสวย
กว่าเดิมเห็นได้ชัด ภายในที่ดูดีไม่แพ้ Micra ในยุโรป และระบบความปลอดภัยที่ไม่ได้กั๊กเฉพาะรุ่นท็อป
ส่วนขุมพลังนั้นแม้จะเป็นเครื่องเทอร์โบ แต่ความประหยัดกลับเป็นแถวหน้าในตารางเสียอย่างนั้น
จึงได้อันดับ 4 ไปครองทั้งสองคัน

อันดับ 3 : Mercedes-AMG C43 4MATIC Coupe

Mercedes-AMG C43 4MATIC Coupe ด้วยเม็ดเงิน 4 ล้านต้นๆ (ไม่รวมส่วนลด) นี่คือความแรงแบบเพียวๆไม่พึ่งสิ่งที่เรียกว่า Electric Motor ร่วมเข้ากับการเซ็ตรถไปในเวย์ที่บอกได้ว่า “สุดในทางของมัน” ไม่ครึ่งๆกลางๆ การจูนเครื่องทำออกมาได้แรงแบบกดคันเร่งนิดๆหน่อยๆ บูสติด รถเดินแซงชาวบ้านได้ชิวๆ กระแทกคันเร่งเต็มๆก็พร้อมลุย แต่ก็แลกมาด้วยความดิบและแข็ง อาจจะสร้างความรำคาญให้กับคนข้างหรือแม้กระทั่งคนขับเองในการใช้ชีวิตประจำวัน แต่หากมันอยู่ในสนามแข็งที่พื้นถนนเรียบๆ จงระวังมันไว้ให้ดี Coupe หน้าตาสำอางๆคันนี้มันดิบกว่าที่คิด

อันดับ 2 : Subaru Forester 2.0 i-S Eyesight

ทันทีที่ Forester ประกอบในประเทศเมื่อปี 2019 เสียงตอบรับไปในทางบวกจากราคาที่ถูกลง
เมื่อเทียบกับ Forester รุ่นที่ผ่านมา งานประกอบที่คุณภาพดีจน FHI (Fuji Heavy Industrail)
ยังเอ่ยปากชม พร้อมกับระบบความปลอดภัยนัยตาทิพย์หรือ Eyesight พวงมาลัย ช่วงล่าง ถึงแม้ว่า 
ในวันที่ฝนตกหนัก ก็สามารถไปได้ด้วยความเร็วสูงบนทางด่วนได้อย่างมั่นใจ ทั้งยังมีพื้นที่ห้องโดยสาร
กว้างสบายเมื่อเทียบกับ SUV 5 นั่งในกลุ่มเดียวกัน และทัศนวิสัยในการขับขี่ที่โปร่งโล่งสบาย ใช้ได้
ทุกคนในบ้าน จะมีเพียงแค่เรื่องพละกำลังเครื่องยนต์ที่น้อยไปนิด และติดที่แป้นเบรกที่ต้องใช้แรงในเหยียบ
มากพอสมควร รวมทั้งหน้าตาที่อาจจะดูไม่เยาว์วัยนัก ตรงนี้เลยอาจจะทำให้คะแนนตกลงไปตามสิ่งที่หาย
แต่ถึงกระนั้น คุณงามความดีที่มี ก็พาเจ้าป่าคันนี้ขึ้นมาเป็นอันดับที่ 2 ของขับแล้ว Award ในปี 2020 ครับ

และรางวัลขับแล้ว Award ในปี 2020 อันดับ 1 ด้วยคะแนนสูงถึง 19 คะแนน ได้แก่….

อันดับ 1 : Subaru WRX 6MT


ทั้งที่รถรุ่นนี้ เหลือ Lot สุดท้ายในประเทศไทย และในปลายปี 2021 รุ่นใหม่กำลังจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการ ภายนอกที่ไม่ดูสะดุดตาเจ้าพนักงาน ภายในที่ออกแบบเน้นใช้งานสะดวกสบายมากกว่าความสวย Option ที่แสนจะโหลงเหลง แต่ราคาแตะรถยุโรปประกอบไทย ทว่าทั้งหมดที่กล่าวมานั้น ถูกทดแทนด้วยการ Refinement ทุกส่วน
เครื่องยนต์ที่แรงกำลังดี เกียร์ที่อัตราทดกำลังเหมาะสมทั้งการขับขี่ในสนามและชีวิตประจำวัน และสิ่งที่เซอร์ไพร์ทกว่าคือ ช่วงล่างที่นั่งสบายในความเร็วขับขี่ในเมือง และมั่นใจในความเร็วสูง สามารถอยู่ร่วมกันได้แบบน่าประหลาดใจ ใครบอกรถซิ่งต้องช่วงล่างแข็ง ไม่ใช่ Subaru WRX แน่นอนครับ จึงทำให้รางวัลขับแล้ว Award ในปี 2020 ต้องยกให้เขาแบบไร้ข้อกังขาครับ 


และนี่คือ รถที่ได้รางวัลใน “ขับแล้ว Award 2020” ทั้งหมด ส่วนรุ่นไหนจะโชคดีอีกนั้น
โปรดติดตามได้ใน “ขับแล้ว Award 2021” ครับ


เผยแพร่วันที่ 3 มกราคม 2564
หากต้องการนำไปใช้นอกเหนือจากเผยแพร่ซ้ำ
กรุณาให้เครดิตภาพจากต้นฉบับทุกครั้ง

ติดตามข่าวสารได้ที่ www.carside.in.th
อัพเดททุกความเคลื่อนไหวโลกยานยนต์ได้ที่
facebook/instagram : carsideteam