ขับแล้ว Award 2019 : รางวัลรถยนต์ขวัญใจ Carsideteam ประจำปี 2019

0
694

หลังจากที่ “ขับแล้ว Award 2018” ได้ประกาศรางวัลไปเป็นที่เรียบร้อย
แล้วมีกระแสกันอยู่พอสมควร แน่นอนว่า Carsideteam ยังคงจัดปีที่ 2 กันต่อไป
โดยคราวนี้มาพร้อมกับรางวัลที่มากกว่าเดิม! ผู้ท้าชิงเยอะขึ้น!! และที่สำคัญ
งานนี้มีค่ายที่ร่วมรางวัลเยอะขึ้น!!! เรียกได้ว่า จัดหนักจัดเต็มกว่าเดิมเลยทีเดียว!!!!

รถที่มาเข้าชิงเป็นรถยนต์ที่ทดสอบแบบเต็มรูปแบบ (Carsideteam-LONG)
ในช่วงวันที่ 15 ธันวาคม 2561 ถึง
14 ธันวาคม 2562 เท่านั้น หลังจากนี้
อาจจะตัดมาชิงรางวัลปีหน้าแทน

รถที่เข้าชิงรางวัลมีเยอะถึง 19 รุ่น เยอะกว่าเดิมถึง 10 รุ่น โดยมีรถที่เข้าชิงรางวัลดังต่อไปนี้

  • Ford Everest 2.0 Bi-Turbo
  • Toyota Camry Hybrid 2.5 HV Premiem
  • Mitsubishi Xpander 1.5 GT-P
  • Toyota C-HR 1.8 MID
  • Ford Ranger Raptor 2.0 Bi-Turbo
  • Suzuki Ertiga 1.5 GLX
  • Isuzu Mu-X The ONYX
  • Nissan X-trail 2.5 VL 4WD
  • Mitsubishi Triton 4×4
  • Honda Accord 1.5 EL Turbo
  • Toyota Fortuner TRD Sportivo II
  • Honda Civic 1.5 Turbo RS
  • Ford Ranger Wildtrak 2.0 Bi-Turbo
  • Honda Accord Hybrid 2.0 HV Tech
  • Volvo XC90 Plug-in Hybrid
  • All New Mazda 3 2.0 SP Sedan
  • Mitsubishi Pajero Sport 2.4 GT-P
  • All New Isuzu D-Max V-Cross 3.0 M
  • Ford Ranger FX-4 2.2 L

รถที่เข้าร่วมชิงรางวัลเยอะขนาดนี้ มาดูกันว่าคันที่โชคดีในแต่ละรางวัลเป็นอย่างไร


รางวัล “แรงจนจดหมายรักถามหา”
ได้แก่ Volvo XC90 Plug-in Hybrid
และ Toyota Camry Hybrid 2.5 HV Premiem

ประเดิมราวัลแรกมีรถได้รางวัลถึง 2 คันเลยทีเดียว เริ่มจาก Volvo XC90 ซึ่งเป็นรถหรูคันแรกในเวป
ที่ได้ลองขับแบบเต็มตัว ด้วยความที่เป็น Plug-In Hybrid ทำให้ใช้กำลังไฟฟ้าล้วนๆได้มากกว่า
ซึ่งพลังงานไฟฟ้าแรงกว่าน้ำมันชัดเจน (พิสูจน์จากรถส่วนตัวของผม ฮ่าๆ) ขณะที่ Camry Hybrid
นั้นด้วยเครื่องยนต์ Hybrid เป็นแบบ Dynamic Force เต็มรูปแบบ แม้ว่าอัตราเร่งตอนต้นจะอืด
ตามสไตล์ Toyota ยุคปัจจุบัน แต่หลังจากนี้คือเรี่ยวแรงมันๆเน้นๆ นอกจาก 2 รุ่นนี้แล้วยังมี
คู่หู 1.5 VTEC Turbo ทั้ง Accord และ Civic ด้วยนะเออ

Naow27 Comment : เหตุผลที่เลือก Camry Hybrid เพราะตัวเลขอัตราเร่งไม่เคยโกหกใคร
(ถ้าไม่เทสผิดพลาด) อันที่จริงรุ่นที่แล้ว ก็ทำได้เร็วอยู่แล้ว มารุ่นนี้แรงขึ้น ไวขึ้นกว่าเดิม ด้วยอนิสงค์
TNGA และระบบ Hybrid อันลือลั่น ทำให้คนที่ได้ขับรถคันนี้เหยียบไปถึง 120-140 กม./ชม.
ได้อย่างรวดเร็ว ขณะที่ Volvo XC90 คันนี้พละกำลังมหาศาลถึง 407 แรงม้า แม้ตัวรถจะหนักเอาเรื่อง
แต่ด้วยระบบ Hybrid พ่วง Turbocharge เพียงเหยียบคันเร่งลงไป ตัวรถก็จะค่อยๆพุ่งทะยาน
ไปอย่างรวดเร็ว จึงไม่แปลกที่รถทั้ง 2 คันนี้ ได้รางวัลนี้ไปครอง

PunTam Comment : ผมเลือก Camry Hybrid เนื่องจากไม่น่าเชื่อว่า รถยนต์ Hybrid ในปัจจุบัน ไม่ได้เน้น
แค่เรื่องประหยัดน้ำมัน แต่อัตราเร่งที่แซบ ประกอบกับโครงสร้างทางวิศวกรรม TNGA ของ Toyota ที่ไม่ได้เป็น
แค่คำโฆษณา ทำให้การขับขี่ดีมากจนน่าตกใจ ถึงขนาดทะยานเข้าโค้งบนทางด่วนได้ถึง 170 กม./ชม.
บนช่วงต่อระหว่างจตุโชค-เกษตรนวมินทร์ และ Top Speed ไปได้ถึง 200 กม./ชม. ทั้งที่แบกทีมงานบนรถเต็มคัน โดยที่ตัวรถนิ่งกริ๊ป แต่ความมั่นใจที่มี หายหมดเพราะตำแหน่งไฟหน้าที่ต่ำไปนิด เลยทำให้มองเส้นทางลำบากในตอนกลางคืนแค่นั้นเองครับ

Army_Nut Comment : นัทตี้เลือก Camry Hybrid เพราะเป็นรถที่นัทตี้ประทับใจมาก เพราะเมื่อก้าวขา
ขึ้นไปนั่งเป็นผู้โดยสาร รู้สึกได้ถึงความเเรงที่คุมได้ เเละยิ่งเป็นช่วงความเร็วสูงเเล้วรู้สึกได้ถึงช่วงล่างที่นิ่งในช่วง
ความเร็วสูงเเล้วยิ่งเกาะหนึบได้ดีมาก จึงไม่แปลกใจที่จะได้รางวัลนี้ไปค่าาา


 


รางวัล “ประหยัดจนต้องกราบ”
ได้แก่ All New Isuzu D-Max V-Cross 3.0 M
และ Toyota Camry Hybrid 2.5 HV Premiem

เปิดตัวไม่นานนักสำหรับ Isuzu D-Max โฉมใหม่ที่พลิกโลกจนประหยัดที่สุดในกลุ่มด้วยอัตราสิ้นเปลือง 12.87 กม./ลิตร จนเป็นกระบะที่ขายความประหยัดไปโดยปริยาย ส่วนอีกรุ่นนั้น นอกจากจะได้รางวัลแรงสุดแล้ว
ยังได้รางวัลประหยัดสุดอีกด้วย ซึ่งเป็น Camry รุ่นแรกที่ทำอัตราสิ้นเปลืองแตะเลข 2 จนได้ (21.05 กม./ลิตร)
ส่วนรุ่นอื่นๆมีทั้ง Accord HV TECH และ C-HR 1.8 MID แต่ยอมรับว่า Camry คะแนนสูงกว่าจริงๆ

Naow27 Comment : ผมจิ้ม Camry Hybrid โดยทันที ด้วยเหตุผลคือตัวเลข
อัตราสิ้นเปลืองมันชัดเจนอยู่แล้ว ประหยัดที่สุดในกลุ่ม D-segment และประหยัดสุด
ในรถที่เราทดสอบในปี 2019 ความ Toyota ยังคงรักษาคุณงามความดีของระบบ Hybrid
ได้อยู่ เพิ่มเติมคือ TNGA ที่ทำให้การขับขี่สนุกขึ้น จึงเหมาะสมที่จะได้รางวัลนี้ไป

แต่ที่เซอร์ไพรส์เห็นจะเป็น Isuzu D-max ที่ได้รางวัลควบด้วย เอาจริงๆ มันคือจุดขาย
ของ Isuzu เลยก็ว่าได้ในเรื่องประหยัดน้ำมัน โดยเฉพาะเครื่องยนต์ 3.0 ลิตรตัวใหม่
จากที่เราทดสอบผลออกมาคือตัวเลขอยู่ที่ 12.87 กม./ล. ถือว่าประหยัดสุดในกลุ่ม
รถกระบะขับเคลื่อน 4 ล้อ

PunTam Comment : ผมเลือก Camry Hybrid ด้วยเหตุผลที่ว่า Toyota ในยุคปัจจุบัน สามารถต่อรอง
ทุกสิ่งในตัวรถ ทั้งความแรงที่มหาแรง ประหยัดถ้าหากขับขี่แบบสันติ นั่งสบาย ช่วงล่าง พวงมาลัยที่ปรับมาได้
แบบกลมกล่อม สบายและสนุกในเวลาเดียวกัน และเมื่อเทียบกับราคาที่ตั้ง กับสิ่งที่ได้ คนบางกลุ่มที่มีกำลังทรัพย์
อาจหันไปหา Premium Brand ก็เยอะ แต่ถ้าซื้อความสบายในอนาคต ทั้งราคาค่าซ่อมและจุกจิกของตัวรถ
ผมว่า Camry TNGA รุ่นปัจจุบัน ตอบโจทย์ในการใช้งาน และภาพลักษณ์ก็ดูดีใช่หยอกครับ

Army_Nut Comment : Toyota Camry Hybrid เป็นอีกหนึ่งคันที่ถ้าต้องเอามาใช้งานขับในเมือง
กรุงเทพฯ ที่การจราจรติดขัดเป็นอับดับต้น ๆ เเล้วนั้น จะเป็นอีกตัวเลือกหนึ่งเเน่นอน เพราะความประหยัดบวก
กับความเเรงที่ผสานกันระหว่างเครื่องยนต์เเละเเบตเตอร์รี่เเล้วทำให้หมดห่วงในเรื่องค่าน้ำมันอย่างเน่นอน

รางวัล “กินจุขนาดนี้ ไม่น่ากินจุ๊บจิ๊บ กินจุ๊บจิ๊บ กินจุ๊บ กินจิ๊บ กินจุ๊บจิบ”
ได้แก่ Ford Everest 2.0 Bi-Turbo

แม้ว่าจะเปลี่ยนเครื่องยนต์จาก 3.2 ลิตร 5 สูบเป็น 2.0 ลิตร Bi-Turbo นั้นแม้จะแรงขึ้น แต่อัตราสิ้นเปลือง
ยังคงรักษาเอกลักษณ์กินแหลกเช่นเคย เรียกได้ว่าทุนไม่หนาจริงอาจจะหนีไปก็ได้นะ ส่วนรุ่นอื่นๆ มีทั้ง
X-Trail 2.5, Fortuner TRD ขับ 2, Ranger Raptor และ C-HR 1.8 MID

Naow27 Comment : เป็นรถ PPV ที่ขับดีลำดับต้นๆ ของกลุ่มไปแล้ว สำหรับ
Ford Everest แม้จะเปลี่ยนขุมพลังเป็น 2.0 Bi-Turbo 213 แรงม้า ในแง่อัตราสิ้นเปลือง
ใช่มันประหยัดขึ้นกว่า 3.2 ลิตร แต่เมื่อขับทางไกล กลับกลายเป็นว่ามันสูบพอๆกับเครื่องตัวเดิม
ซะงั้น เอาเป็นว่าถ้าใครมีชอบและมีค่าน้ำมันมากพอ สู่ขอเลย

PunTam Comment : เนื่องจากที่ผม ต้องรับคันนี้ไปถ่ายรูปต่อจาก Naow27 ถึงทำให้รู้ว่า การขับจากกรุงเทพ-อ่างเก็บน้ำบางพระ ไปกลับ ใช้น้ำมันไปเกือบครึ่งถัง ซึ่งเอาเข้าจริง หากขับพฤติกรรมเดียวกับเครื่องยนต์ 3.2 ลิตรเดิม แทบไม่ได้มีความแตกต่างกันแต่อย่างใด นอกนั้นความดีงามยังอยู่ครบ แต่อาจปรับบางอย่างที่ขัดใจคนชอบขับรถออกไป และเพิ่มความเป็นรถตลาดเพื่อเอาใจคนส่วนใหญ่มากขึ้นครับ

Army_Nut Comment : จริง ๆ เเล้วรุ่นนี้เป็นรถที่นัทตี้ประทับใจในเรื่องของการควบคุมของพวงมาลัย
ไฟฟ้าเป็นอย่างมาก ถึงเเม้ว่าคนขับอย่างเราจะเป็นกะเทยตัวเล็ก ๆ ก็สามารถควบคุมรถไซส์ยักษ์ได้เเทบไม่มี
ปัญหาเเละยิ่งถ้าใคร No สน No แคร์ ในเรื่องของความเเรงที่ต้องเเลกมาพร้อมค่าน้ำมันเเล้ว คันนี้อาจจะเป็น
อีกตัวเลือกหนึ่งได้นะคะ



รางวัล “กว้างกว่านี้ก็สนามบินแล้ว”
ได้แก่ Suzuki Ertiga 1.5 GX

สำหรับหัวข้อนี้มีความหลากหลายมาก ไม่ว่าจะเป็น Xpander,Everest,Pajero Sport Ertiga จนจะ
มอบรางวัลควบ 5 คันไปแล้ว จนในที่สุด Ertiga มาพลิกผันในช่วงโค้งสุดท้ายพอดี ซึ่งยอมรับว่าเป็น
มินิแวนขนาดเล็ก แต่พื้นที่ใช้สอยถือว่ากว้างสมราคา แม้ว่าจะมีรุ่นอื่นที่กว้างกว่านี้ แต่ต้องยอมรับว่า
ในย่านราคานี้ ยังไม่มีรุ่นไหนกว้างได้เท่านี้อีกแล้ว แม้จะเป็น Nissan Note ก็ตาม

Naow27 Comment : Suzuki Ertiga คือรถที่สร้างเซอร์ไพรส์สำหรับผมมากๆ ไม่คิดว่า
รถ Mini-MPV จะขับขี่ได้สนุก และมั่นใจกว่าเพื่อนในท้องตลาดได้ขนาดนี้ ในด้าน
อรรถประโยชน์ Ertiga ถือว่ากว้างและตอบโจทย์มากๆ จะขาดเพียงฟังก์ชั่นที่ให้มาน้อยไปหน่อย
แต่เพื่อราคาที่น่ารัก Suzuki ย่อมต้องทำ ถึงกระนั้นความกว้างกว่านี้ก็สนามบินแล้ว ต้องยกให้คันนี้จริงๆ ครับ

PunTam Comment : ถีงแม้ว่าข้าวของที่ให้ อาจจะน้อยไปซักนิดเมื่อเทียบกับคู่แข่งอย่าง Xpander ก็ตาม
แต่ด้วนราคาเริ่มต้นที่เร้าใจ และห้องโดยสารที่กว้างสบาย ก็ทำให้ Ertiga ที่รถที่เราลงความเห็นว่า สามารถขับไปเที่ยวได้โดยไม่ต้องเช้าเต๊นท์นอน และสำหรับการขับขี่แบบปุถุชนธรรมดา ก็ถือว่าเพียงพอแล้วกับการเป็นรถจ่ายกับข้าว ขับส่งลูกไปโรงเรียน และไปต่างจังหวัดโดยไม่ได้เร่งรีบนักครับ

Army_Nut Comment : เป็นรถที่คิดไว้ว่าถ้าจะต้องชื้อมาใช้ในครอบครัวนั้น Suzuki Ertiga ถือได้ว่า
เป็นรถครอบครัวที่กว้างขวางมาก ถ้ายิ่งคุณมีครอบครัวเเล้วยิ่งต้องพาลูกๆไปโรงเรียน เเละไม่ได้ต้องการรถที่
ใหญ่โตเสมือนรถตู้เเล้วคันนี้คือคำตอบที่สุดเลย!!



รางวัล “หนึบขนาดนี้ กาวลาเท็กซ์ยังเรียกพี่”
ได้แก่ All New Mazda 3 2.0 SP Sedan

เป็นรถที่ลงคะแนนร่วมกันเกือบเอกฉันท์ด้วยคะแนนถึง 5 เสียงสำหรับ Mazda 3 2.0 โฉมใหม่
แม้ว่าจะเปลี่ยนจากช่วงล่างอิสระมาเป็นแบบคานบิด แต่ก็ไม่ทำให้คุณงามความดีลดลงกว่า
รุ่นเดิมแต่อย่างใด และยังคงเป็นรถที่มีช่วงล่างดีที่สุดในกลุ่มอีกด้วย ทว่า อีกไม่กี่เสียงก็ยังเลือกคู่หู
TNGA อย่าง C-HR และ Camry Hybrid มาจนได้ (ยกคุณงามความดี TNGA ไปเลยเต็มๆ)

Naow27 Comment : เป็นรถยนต์ที่ถูกกล่าวถึงที่สุดในปี 2019 ไม่ว่าจะดีไซน์ ออปชั่น
ราคา และ การขับขี่ ที่เรียกได้ว่ามั่นใจโคตรๆ รถอะไร๊ สามารถเข้าโค้งได้ในความเร็วมากกว่า
110 กม./ชม. แล้วรถยังนิ่ง ถึงขั้นอุทานด้วยคำว่า จระเข้ผสมพันธุ์!!! ยอมใจในเรื่องการทำช่วงล่าง
ที่แม้จะมีคนบอกว่า คานแข็งจะดีเหรอออ ดีจริงๆ ถ้าไม่เชื่อไปลองขับด้วยตัวเองดูครับ

PunTam Comment : เป็นรถที่มีโอกาสขับแล้ว สนุกที่สิ่ง พวงมาลัย ช่วงล่าง ถูกใจที่สุดในกลุ่มที่สุด
ข้าวของที่ให้ สมราคาทุกสิ่ง และที่น่าตกใจคือ ห้องโดยสารตอนหลังถึงแม้จะแคบ แต่ตำแหน่งความสูง
ของรองนั่งที่เตี้ยกว่า และความถี่ที่ทำให้อาการเมารถน้อยกว่า Corolla Altis TNGA อย่างชัดเจน
และถึงแม้ว่าช่วงล่างหลังจะเป็นคานบิด แต่ครับ อย่าลืมว่า ภาระใต้สปริงน้อยลง รถเกาะถนนเหมือนเดิม
จะมีแค่เรื่องพละกำลังที่อืดไปหน่อย แต่ไม่ได้น่าเกลียดจนรับไม่ได้ ถ้าแรงอีกนิดให้รถรู้สึกระชับกระเฉงกว่านี้
ก็เพียงพอและไม่มีข้อติติงแต่อย่างใดครับ

Army_Nut Comment : Mazda 3 Sedan เป็นอีกคันหนึ่งที่นัทตี้ได้นั่งเป็นผู้โดยสารเเล้วยังรู้สึกประทับใจ
มาก ๆ เป็นรถที่ทำช่วงล่างออกมาได้นิ่ง เวลาเข้าโค้งหรือมีเหตุการณ์ไม่คาดฝันที่จะต้องหลบหลีกสิ่งกีดขวางเเล้ว
เจ้าคันนี้ก็สามารถทำผลงานได้ออกมาอย่างโดดเด่นเลย ใครที่ได้มองเจ้าคันนี้บอกเลยนะคะว่า คุณจะหลงรัก
Mazda 3 Sedan นี้โดยไม่รู้ตัว



รางวัล “หรูหราจนน่าถนอมเก็บไว้”
ได้แก่ Volvo XC90 Plug-in Hybrid

มติเป็นเอกฉันท์ที่แท้ทรูสำหรับ Volvo XC90 ในความเห็นผมนั้น XC90 เป็นรถ Crossover เรือธง
ประจำค่ายที่ให้ครบทุกอย่าง ทั้งงานออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์ไม่ว่าจะเป็นกระจังหน้าแนวทั้ง ไฟหรี่ทรงค้อน
ภายในเรียบง่ายมากๆเพราะมีจอใหญ่ๆกับปุ่มเล็กน้อย ขุมพลังสุดล้ำ และระบบความปลอดภัยครบสุดๆ
เรียกได้ว่า หรูหรามาเห่าสุดในกลุ่ม เลยทีเดียว

Naow27 Comment : หรูหราที่สุดในบรรดารถทดสอบ Carsideteam กับราคา 4.7 ล้านบาท
กับของที่ให้มาเรียกได้ว่า สมราคา ไม่ว่าจะเป็นคอนโซลภายในตกแต่งลายไม้ เครื่องเสียง
B&W Panoramic Sunroof ฯลฯ วัสดุที่เลือกใช้คือดี แพง รางวัลนี้จึงเหมาะสมกับรถรุ่นนี้ที่สุด

PunTam Comment : เนื่องจากเป็น Premium Brand ที่ยินดีให้รถทางเรามาทดสอบ (ถือโอกาสขอบพระคุณอย่างสูงที่ให้โอกาสนี้กับเราครับ) ภายในของ Volvo XC90 นั้น นุ่มนวลชวนฝัน และใช้วัสดุทุกส่วน
ได้สมราคาของตัวรถ ทั้งการออกแบบและสัมผัสงานที่ดีมากๆ จึงไม่แปลกใจว่า ทำไมรางวัลนี้จึงเป็นของ XC90 ครับ

Army_Nut Comment : ได้เเค่มองเเล้วก็ฝันไปหรือเปล่า สำหรับ Volvo XC90 ที่ Carsideteam ได้รับ
มาในครั้งนี้ ถือได้ว่าเป็นรถยนต์ที่จัดเต็มทั้งฟังชั่นการใช้งานเเละระบบความปลอดภัยเเบบจัดเต็มในฉบับเเบบ Volvo ภายในหรูหรานั่งสบาย หน้าจอมัลติฟังชั่นที่สามารถปรับเเต่งเเละควบคุบได้ทั้งคันในหน้าจอเดียว
เปรียบเสมือนว่า กำลังนังอยู่บนเครื่องบินในชั้น Business Class เลยทีเดียวนะคะ


หลังจากประกาศย่อยไปแล้ว คราวนี้ก็ถึงรางวัล 5 รุ่นที่ดีที่สุดประจำปี 2019

การวัดคะแนนนั้น วัดจากไล่รถที่ชอบมา 5 อันดับจากมากสุดไปน้อยสุด โดยมีคะแนนดังนี้

อันดับ 1 = 5 คะแนน , อันดับ 2 = 4 คะแนน,อันดับ 3 = 3 คะแนน อันดับ 4 = 2 คะแนน
และอันดับ 5 = 1 คะแนน (คะแนนเต็ม 30 คะแนน) เมื่อเอารถแต่ละรุ่นมารวมคะแนนกัน พบว่า
บางรุ่นได้คะแนนแบบตามคาด แต่บางรุ่นที่คาดว่าไม่น่าจะได้ กลับได้เสียอย่างนั้น ซึ่งรถ 5 คันแรก
ที่ได้คะแนนสูงสุด มีดังต่อไปนี้


อันดับ 5 : Honda Accord 1.5 EL Turbo (7 คะแนน)

เริ่มจาก D-Segment เครื่องเบนซินรุ่นใหม่ล่าสุดจาก Honda ถึงงานออกแบบจะเอาในชาวอเมริกันสุดกู่
แต่ภายในจัดวางคอนโซลได้น่าใช้มาก จุดเด่นอยู่ที่สมรรณะของเครื่องยนต์ Turbo ที่สอนว่าแม้เครื่องจะเล็ก
พอเปลี่ยนเทคโนโลยีแบบเต็มเหนี่ยวก็ทำให้แรงได้ ทว่า ออปชั่นที่ให้มานั้น C-Segment บางรุ่นให้มา
เยอะกว่านี้เสียด้วยซ้ำ (ซึ่ง Accord เคยชนะ Camry เพราะออปชั่นแบบจัดเต็มในราคาพอๆกันด้วยนะ)

Naow27 Comment : Honda Accord Turbo เป็นรถที่ขับสนุก แม้จะไม่ได้เฟี้ยวฟ้าว
เหมือน Camry Hybrid แต่เสน่ห์ของคันนี้คือความดุดันที่แอบแฝงเรือนร่างอันสุภาพ
พอกดคันเร่งเต็ม กำลังเครื่องปล่อยได้อย่างนุ่มนวลแต่แรง ยิ่งความเร็วสูงสามารถพาไปได้
อย่างลื่นไหล รวมทั้งช่วงล่างที่มั่นใจได้ เพียงแต่ออปชั่นที่จัดมานั้นน้อยไปหน่อยนะ

PunTam Comment : เป็นรถที่ออกตัวอาจจะไม่ได้ว้าวอะไร แต่ถ้าเป็นคนขับทางไกลบ่อยๆ บอกเลย
ว่า รักเจ้านี่แน่นอน เพราะพอความเร็วพ้น 120 กม./ชม.ไปแล้ว ไหลมาท่วมท้นเหมือนน้ำป้าไหลหลาก
ความสนุกในการขับขี่มาแบบรถใหญ่ จนรู้สึกหลงเสน่ห์ของเครื่องยนต์ตัวนี้ไปแล้ว ถึงแม้ว่าเครื่องยนต์
จะมีความจุแค่ 1.5 ลิตร แต่ด้วยเทอร์โบที่มีความแตกต่างจาก Civic Turbo RS จึงทำให้นิสัยของรถ
แตกต่างกันมาก ซึ่งการปรับจูนแบบนี้ เหมาะแล้วกับลักษณะของตัวรถ นอกนั้นภาพรวมจัดว่าอยู่กลางๆ
ไม่ได้มีอะไรโดดเด่นทั้งงานออกแบบ ช่วงล่าง พวงมาลัย ก็ยังไม่ถึงขึ้นประทับใจครับ

Army_Nut Comment : ค่ายรถยนต์จากแดนอาทิตย์อุทัยในช่วงเปิดตัว ณ ต่างประเทศ ภายนอก
ของตัวรถนั้นมาในฉบับที่ดูเรียบ ๆ มีเหลี่ยมมีคมบ้าง เเต่ไม่เยอะเหมือนรุ่นก่อน ๆ ภายในนั้นพอเข้าไป
แล้วรู้สึกสบาย ไม่กว้างไม่แคบจนเกินไป บวกกับระบบเครื่องเสียงที่มีระบบการเชื่อมต่อให้เยอะดี ระบบ
ความปลอดภัยต่าง ๆ ที่ทาง Honda จัดมาให้ ก็ถือว่าอยู่ในระดับดีเเต่ยังดีไม่สุดถ้าเทียบกับเพื่อนบ้าน
อีกเจ้าหนึ่งนะคะ

อันดับ 4 : Toyota Camry Hybrid 2.5 HV Premium (9 คะแนน)

แปลกใจเหมือนกันว่า Accord Hybrid ที่มาพร้อมกับออปชั่นแน่นเต็มสูบ และเครื่องยนต์ที่แรงกว่า
ทำไมเอาชะไม่ได้ แน่นอนว่า Camry ไม่ได้เน้นสมรรถนะและออปชั่นแบบจัดเต็มสุดๆ แต่ในภาพรวม
ถือว่าตอบสนองได้รอบด้านมากกว่า อาทิ ห้องโดยสารที่นั่งสบายกว่า อุปกรณ์มาตรฐานที่เอาใจลูกค้า
โซนเอเชียมากกว่า (อุปกรณ์ความสะดวกสบายต้องจัดหนักให้สมกับรถราคาหลักล้าน) สมรรถนะ
ที่ดีไม่แพ้ใคร (แหงสิ ได้รางวัลควบไปทั้งเรื่องความแรงและประหยัดเลยนี่นา) แต่ที่ปรับปรุงคือ
เอาความหรูหรากลับมาให้ทีเถิด และปรับออปชั่นให้ไม่น้อยหน้า Altis ด้วยก็ยังดีนะ

Naow27 Comment : เราจะแกล้ง Honda Accord กันใช่ไหมมม ฮ่าๆ ด้วยคะแนน
ที่ทีมงานลงให้นั้น ไม่ได้มีอะไรแอบแฝงแต่อย่างใด ไม่มีใครยัดเงินใต้โต๊ะให้ แต่ด้วยการเซท
การขับขี่ของ Toyota Camry Hybrid รุ่นนี้ ทำออกมาได้น่าประทับใจมากๆ ทุกอย่างเซท
ได้อย่างลงตัว ขับสนุก แรงติดตีน ช่วงล่างนิ่ง เกาะแน่น ชนิดที่ฟัดกับ Jaguar F-Type ได้สบาย
ไม่แปลกใจที่ทีมลงคะแนนให้กับคันนี้

PunTam Comment : ถ้าหากใน D-Segment ฝั่งญี่ปุ่นทั้งหมด ผมจะเลือกคันนี้ หากเป็นรุ่น Plug-in
Hybrid เพราะทุกอย่างถือว่า Perfect มาก ไม่น่าเชื่อว่ารถที่มีหน้าตาค่อนไปทางผู้ใหญ่แบบนี้ จะมีช่วงล่าง
พวงมาลัย เบรก ที่แจ๋วแบบนี้ เครื่องยนต์ที่ตอบสนองได้อย่างทันใจและทะยานความเร็วไปได้ถึง 200 กม./ชม
บนทางด่วน ทั้งที่แบกน้ำหนักคน 5 คนเต็มห้องโดยสาร จนหนึ่งในทีมงาน ต้องสวดมนต์ร้องขอชีวิตในขณะที่ผมเอง
ซึ่งเป็นผู้ขับขี่ พาเข้าโค้งระหว่างทางด่วนเกษตร-นวมินทร์ต่อไปยังสุขุมวิท 50 เพื่อรีบไปส่งสมาชิกแต่ละคนให้ถึงบ้านไม่ดึกนักหลังจากไปทำงานร่วมกันจนดึก รู้สึกประทับมาก หากในอนาคตมีรุ่น Plug-In Hybrid ที่สามารถชาร์จไฟฟ้าได้เองผ่าน Wallbox ที่บ้าน ผมว่าความสนุกจากเดิมที่ดีขนาดนี้ คงจะสนุกมากกว่าเดิมแน่นอน

Army_Nut Comment : เป็นรถที่มองดูภายนอกครั้งเเรกเเล้วมันดูไม่ว๊าวสักเท่าไหรเลย เพราะด้วยหน้าตา
ที่ยังมีเส้นสายเหมือนกับรุ่นเดิม ๆ ไม่มีอะไรเปลี่ยนเท่าไหร เเต่พอได้เปิดประตูดูภายในเเล้วเเละเข้าไปนั่งพร้อม
กับคาดเข็มขัดนิรภัยเเล้ว เรียกได้เหยียบคันเร่งปุ๊บ!! มันได้ทะยานไปสู่ความเร็วที่บอกเลยว่ามันส์มากกก เเละ
เเทบไม่มีอาการดิ้นให้คนนั่งต้องขวัญผวาหนีกระเจิง (ยกเว้นก็ทีมงานคนหนึ่งที่ถึงกับพนมมือเลยทีเดียว) ถ้า
คุณเป็นอีกคนหนึ่งที่ต้องการรถที่ตอบสนองเร็วเเละประหยัด Toyota Camry Hybrid ถือเป็นอีกหนึ่งตัวเลือก
ที่น่าสนใจมากค่ะ

 

อันดับ 3 : Volvo XC90 Plug-in Hybrid (10 คะแนน)

ไม่แปลกใจที่เข้ามาเป็น 5 อันดับแรกสำหรับรถยนต์ Premium หนึ่งเดียวของเวทีนี้ ด้วยความที่เป็น
รถที่แพงหลักหลายล้าน ทำให้หลายๆอย่างต้องทำให้สมราคา อาทิ งานออกแบบภายนอกที่เป็นเอกลักษณ์
วัสดุภายในที่ดูดี เช่นดียวกับเครื่องเสียงที่คุณภาพยอดเยี่ยม เบาะนั่งที่สบายสไตล์รถ SUV เรือธง
พร้อมเครื่องยนต์ที่ให้ได้ทั้งความแรงและประหยัดตามมาจรฐานของรถยนต์ Plug-in สมัยนี้ส่วนข้อเสีย
อาจจะเป็นงานออกแบบภายในที่ดูขัดตาเล็กน้อย แต่ในมุมมองคนอื่นนั้นเป็นอย่างไร เชิญชมได้ครับ

Naow27 Comment : รถที่แพงที่สุดเท่าที่ Carsideteam เคยทดสอบ ด้วยราคา 4.7 ล้านกว่าบาท
คุณจะได้ออปชั่นที่หรูสมราคาทั้งการตกแต่งวัสดุสุดแพง เครื่องเสียงคุณภาพดีมาก และความปลอดภัย
ที่ครบครันที่สุด ด้านขุมพลังเป็นระบบ Plug-in Hybrid อัตราเร่งที่ได้ มีความแรงจัดจ้าน แต่สุภาพนุ่มนวล
ส่วนการขับขี่เป็นรถครอบครัวที่สามารถเฟี้ยวและเป็นมิตรกับคนในบ้านได้ โดยมีโหมดให้เลือกหลากหลาย
กระนั้นถ้าคุณเบื่อกับหนุ่มสปอร์ตจากเยอรมัน ลองมาคบพ่อบ้านสวีเดนก็ไม่เลวนะ

PunTam Comment : เนื่องจากในช่วงเวลาที่ทีมงานรับงานรับรถมานั้น ผมไม่ได้อยู่ด้วย จะขออนุญาต
ในความเห็นในส่วนของตัวรถที่ไม่เกี่ยวข้องกับการขับขี่ แน่นอนครับ คนเห็นสเปกแล้ว 407 แรงม้า จากทั้ง NAOW27 และ BellzonaPT ทั้งคู่นอนยันว่า “แรงมาก” แรงจนระวังการใช้คันเร่งขณะขับขี่ปกติ
ภายในที่สวยสมราคา ตรงนี้ผมได้มีโอกาสไปดูตัวจริงแล้ว คุณภาพวัสดุตัวรถ ดีมาก ให้สัมผัสที่ดี แตกต่างกับ
Premium Brand บางเจ้าที่ประกอบในประเทศเสียอีก ในราคาเท่านี้ กับสิ่งที่ได้ ทั้งความแรง หรูหรา สบาย
หากไม่แคร์ค่าซ่อม เพราะแพงกว่า Premium Brand เจ้าตลาด แต่ถ้าข้อเสียที่ว่ามา ไม่ใช่ปัญหาของท่าน
นี่แหละครับ คือรถที่เหมาะสมกับท่านครับ

Army_Nut Comment : Volvo XC90 Plug-in Hybrid เป็นอีกคันหนึ่งที่ได้รับรถมาทดสอบเเล้ว
รู้สึกถึงความพรีเมี่ยม หรูหรามาก บอกเลยนะจ๊ะว่าถ้าได้ครอบครองรถคันนี้เเล้ว คุณจะรู้สึกหลงรักมันจนไม่
อยากจะไปขับคันอื่นเเน่นอน ที่ Army_Nut พูดเเบบนี้เพราะมันสบายเเละกว้างมาก อุปกรณ์เเละระบบความ
ปลอดภัยมาในฉบับของ Volvo จะทำให้ทุกคนเหมือนอยู่ในชั้น Business Class ของสายการบินเลยจ้า

อันดับ 2 : Ford Ranger Raptor 2.0 Bi-Turbo (18 คะแนน)

จากความพยายามที่จะทำรถกระบะให้แตกต่างจากที่ขายอยู่ทั่วไป ทั้งภายนอกที่ดิบไม่แพ้กระบะรุ่นยักษ์
ภายในที่รักษาความเป็นมิตรไว้อยู่ เครื่องยนต์ที่ใช้ตัวแรงสุด ในรุ่นแรกๆยังไม่มีออปชั่นความปลอดภัย
มากพอเมื่อเทียบกับรุ่น Wildtrak แต่มีสติ๊กเกอร์มาให้แทน (เพื่อ!!) แต่รุ่นหลัง ๆ Ford ได้ใส่มาให้
ตามคำเรียกร้อง มาพร้อมกับสีน้ำเงินที่ดูสปอร์ตขึ้น และถอดสติ๊กเกอร์ออกไป ทำให้ดูน่าใช้ชัดเจน
แต่ต้องแลกกับน้ำหนักที่มากขึ้นทำให้รถอืดลง และมาตรฐานของศูนย์กับ QC รถที่ยังน่าสงสัย

Naow27 Comment : โคตรชอบบบบบบบบบบบบบบ นี่คือความรู้สึกหลังจากได้ขับคันนี้
รถกระบะบ้าอะไรฟ่ะ ขับมันส์ชิบเปง คล่องตัวเกินคาด และสนุกกับการสาดโค้งบนทางฝุ่น
Ford Ranger Raptor คือรถกระบะที่มาพร้อมชุดแต่งที่เหนือกว่ารถกระบะทั่วไป ไม่ว่าจะเป็น
ช่วงล่างที่หยิบโช็คของ Fox ควบคู่กับยาง BF Goodrich ขนาด 17 นิ้ว แบบพิเศษ
อีกทั้งเครื่องยนต์และระบบส่งกำลังที่เพิ่มโหมดการขับขี่อีก 6 โหมด ดังนั้นถ้ากระโดดมาขับคันนี้
ใช้เวลาปรับตัวนิดหน่อย คุณจะ Enjoy กับรถคันนี้โดยทันที แต่เรื่องความทันใจอาจต้องทำใจ
เพราะน้ำหนักตัวรถที่มากถึง 2 ตัน ดังนั้นต้องแตะคันเร่งลงอีกนิดนึง ถึงกระนั้นถ้าคุณเป็นสายลุย
มาแต่ไหนแต่ไร แล้วเงินถึงแล้วละก็ สู่ขอคันนี้ครับ

PunTam Comment : โดยส่วนตัว เป็นคนชอบรถกระบะอยู่แล้ว เพราะด้วยปัจจุบันที่รถกระบะสามารถ
ใช้งานได้อเนกประสงค์มากกว่าแต่ก่อน และการมาของ Ranger Raptor ทำให้หลายค่ายเห็นแล้วว่าตลาด
Hi-Performance Pick-Up นั้น ดุเดือดขนาดไหน ท่านผู้อ่านลองดูซิครับว่า รถกระบะทุกวันนี้
แต่งกันหนักขนาดไหน บางคันแต่งกันแบบซื้อรถได้อีกหนึ่งคัน และนั่นแหละ คือสิ่งที่ Ford เห็น
และจากที่ผมเคยไปถามดีลเลอร์แล้วปรากฎว่า ยอดของ Ranger Raptor ในแต่ละเดือนนั้น ขี่กับรุ่นท็อป
อย่าง Wildtrak นั่นเพราะว่า ลูกค้าที่อยากได้รถกระบะที่ขับดี แต่งเสร็จครบทุกอย่างจากโรงงาน ยังมีอยู่จริง
แต่ความดีทั้งหมด สำหรับผมยังขาดข้อบกพร่องคือจังหวะออกตัวที่อืดไปหน่อย เนื่องจากต้องแบกน้ำหนักยาง
ที่ใหญ่รุ่นปกติถึง 3 นิ้ว หากอัตราเร่งดีกว่านี้ ก็แทบไม่มีอะไรจะติดแล้วครับ ดีงามขนาดนี้ ขาย 1.69 ล้าน
กำไรมีไหมเนี่ย

Army_Nut Comment : รถกระบะในตลาดบ้านเราก็มีอยู่ตั้งหลายรุ่น หลายเเบรนด์ เเต่เมื่อ Ford
นำเอา Ranger Raptor ลงมาเล่นในกลุ่ม Hi-Performance Pick-Up กับราคา 1,699,000 บาท
เพราะก็มีกลุ่มลูกค้าที่สนใจรถกระบะที่การขับขี่สนุก ควบคุมรถง่าย อุปกรณ์เเต่งครบจากโรงงาน เเละใคร
ที่เป็นสายบุกป่าฝ่าดงเเล้ว คันนี้ตอบสนองได้หมดเพราะช่วงล่างที่ได้ FOX มาด้วยบวกกับราคาเท่านี้เเล้ว
ชวนเพื่อนออกทริปไปกางเต็นท์นอนดูดาวที่ต่างจังหวัดกับคันนี้สบาย ๆ ได้อย่างเเน่นอน

อันดับ 1 : All New Mazda 3 2.0 SP Sedan (25 คะแนน)

คงไม่ต้องพูดอะไรมากสำหรับรถยนต์คันนี้ นอกจากจะได้รางวัลช่วงล่างดีที่สุดในกลุ่มแล้ว ยังมาพร้อมกับ
คุณงามความดีของรถที่อัดแน่นสุดๆ ทั้งงานออกแบบเรียบง่ายแต่ได้อารมณ์ทั้งหรูและสปอร์ต วัสดุภายใน
กับเครื่องเสียงดีที่สุดในกลุ่ม การขับขี่ที่ให้ครบทั้งความแรง ประหยัด มั่นใจ และหนักแน่น และระบบ
ความปลอดภัยที่ให้มาตามสมัยนิยม เพียงแต่ว่า ต้องรับให้ได้เรื่องความกว้างที่แคบตามมาตรฐาน
Mazda และศูนย์ที่ไว้ใจได้ค่อนข้างน้อยนิด เรียกได้ว่า ได้อันดับ 1 มาอย่างใสๆ

Naow27 Comment : Less is more คือคำนิยามที่ให้กับรถยนต์คันนี้ สำหรับ Mazda 3
ที่พัฒนาจากรุ่นเดิมแบบก้าวกระโดด พร้อมดีไซน์ที่เน้นเรียบแต่เหนือความคาดหมาย ด้านออปชั่นที่จัดมา
ถือว่าจัดหนักสุดในกลุ่มเดียวกัน อีกทั้งการขับขี่ที่ยังคงความสนุกได้อยู่เพิ่มเติมคือความมั่นใจที่มีมากขึ้น
กว่ารุ่นเดิม เมื่อทุกคนได้มีโอกาสลองขับรถคันนี้ต่างยกนิ้วโป้งให้กับคันนี้หมดเลย ไม่แปลกใจที่ได้อันดับ 1
จนทำให้ผมเริ่มคิดแล้วว่า ถ้ามีเงินก้อนหนึ่งรถยนต์นั่งที่จะซื้อก็คงเป็นคันนี้แหละ..

PunTam Comment : ไม่แปลกใจที่จะมาเป็นอันดับ 1 เพราะด้วยการขับขี่ที่ดีเสมอต้นเสมอปลาย
ทุกอย่างลงตัว พวงมาลัยการอัตราทดกระชับ คม ตอบสนองตามมือ ช่วงล่างที่เกาะถนนดีงามเกินคาด
และเก็บรอยต่อถนนความเร็วต่ำได้อยู่ในเกณฑ์ดี เครื่องยนต์ถึงแม้ว่าจะอืดไปนิด แต่พอลอยตัวไปแล้ว
ทุกอย่างลงตัวเสียจนไม่ต้องการสิ่งใดแล้ว นี่แหละครับ ทำไมพวกเราถึงยกตำแหน่งยืน 1 ของ ขับแล้ว
Award ครับ

Army_Nut Comment : All New Mazda 3 Sedan เป็นรถที่การออกเเบบภายนอกดูสวยงาม ด้วย
สไตล์ในการออกแบบจากแนวคิด Kodo : Soul of Motion ทีดูเเล้วมีเสน่ห์ทุกเวลาที่ได้มองคันนี้ บวกกับ
ภายในที่นั่งสบาย พร้อมลูกเล่นที่มีมาให้ครบทั้งเบาะไฟฟ้าทั้งฝั่งคนขับเเละฝั่งข้างคนขับ เครื่องเสียง Bose
เเละลดเสียงรบกวนจากภายนอก จึงไม่แปลกใจที่จะได้รางวัล “ขับแล้ว Award 2019” อันดับ 1 ไปครอง

และนี่คือ รางวัล ขับแล้ว Award 2019 ที่ได้แจกมาทั้งหมดนี้ ต้องขอบอกก่อนว่าทั้งหมดที่เห็นคือความเห็นของ Carsideteam เท่านั้น ฉะนั้นถ้าจะตัดสินจริงๆ เชิญไปลองขับตามโชว์รูมใกล้บ้านได้ท่าน ส่วนปี 2020 นั้น
จะมีรถยนต์รุ่นไหนเข้าชิงบ้าง และในปีต่อไปจะเปิดโอกาสให้คุณผู้อ่านมีส่วนร่วม แต่จะเป็นอย่างไร ติดตาม Carsideteam ได้ทุกช่องทาง ฝากให้กำลังใจ และแชร์ผลงานของพวกเราไปด้วยนะครับและเนื่องในวาระ
ขึ้นปีใหม่ ขอให้คุณผู้อ่านทุกท่าน
มีความสุขมากๆ สมหวังทุกประการมีเงินทองไหลมาเทมาได้ซื้อรถยนต์
ที่คุณชอบ
ไม่มีปัญหาจนเรียกขึ้นยานแม่โชคดีตลอดปี ตลอดไปนะครับ


เผยแพร่ครั้งแรก :4 มกราคม 2562
หากต้องการนำไปใช้นอกเหนือจากเผยแพร่ซ้ำ
กรุณาให้เครดิตภาพจากต้นฉบับทุกครั้ง

ติดตามข่าวสารได้ที่ www.carside.in.th
อัพเดททุกความเคลื่อนไหวโลกยานยนต์ได้ที่
facebook/instagram : carsideteam

Facebook Comments