ขับแล้ว Award 2018 : รางวัลรถยนต์ขวัญใจ Carsideteam ประจำปี 2018

896

แน่นอนว่าหลายๆที่มีการแจกรางวัลรถยนต์สาขาต่างๆมากมาย ซึ่งก็จำได้ไม่หมด ทาง
Carsideteam จึงเอากับเขาบ้าง!! แต่ครั้นจะแจกรางวัลแบบธรรมด๊า ธรรมดาก็ไม่ใช่เรา
เราจึงตั้งรางวัลนี้ว่า “ขับแล้ว Award” รางวัลที่เกิดขึ้น เพราะ Carsideteam ได้ทดลองขับ
รถยนต์หลากหลากรุ่นและยี่ห้อ บางคันทีมงานขับแล้วประทับใจ บางคันทีมงานขับแล้วส่ายหัว
รางวัลที่จึงถูกจัดอันดับโดยทีมงาน Carsideteam ทั้งหมด และรถยนต์ที่เข้าร่วมในปีแรกนี้
เป็นรถยนต์ที่ทดสอบแบบเต็มรูปแบบ (Check-in Drive) ในช่วงวันที่ 1 มกราคม ถึง 14 ธันวาคม 2561

สำหรับ ขับแล้ว Award  ในปีแรกนี้ มีรถทดสอบด้วยกันทั้งหมด 10 คัน ได้แก่
-Toyota Fortuner 2.4V 4WD 6AT
-Isuzu D-max Hi-Lander 4 Door 1.9 Z-Prestige 6AT
-Nissan Teana 2.0 XL CVT
-Toyota C-HR 1.8 HV Hi
-Suzuki Swift 1.2 GLX Navi CVT
-MG ZS 1.5 X Sunroof
-Honda Civic Hatchback 1.5 Turbo CVT
-Toyota Yaris ATIV 1.2 S Plus CVT
-Nissan Note 1.2 VL CVT MY2018
และ Nissan Terra 2.3 VL 4WD 7AT

สำหรับ ขับแล้ว Award ได้แบ่งสาขารางวัลออกเป็น  6 สาขาด้วยกัน และยังจัดอันดับ 5 รถยนต์
ที่ Carsideteam รู้สึกประทับใจและขับขี่ดีที่สุดในปี 2018 และ ทางทีมงานได้มีการลงคะแนน
ในช่วง 1 สัปดาห์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และก็ถึงเวลาประกาศผู้โชคดีกันแล้วครับ เชิญทุกท่าน
ชมผลการให้คะแนนได้ ณ บัดนี้


รางวัล “แรงจนจดหมายรักถามหา” ได้แก่ Honda Civic Hatchback 1.5 Turbo

ในช่วงหลายๆปีที่ผ่านมา C-Segment ได้กลับมามีเครื่องยนต์ Turbo อีกครั้ง แม้ว่า Nissan Sylphy
จะเป็นผู้เริ่มใช้เทอร์โบเป็นรายแรกๆ แต่รุ่นที่สามารถจุดกระแสเครื่อง Turbo ให้ดังได้คือ Civic
นอกจากนี้ยังเป็นการเสริมตัวถัง Hatchback เป็นครั้งแรกในรอบ 24 ปี (หลังจากที่รุ่น EG
ผลิตมาขายในไทย แถมขายดีอีกต่างหาก)

ถึงแม้ว่าตัว Takatojenrya24V จะยังไม่ได้ลองขับรุ่นนี้ด้วยซ้ำ แต่หลายๆเสียงยืนยันว่า
เครื่องแรงสะใจไม่แพ้รุ่นอื่นๆ ดังนั้น Civic Hatchback ชนะไปด้วยคะแนนถึง 4/6 คะแนน
(ส่วนรุ่นอื่นๆที่ติดเข้ามามีแค่ Nissan Terra ไม่แปลกเพราะเป็นเครื่อง 2.3 เทอร์โบคู่
และ Toyota C-HR 1.8 Hybrid Hi)

Naow27 : “แรงจนจดหมายรัก” ถ้าให้นิยามของผมคือรถมันแรงทั้งในแง่ของตัวเลขที่ออกมาจากการทดสอบ
และแรงจนสัมผัสได้จากการกระแทกคันเร่งทุกครั้ง แต่สำหรับ Honda Civic Hatchback คันนี้ เป็นรถที่แรง
แต่หลอกความรู้สึก เหมือนจะไม่แรงแต่งัดนาฬิกาข้อมือ (ที่แม่ซื้อให้) มาจับปุ๊ป ก็ถึงกับพูดว่า “ไม่ธรรมดา”
เอาจริงๆพ่วงกับรางวัล “ประหยัดได้โล่ห์ สาขา Turbo” เพราะนี้เป็นรถเครื่องยนต์เบนซิน Turbo เพียงไม่กี่คัน
ที่มีจุดเด่นทั้งแรงและประหยัดอยู่ในคันเดียว การทำงานระหว่าง “เครื่องยนต์” และ “ระบบส่งกำลัง” ที่ทำได้แนบเนียน
คันเร่งที่ทันใจ และ การขับขี่ที่สนุกจึงเหมาะสมแล้วที่จะได้รางวัลนี้ไปครอง

PunTam : ต้องนับว่า เป็นการสร้างปรากฎการณ์ Civic Fever เลยก็ว่าได้ครับ นอกจากตัวรถที่โตขึ้นแล้ว
เครื่องยนต์ที่แรงจนรู้สึกว่า เดิมๆก็เพียงพอ ขับสนุกและประทับใจ แต่ก็ยังคงปัญหาในเรื่องการเลือกสเป็ค
อุปกรณ์ติดรถอย่างยาง ผ้าเบรก รวมงานประกอบตัวรถที่ยังขาดๆเกินๆ ให้ได้บ่นกัน ก็ได้แต่หวังว่า
จะพัฒนาทั้งหมดที่แจ้งไปครับ

Army_Nut : หู้ยยย!!! สมเเล้วนะคะที่ได้ตำแหน่งนี้ไปครอบครอง โดยตั้งเเต่ Honda Civic Hatchback
ออกสู่ตลาดก็ได้รับความนิยมไปในทันที ไม่ว่าในทางด้านดีไซน์ของตัวรถที่ดูโฉบเฉียว สปอร์ต เเละเครื่องยนต์
ที่สัมผัสได้ว่าเร่งเเซงทันใจเหล่าบรรดาตีนผีทั้งหลาย นัทตี้ก็ไม่แปลกใจนะคะที่จะได้รางวัล “แรงจนจดหมายรักถามหา” ค่าาา

Terk_Teeraphat : ทั้งดีไซน์ที่มีความโฉบเฉี่ยวกว่ารุ่นเดียวกันที่ออกมาก่อนหน้านี้ และความแรงที่มีทั้งกระแส
และเครื่องยนต์ บอกได้คำเดียวว่าไม่มีอะไรมาเทียบและแซงหน้ารุ่นนี้ไปได้ครับ และก็ไม่แปลกใจด้วย
ถ้าจะโดนจดหมายจากผู้บ่าวสีกากีส่งตามหลังมา (ก็แค่อย่าสวมวิญญาณตีนผีเรียกจดหมายก็พอ…)


รางวัล “ภายในกว้างจนนอนและเหยียดขาได้” ได้แก่ Nissan Note 1.2VL MY2018

เป็นมติเอกฉันท์ เพราะบรรดากรรมการทั้ง 6 ท่านพร้อมใจกันบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า
Nissan Note นี่แหละ มีพื้นที่กว้างที่สุดในบรรดารถที่ขับมาทั้งหมด แม้ว่ารถบางรุ่นจะมีมิติ
ตามตัวเลขในแคตตาล็อกที่มากกว่า แต่ต้องยอมรับว่า การจัดพื้นที่ห้องโดยสารในภาพรวมถือว่า
เจ้านี่ (Note) ดีที่สุดทั้งตอนหน้าและตอนหลังที่พื้นที่วางขากว้างกว่าใคร (ส่วนตัวผู้เขียนเคยสัมผัส
ทั้งในไทยและญี่ปุ่น ขอยอมรับว่า มันกว้างถูกใจจริงๆ เสียดายที่ว่า เบาะนั่งถ้าทำออกมาดีๆรับรองว่า
ฟินกระจายเลยทีเดียว)

Naow27 : ตอนลงคะแนนแทบไม่ต้องคิดมาก เพราะรถมันกว้างจริงๆ กว้างจนนั่งพื้นที่วางขาได้ ดูเหมือนจะธรรมดา
แต่การที่นั่งพื้นที่วางขาได้มากถึง 3 ตำแหน่ง ผมว่าไม่ธรรมดาละ อาจจะดูขนาดตัวรถที่มีขนาดยาวและกว้างที่สุด
ในรถระดับเดียวกัน จึงไม่แปลกที่จะได้รางวัลนี้แบบไร้ข้อกางขา อย่างไรก็ตาม Nissan จ้าาาาา
“เลิกตีกันในองค์กรได้แล้วโว้ยยยยยยยยยยยยยยย เอาของดีๆ ปังๆ มาขายเถอะะะะะ”

PunTam : นอกจากพี่โดม ปกรณ์ ลัม จะเคยบอกว่า Almera นี่กว้างมาก แต่ Note เอง ก็สามารถทำหน้าที่
ตรงนี้ได้ดีมาก ช่วงล่างและการเก็บเสียง อยู่ในลำดับต้นๆของกลุ่ม เพียงแต่ขนาดเครื่องยนต์ที่เล็กเกินไป
เมื่อเทียบกับขนาดและน้ำหนักของตัวรถเอง เพราะต้องการตีตั๋วเด็กเข้าโครงการ Eco Car จึงทำให้อัตราเร่งนั้น
เป็นคุณป้าจ่ายกับข้าว ก็ได้แต่หวังว่า Note e-Power จะรีบมาขัดตาทัพโดยเร็วที่สุดครับ

Army_Nut : ครั้งเเรกที่ได้สัมผัสกับ Nissan Note นั้น นัทตี้ต้องร้องอุทานว่า “เเม่เจ้าโว้ยยย!!”
กับความกว้างขวางของรถยนต์ Eco Car รุ่นนี้ ในช่วงของเบาะเเถวหลังที่เมื่อดันเบาะหน้ามาจนสุดเเล้ว
คุณยังสามารถนั่งที่พื้นของห้องโดยสารได้โดยที่ไม่รู้สึกอึดอัด เเสดงให้เห็นว่า Nissan Note รุ่นนี้ สามารถขนของ
ได้อย่างจุใจ เหมาะกับขาช็อปมือหนักทั้งหลายที่ต้องการความกว้างเป็นพิเศษนี้ เเละสิ่งหนึ่งที่อยากให้ทาง
Nissan ปรับปรุงมากที่สุดก็คงจะไม่พ้นเรื่องเครื่องยนต์ที่เหยียบเเล้วจะต้องรอสักพักหนึ่ง เปรียบเสมือนคน
ที่กำลังพึ่งตื่น ซึ่งถ้าจะเร่งเเซงคันข้างหน้านั้น อาจจะไม่ทันใจบางคนนะคะคุณค่าาา

Terk_Teeraphat : ครั้งแรกที่ได้ลองนั่งคันนี้ ทั้งเบาะหน้าและเบาะหลัง บอกได้คำเดียวว่า “สบายมากๆ”
ใครที่ขายาว (อย่างผม) นี่แทบไม่ต้องปรับเบาะเลย ยืดขายาวๆ ไปได้สบาย คือถ้าจะอัดกันเกิน 7 คนนี่
ถือว่าไม่มีปัญหา (แต่จะไปมีปัญหากับกฎจราจรแทน) ส่วนเรื่องอื่นๆ ก็ตามที่หลายๆ  ท่านกล่าวมานั่นแหละครับ
ปรับปรุงสักนิดสักหน่อยก็น่าจะดีกว่านี้ครับ

รางวัล “ประหยัดจนต้องกราบ” ได้แก่ Suzuki Swift 1.2GLX MY2018

มาถึงรางวัลนี้หลายๆคนเดาไว้ว่า ยังไง Hybrid ก็คงได้อยู่ดี แต่ผิดคาด เพราะ Suzuki Swift
ประหยัดชนิดที่ว่าม้ามืดมาก ใครจะไปเชื่อว่า เครื่องยนต์ 1.2 ลิตรตามสไตล์ Eco Car แต่
มีเทคโนโลยีใหม่ๆอย่างหัวฉีดคู่ Dual Jet แถมตอนม้าเหลือ 83 ตัว จะให้พละกำลังที่ดีขนาดนี้
แต่นั่นไม่ใช่ประเด็น เพราะอัตราสิ้นเปลืองอยู่ที่ 21 กิโลเมตร/ลิตร ชนิดที่ว่า เจ้าของรถ Hybrid
แถวนี้ช็อกกันเลยทีเดียว

Naow27 : ตลอด 8 ปีที่ทำ Carsideteam มา มีรถทดสอบเป็นจำนวนมาก Eco Car ถือเป็นกลุ่มที่ผู้คน
ให้ความสนใจเป็นอย่างมาก ตัวเลขอัตราสิ้นเปลืองส่วนใหญ่จะอยู่ประมาณ 16-18 กิโลเมตร/ลิตร
แต่ Suzuki Swift ได้สร้างเซอร์ไพรส์ให้กับผมและทีมงาน ที่ทำตัวเลขออกมาได้ประหยัดที่สุด
อยู่ที่ 21 กิโลเมตร/ลิตร ในความเร็ว 110 กิโลเมตร/ชั่วโมง เบื้องหลังของการทดสอบรถคันนี้
ครั้งแรกที่ทำอัตราสิ้นเปลืองตัเวลขออกมาอยู่ 15 กิโลเมตร/ลิตร รู้สึกว่าไม่ใช่แหะ เลยเก็บข้อสงสัยนี้
ไปแก้ไขในวันถัดไป และผลออกมาเป็นสมเหตุสมผลพอสมควร รางวัล “ประหยัดจนต้องกราบ”
จึงเหมาะสมกับ Suzuki Swift โดยไม่มีข้อยกเว้น

PunTam : แน่นอนว่า การที่ตัวรถน้ำหนักเบาลง และการลงความจุกระบอกสูบ ทำให้ตัวรถนอกจาก
จะประหยัดแล้ว ความสนุกในการขับขี่ ก็ไม่ได้หายไป ถึงแม้ว่างานออกแบบจะดูโตขึ้น แต่ก็ยังคง
ความน่ารักให้ได้เหลียวมองบนท้องถนน แต่ด้วยรูปทรงที่ยังคงเส้นสายจากรุ่นเดิมไว้พอสมควร
จึงทำดูไม่ได้แตกต่างมากนัก และอาจเป็นสาเหตุสำคัญที่ Swift โฉมนี้ ไม่ได้มียอดขายเปรี้ยงป้าง
แบบโฉมก่อน แต่ก็ไม่ได้ถึงกับรั้งท้ายครับ

Army_Nut : ถ้าให้สามคำสำหรับ Suzuki Swift ตัวนี้ให้ไปเลย “ประ หยัด เวอร์” เรียกได้ว่าคุ้มค่า
คุ้มราคาที่จ่ายไปอย่างเเน่นอน ขับในเมืองเเทบไม่ต้องกลัวเรื่องซดน้ำมันเป็นน้ำเลยจร้าาา

Terk_Teeraphat : น้ำหนักรถที่เบา บวกกับเครื่องยนต์ที่ปรับปรุงด้วยแล้วนั้น แน่นอนว่าแรงกว่าเดิม
แต่จากตัวเลขที่ได้หลังการทดสอบเนี่ยสิ เป็นอะไรที่ประหลาดใจมากๆ เลยล่ะครับ


รางวัล “ก็ขับสนุกเหมือนกันนะ” ได้แก่ Toyota C-HR 1.8 HV Hi

“TNGA เปลี่ยนทุกความรู้สึก” ไม่ใช่คำโฆษณาหลอกเด็กแต่อย่างใด ซึ่งพิสูจน์ได้ว่าเป็นจริงอย่าง
แน่นอน ใครจะไปรู้ว่า Toyota ที่หลายๆคนด่าว่าขับไม่สนุกเลย กลับมาทำให้เป็นรถที่น่าใช้เทียบ
เท่ากับ Mazda และ Subaru ได้!! อันที่จริงมีหลายรุ่นที่ได้เข้ามาโหวต แต่ 2 ใน 6 ที่เสนอชื่อมา
เป็น C-HR ส่วนที่เหลือมีทั้ง D-Max,Teana,Terra และ Swift ประปายกันไป

Naow27 : เป็นรถยนต์ Toyota คันแรกที่ขับแล้วรู้สึก “ไม่อยากคืนเลย” ด้วยอานิสงค์จากการสร้าง
Modular Platform อย่าง TNGA ที่เน้นในเรื่องการขับขี่และการตอบสนองที่แม่นยำมากขึ้น
ทำให้บุคลิกของ C-HR (และรถยนต์ Toyota ที่สร้างบน TNGA) แตกต่างจาก Toyota รุ่นก่อนๆ
อย่างสิ้นเชิง หลังจากลงรถคันนี้รู้สึกว่า “เอ่อ Toyota ก็ทำรถดีๆได้นิหน่า” ฉะนั้นถ้ายังไม่ได้
อย่าเพิ่งตัดสิน ต้องลองด้วยตัวเอง!!

PunTam : ความเห็นผมอาจจะต่างจากหัวข้อพอสมควร เพราะ C-HR ในความเห็นของผม เป็นรถยนต์
ที่ขับดีมากกว่าสนุก เป็นรถที่ภาพรวมอยู่ในเกณฑ์ดี แต่สำหรับคนที่ต้องการใช้พื้นที่ด้านหลังทั้งโดยสาร
และบรรทุกของจุกจิก อาจจะไม่ตอบโจทย์ในด้านนี้ ยอดขายก็เรื่อยๆมาเรียงๆ ด้วยคุณงามความดีของตัวรถ
และความสบายใจในแบบที่รถยี่ห้ออื่นให้ไม่ได้ครับ

Army_Nut : ครั้งเเรกที่ได้ยินชื่อรุ่น Toyota C-HR นั้น เเทบร้องเลยจร้า เพราะถือได้ว่าเป็นรถที่ฉีกเเนว
ของ Toyata ไปพอสมควร เเต่พอได้มาสัมผัสตัวจริงทั้งนั่งเป็นผู้โดยสารเเละลองเล่นระบบ
“T-Connect Telematics” พูดได้เลยว่า “แม่จ้าหนูอยากได้คันนี้” เพราะระบบการใช้งานมันดีมาก ใช้งานง่าย
ไม่วุ่นวาย ถ้าใครอยากได้รถที่ไฮเทค เเละมีศูนย์บริการเยอะเเล้ว นี้หล่ะคือคำตอบ!!

Terk_Teeraphat : ครั้งแรกที่ได้ลองนั่งคันนี้ คือแบบ… กว้าง สบาย และเย็นฉ่ำมากๆ การขับขี่ถือว่าโอเคอยู่
แต่ไม่ได้ถึงขั้นดีมากกว่ารุ่นอื่นๆ ที่เคยนั่งมา ถึงแม้รูปทรงจะดูเหมือนยานอวกาศ (ผู้ใช้ทั่วไปเขานิยามกันน่ะครับ…)
แต่การอกแบบทุกอย่างทั้งภายในและภายนอกนั้นถือว่าดีเยี่ยม รวมๆ แล้วเนี่ย ถ้ามีครอบครองไว้สักคัน
คนใช้งานให้บ่อยที่สุด บ่อยจนไม่อยากปล่อยให้คนอื่นขับแทน (ฮา)

รางวัล “รางวัลบริการดีตกน้ำไม่ไหล ตกไฟไม่ไหม้” ได้แก่ Toyota

แน่นอนว่าซื้อรถรุ่นไหนก็ตาม ถ้ามันเป็นยี่ห้อเดียวกัน ยังไงก็ต้องเข้าศูนย์เดียวกัน ตอนที่เปิดให้โหวตกัน
กลับพบว่า มีแค่ 2 ยี่ห้อนี้เท่านั้น นั่นคือ Isuzu กับ Toyota ส่วนตัวผมเอง (Takatojenrya24V) นั้น
เคยสัมผัสบริการในส่วนฝ่ายขายพบว่า มีทั้งดีและแย่พอๆกัน แต่สัดส่วนเกือบทั้งหมดไปในทางด้านบวก
มากกว่า ยิ่งพอเป็นเจ้าของรถ Toyota ทำให้รู้ว่า บริการหลังการขายอยู่ในระดับเป็นที่น่าพอใจ
(แต่ถ้าที่บ้านมี Isuzu เมื่อไหร่คะแนนอาจจะเปลี่ยนไป แต่เยอะหรือไม่อยู่ที่การบริการแล้วละ)

Naow27 : บริการหลังการขาย ถือเป็นเรื่องสำคัญ หากทำไม่ดี มีสิทธิ์หวอดวายได้ (เห็นได้จากหลายๆค่าย
ที่ต้องเฉือนเนื้อรถที่มีปัญหาออกจากตลาด เพื่อความอยู่รอด) Toyota เป็นค่ายรถยนต์ที่ยังคงเส้นคงวา
ในเรื่องการดูแลบำรุงรักษาและการบริการ แม้จะมีปัญหารุนแรงแค่ไหน แต่ทุกเคสจบหมด ไม่ต่อความยาว
สาวความยืด ลูกค้าแฮปปี้ ดีลเลอร์แฮปปี้ ซึ่งเหมาะกับรางวัลนี้ไป (แต่ใครจะแย้ง คอมเม้นต์ได้นะ)

PunTam : เนื่องจากครอบครัวเคยใช้รถยนต์มาหลายยี่ห้อ แต่การแก้ไขปัญหาและความชำนาญของ
ช่างในหลายๆยี่ห้อ กลับพบว่า Toyota สามารถทำงานได้ดี และไม่จำเป็นต้องพึ่งพาฝ่ายเทคนิคจากบริษัทแม่
ยกเว้นในกรณีที่ไม่เคยเจอเหตุการณ์จริงๆ ส่วนนี้ ขอให้บริษัทที่ไม่ได้รางวัลจากทางเราไป ลองกลับไปศึกษา
จากบริษัทที่ได้รางวัลในปีนี้ แล้วนำไปพัฒนา เพราะผมเชื่อว่า บริการหลังการขาย เป็นหนึ่งในเรื่องสำคัญ
สำหรับคนที่ตัดสินใจซื้อรถ ไม่แพ้กับการขับขี่และหน้าตาของรถยนต์ครับ

Army_Nut : ในเรื่องของศูนย์บริการนั้นถือได้ว่าเป็น After-sale service ที่สำคัญมากกก… (ก.ไก้ล้านนนตัว)
โดยหลังจากคุณนั้นตกลงปลงใจซื้อรถยนต์ของยี้ห้องนั้นๆ เจ้าของรถยนต์ก็ต้องอยากได้บริการหลังการขายที่อุ่นใจ
เวลารถมีปัญหาสามารถให้คำเเนะนำได้ มิใช่ว่า ขายรถเเละก็ทิ้งลูกค้าตาดำๆไว้ข้างหลัง ซึ่งเป็นสิ่งที่หลายๆ
ดีลเลอร์หลงลืมกันไป เเต่สำหรับ Toyata เเล้ว เค้าสามารถดูเเลลุกค้าได้เป็นอย่างดี จึงไม่เเปลกใจที่จะได้รับรางวัลนี้ไปครอง

Terk_Teeraphat : เป็นตัวเลือกที่แทบไม่ต้องคิดให้เสียเวลาเลยครับ สำหรับ Toyota เพราะตัวผมเองได้รับฟังเสียงจากผู้ใช้งานรถยนต์ยี่ห้อต่างๆ ต่างก็เจอการบริการที่เป็นไปหลากหลายรูปแบบ แต่สำหรับ Toyota นั้น จุดด่างพร้อยแทบจะไม่มีเลย
ซึ่งแน่นอนว่าสมราคา และสมกับที่มีการโฆษณาผ่านช่องทางต่างๆ รางวัลนี้จึงได้ไปอย่างง่ายดายครับ


ใช่ว่าจะมีแค่ 5 รางวัลนี้เท่านั้น ในรอบนี้จะเป็นการโหวตภายในว่า 5 อันดับรถยนต์ที่ขับดีที่สุด
การวัดคะแนนนั้น วัดจากไล่รถที่ชอบมา 5 อันดับจากมากสุดไปน้อยสุด โดยมีคะแนนดังนี้

อันดับ 1 = 5 คะแนน , อันดับ 2 = 4 คะแนน,อันดับ 3 = 3 คะแนน
อันดับ 4 = 2 คะแนน และอันดับ 5 = 1 คะแนน (คะแนนเต็ม 30 คะแนน)

เมื่อเอารถแต่ละรุ่นมารวมคะแนนกัน พบว่า บางรุ่นได้คะแนนแบบตามคาด แต่บางรุ่นที่คาดว่าไม่น่าจะได้
กลับได้เสียอย่างนั้น ซึ่งรถ 5 คันแรกที่ได้คะแนนสูงสุด มีดังต่อไปนี้

เริ่มจากคันที่ได้คะแนนเป็นลำดับที่ 4 (ฮั่นแน่ อยากรู้ไหมว่าทำไมขึ้นอันดับ 4 เลย เดี๋ยวจะบอกสาเหตุในภายหลัง)

Nissan Terra 2.3 VL 4WD (8 คะแนน)

“พ่อครับๆขอแท็ปเล็ตหน่อย ผมอยากเล่นเกมโรลเลอร์โคสเตอร์” ประโยคโฆษณานี้เป็นที่ชื่นชม
(ด้านไหนไปคิดเอาเอง) ของบรรดาคนชอบรถกันมาก แม้ว่าโฆษณาจะดูจืดๆ แต่การขับขี่กลับ
เทียบชั้นได้กับ Ford Everest กันเลยทีเดียว ขอยืนยันว่าเครื่องยนต์กับช่วงล่างน่าใช้งานมาก
ภายนอกที่อาจจะดูเชย แต่ดูไม่น่าเบื่อเร็วนัก ออปชั่นภายในให้มาพอสมควร แต่กล้องในรถคันนี้
พี่แกจัดเต็มเสียอย่างนั้น เพราะเล่นทั้ง 4 มุม + ด้านหลังสำหรับกระจกมองหลังให้อีก 1 จุด

ข้อเสียก็มีครับ เพราะรุ่นนี้ขับอะไรๆก็ดีหมด ยกเว้นพวงมาลัยที่ปรับน้ำหนักมายังไม่ดีพอ
รวมถึงสารพัดปัญหายิบย่อยไม่ว่าจะเป็น ระบบเตือนมุมอับทำงานได้ช้า,วิทยุที่เสียบกับ
iPhone ไม่น่าจะติด เป็นต้น

Naow27 : Nissan Terra หากดูผิวเผินเป็นรถที่แทบหาจุดแข็งในการสู้กับเพื่อนรุ่นเดียวกันไม่ได้เลย
แต่เมื่อได้ลองขับแล้ว จะรู้เลยว่า เฮ้ย!! ไม่เลวแหะ เครื่องยนต์ดีเซล 2.3 ลิตร เทอร์โบคู่ 190 แรงม้า
ได้แผลงฤทธิ์ออกมาได้น่าประทับใจ เกียร์อัตโนมัติ 7 จังหวะ ทำงานได้ราบรื่น ไม่แพ้ 8-10 จังหวะ
และช่วงล่างที่เซทมาได้มั่นใจ แต่เสียดายที่มีคนซื้อไม่เยอะ ด้วยการจัดการอันประหลาดๆจาก Yokohama
และเกมการเมืองภายในที่รุนแรงจนส่งผลกระทบถึงแบรนด์ อยากจะบอกกับ Nissan อีกครั้งว่า
“เลิกตีกันได้แล้วโว้ยยยยยยยยย”

PunTam : สำหรับผมในฐานะผู้รับ Terra มาทดสอบ เรียกว่า ถ้ามองข้ามหน้าตาที่ดูเชยกว่าคนอื่น
ในกลุ่มเดียวกัน แล้วลองขึ้นไปขับ สิ่งที่จะทำให้ประทับใจคือ พลังของเครื่องยนต์บล็อกใหม่ล่าสุด
ที่แรงเกินตัวเลข พร้อมช่วงล่างที่ถูกปรับแต่งมาได้ดีทุกย่านความเร็ว ห้องโดยสารเก็บเสียงดีที่สุดในกลุ่ม
(มัวแต่ขายทำไมไอ้กล้องอัจฉริยะนะ นี่ซิ ความว้าวของจริง) แต่ก็เรื่องให้ติติงอย่างน้ำหนักของพวงมาลัย
ที่เบาในช่วงความเร็วสูง และหนักมากในช่วงความเร็วต่ำ อาจทำให้แม่บ้านมองค้อนพ่อบ้านที่ซื้อ Terra
ก็เป็นได้ รวมทั้งระบบเครื่องเสียงที่ใช้งานยากและให้คุณภาพเสียงที่ค่อนข้างแย่ ทำให้ความดีงามที่เครื่องดี
ช่วงล่างเด่น ราคาก็สิ่งที่ได้ล้นเหลือ หายไปจนคนซื้อไปค่ายอื่นครับ

Army_Nut : “มาที่หลัง เเล้วยังชักช้าอีก” คำนี้ดูเหมือนจะเเรงไปเเต่มันก็คือความจริงที่ Nissan Terra
ประกาศวางขายอย่างเป็นทางการในบ้านเราเสียทีก่อนงาน “Big Motor Sale 2018” จะเริ่มขึ้นเพียงไม่กี่วัน
สำหรับสิ่งที่ชื่นชอบในคันนี้คงไม่พ้นเรื่องของเครื่องยนต์ที่เวลาเร่งเเซงนั้นเหยียบเเล้วมาในทันที
บวกกับช่วงล่างที่นิ่งไม่ส่ายมากจึงทำให้เป็นรถที่โอเคที่สุด เเต่เหมือนอาจารย์ประจำวิชาที่จะต้องหาข้อด้อย
ของคันนี้นั้นก็คือ น้ำหนักพวงมาลัยที่เบาในรอบความเร็วสูงๆ อาจจะทำให้หมดความมั่นใจในการควบคุม
เจ้า Nissan Terra ก็เป็นได้ เเละสิ่งหนึ่งที่ไม่ชอบมากที่สุดนั้นก็คือ ระบบเครื่องเสียงที่ใช้งานยากมาก
เมนู Interface พาลให้งงเป็นที่สุด เสียงก็เเบนราบดั่งพื้นหิน อาจจะเป็นข้อที่ต้องรีบพัฒนาให้เร็ว
ก่อนที่จะสายเกินแก้ จริงอยู่ที่พอลูกค้าซื้อไปแล้วอาจจะมีเปลี่ยนเครื่องเสียง เเต่ก็ต้องทำให้ใช้งานได้ดีที่สุดนะคะ

Terk_teeraphat : สื่งที่ชอบที่สุดของรถคันนี้คือ เบาะนั่งที่มีการเรียงระดับความสูงต่ำ คล้ายๆ แถวที่นั่งในโรงภาพยนตร์
นั่นทำให้การมองเห็นวิวด้านหน้าได้ชัดเจนกว่าเดิม แต่นั่นก็เป็นสิ่งที่ไม่ค่อยชอบอยู่เหมือนกัน เพราะนั่งแล้วรู้สึกว่า
หัวของเราจะชนเก๋งรถ ซึ่งนั่นไม่เหมาะกับคนตัวสูงอย่างแน่นอน รถคันนี้มีทั้งข้อดีและข้อเสีย ซึ่งท่านอื่นๆ ก็คงกล่าวไปกันบ้างแล้ว เอาเป็นว่า ฝากให้ทางนิสสันทบทวนและฟังเสียงผู้ใช้งานรถรุ่นนี้ด้วยละกันนะครับ เผื่อจะได้เห็นการพัฒนาที่ดีกว่าเดิม

ลำดับที่ 3 ได้แก่ Toyota Yaris Ativ S+ (11 คะแนน)

ที่หลายๆคนโหวตให้ไม่ใช่เพราะว่าเป็นโอตะ BNK48 แล้วถึงติดชาร์ตมาให้นะ แต่เป็นเพราะตัวรถที่
ขับดีเกินคาด แน่นอนละ เพราะรุ่นนี้เป็นการนำ Vios เดิมมาแก้ไขจุดด้อยทั้งการออกแบบที่ดูสวยขึ้น
วัสดุภายในและบรรยากาศภายในที่ดูดีขึ้น พวงมาลัย เบรก และช่วงล่างเซ็ตมาให้ดีขึ้น (กว่าหลายๆรุ่น)
และความปลอดภัยที่จัดเต็มตั้งแต่รุ่นล่าง ไม่ว่าจะเป็นระบบเบรก ABS,EBD,BA ระบบควบคุมการทรงตัว
VSC และ TRC,ระบบช่วยขึ้นเขา HSA และถุงลมนิรภัย 7 ตำแหน่ง เรียกได้ว่า จัดเต็มกว่ารถบางรุ่นเสียอีก

ข้อด้อยของรุ่นนี้คือเครื่องยนต์ที่อืด เพราะต้องจำใจใช้เครื่องเดียวกับ Yaris Hatchback และปรับจูน
ไอเสียเพื่อให้เข้ากับเงื่อนไขของ Eco-Car รวมไปถึงพวงมาลัยที่ยังขับไม่มันเท่า Eco Car ที่กำลังจะกล่าวถึง

Naow27 : เป็น Eco Car ที่ขับแล้ว รู้สึกค้นพบสัจจธรรมในด้าน “ทางสายกลาง” ไม่โดดเด่นมาก แต่ไม่เลวร้าย
เป็นรถยนต์ Toyota ในยุคก่อน TNGA ที่ทำออกมาได้น่าประทับใจ ทั้งพวงมาลัยที่มีความเป็นธรรมชาติขึ้น
ช่วงล่างที่ให้ความมั่นใจ แต่อัตราเร่งอาจไม่ถูกใจสำหรับคนเท้าหนัก ส่วนราคาถือว่าดูแล้วสมเหตุสมผล
นับว่า Yaris ATIV เป็นรถที่น่าสนใจ สำหรับคนที่อยากมีรถยนต์เป็นคันแรก

PunTam : ถ้าให้เปรียบ Yaris Ativ เป็นเมมเบอร์คนไหนของ BNK48 ก็คงไม่พ้นน้องโมบายล์ เซนเตอร์
เพลงคุกกี้เสี่ยงทาย ที่ค่อยๆพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้น เพื่อลบคำสบประมาทที่คนปรามาสไว้ ทั้งพวงมาลัย
และช่วงล่างที่ดีขึ้น การตอบสนองของคันเร่งที่รวดเร็วทันใจ อุปกรณ์ติดรถที่ให้มาครบถ้วน ในราคาที่อยู่
กลางๆกลุ่ม ถึงแม้ว่าการเก็บเสียงจะสู้ Nissan Note ไม่ได้ก็ตามที แต่ภาพรวมก็ไม่ได้แย่ สำหรับคนที่
ไม่เชื่อใจรถค่ายอื่น และการซื้อรถค่ายอื่น อาจส่งผลต่อการตัดกองมรดก Toyota ในยุคปัจจุบัน
สามารถสร้างความ Wonder ให้ท่านได้อย่างแน่นอนครับ

Army_Nut : คนที่อยากได้รถเอาไว้ใช้งาน คันนี้ถือว่าเป็นอีกช้อยส์ที่คุณผู้อ่านไม่ควรมองผ่าน
เพราะการขับที่ง่าย พวงมาลัยตอบสนองได้ดี ถึงเเม้ว่าจะพึ่งหัดขับเป็นเเต่ด้วยคันนี้นั้นควบคุมพวงมาลัยง่าย
ไม่ปวดหัวเเถมมีระบบความปลอดภัยมาให้เเบบเต็มสูบเลยค่ะ

Terk_Teeraphat : ทั้งขนาดและการใช้งาน ผมว่าเหมาะที่จะเป็น “รถคันแรก” สำหรับผู้ที่อยากมีรถขับเป็นของตัวเอง
และผู้ที่เริ่มต้นหัดขับรถ (อย่างผมเองด้วย) ครั้งแรกที่ได้ลองคันนี้ เรียกว่าขับสนุกละกันครับ ไม่ยุ่งยากและชินมือได้ไว
ส่วนจะเทียบเคียงกับเมมเบอร์คนไหนใน BNK48 ล่ะก็นะ… คงเป็นน้องเนย หรือคุณอ๊บ ที่ความสามารถมีตลอด
และฝีมือไม่ตกด้วยครับ

ส่วนอันดับที่ 2 เนื่องจากมีรถที่ได้ถึง 2 รุ่นด้วยกัน ซึ่งมีคะแนนอยู่ที่ 15 คะแนนเท่ากัน โดยมีรุ่นดังนี้

Suzuki Swift 1.2GLX CVT

สานต่อ Eco Car ที่ขับสนุกที่สุดในตลาดมาได้อย่างสวยงาม ถึงแม้ว่าเครื่องยนต์ 1.2 ลิตรนั้นจะมีแรงม้า
ลดลงเหลือ 83 ตัว แต่พละกำลังและอัตราสิ้นเปลืองทำให้รู้ว่า ตัวเลขในแรงม้ายังขลังสู้ขับจริงไม่ได้
คิดดูว่า อัตราเร่งอยู่ในลำดับต้นๆของกลุ่ม และอัตราสิ้นเปลืองที่อยู่ในระดับ 20 กิโลเมตร/ลิตรขึ้น!!
พร้อมระบบความปลอดภัยที่เพิ่มขึ้นทั้งระบบควบคุมการทรงตัว ระบบช่วยขึ้นเขา และถุงลมนิรภัย
6 ตำแหน่งเป็นครั้งแรกของ Suzuki ประกอบในไทย

แต่จุดด้อยก็มีแค่ วัสดุภายในที่แอบบางกว่าเล็กน้อย ออปชั่นกระจุกกระจิกที่หายไป เช่น บรรดาไฟต่างๆ
และเกียร์อัตโนมัติที่อาจจะยังมีปัญหาอยู่ในบางเรื่อง

Naow27 : “อยากเก็บเธอไว้ ทั้ง 2 คน” เพลงของทาทายัง ลอยเข้ามาในหัวทันทีที่เห็นอันดับคะแนน
และรถยนต์ที่ได้ จะให้ทำอย่างไรละ เพราะ Suzuki Swift รุ่นนี้ทำผลงานออกได้น่าประทับใจมากกกก (ก. คูณล้าน)
การขับขีภาพรวมที่แม่นยำ ช่วงล่างที่ซับแรงสะเทือนได้ดีมาก และอุปกรณ์ที่ให้มา สมเหตุสมผล
(มีเพียงกล้องมองหลังที่ไม่ให้มาก) อยากคุณผู้อ่านไปลองขับ แล้วจะรู้ว่ามันดีจริง!!

PunTam : ถ้าท่านต้องการรถที่ขับสนุกแบบ Mazda 2 แต่ต้องการห้องโดยสารกว้างแบบ
Yaris Hatchback ก็คงมี Swift นี่แหละครับ ให้ท่านได้เลือก ไม่ว่าจะสาดโค้งแรงๆ ในความเร็ว
ประมาณ 100 กม./ชม. ก็ยังคงความมั่นใจและในอรรถรสในการขับที่สนุกสนาน การที่เครื่องยนต์เล็กลง
ทำให้แรงบิดมาได้อย่าสม่ำเสมอ กดเป็นมาทันทีตามสั่ง และรอบเครื่องยนต์สามารถโหนได้สูงขึ้น
ส่วนตัวถ้า Suzuki ทำรุ่นเกียร์ธรรมดาออกมาขาย ผมเองก็ได้มีปันใจซื้อไว้ขับไปทำงานและแข่งจิมคาน่า
กับเขาซักคันหละครับ แฮะ แฮะ

Army_Nut : รถ Eco Car โครตประหยัด ขับในเมืองสนุก เเถมไม่ต้องกังวลเรื่องน้ำมัน Suzuki Swift
คือคำตอบ เครื่องเสียงที่สามารถเชื่อมต่อ Apple Car Play ได้ (ขุ่นพี่อย่าลืม Android Auto ของน้องด้วยนะคะ
ยังไม่อยากเป็นของตาย 55555) เรียกได้ว่าชื้อรถคันนี้จบเลยจร้า พร้อมขับได้เลย

Terk_Teeraphat : ขนาดที่ดูเล็กกะทัดรัด รวมถึงความประหยัดน้ำมันจากรางวัลก่อนหน้านี้ที่ได้มอบให้
ถือว่าเป็นอะไรที่ใช้ได้สำหรับรถรุ่นนี้ คือแทบจะซื้อให้คนในบ้านขับขี่ยังทำได้เลยครับ ส่วนสายเครื่องเสียง
และสายไอที การที่มี Apple Car Play ติดตั้งมาในรถรุ่นนี้ด้วย อาจจะทำให้ใจคุณไขว้เขวก็เป็นได้

Honda Civic Hatchback 1.5 Turbo

ไม่แปลกที่ Honda Civic จะเป็นอันดับ 1 ของตลาด C-Segment และยิ่งนำตัวถัง Hatchback
มาวางจำหน่ายอีกครั้งในรอบ 20 กว่าปี ทำให้เป็นที่ฮือฮาอยู่ระยะหนึ่ง ส่วนยอดขายนั้น หึหึหึ
ขายดีกว่า RS เสียอีก (ซึ่งรุ่นนั้นได้รับความนิยมระดับหนึ่ง แต่ยังสู้รุ่น 1.8EL ที่เป็นรุ่นคุ้มค่า
ประจำตัวนี้) จุดเด่นของรุ่นนี้ มีทั้งการออกแบบที่สายตาคนทั่วไปมองว่า สวยทั้งภายนอกและภายใน
ออปชั่นที่อยู่กึ่งกลางระหว่างรุ่น Turbo และ RS (ในตัว MY2016 แถมกระเดียดไปทาง RS
เสียด้วยซ้ำ) และราคาที่เคาะมาได้ไม่แพงเกินเอื้อม ส่วนเครื่องยนต์ เป็นไปตามที่บอกไว้ในรางวัลแรก

ข้อที่อยากให้ติติงนั่นคือ การประกอบที่แม้ว่าจะนิ่งกว่าเดิม แต่ยังสามารถดีขึ้นได้อีก และแค่นั้น

Naow27 : รถแรงที่สุภาพได้ ทั้งอัตราเร่งที่แรง ฉับไว แต่การกินน้ำมันเป็นมิตรสุดในบรรดารถยนต์เทอร์โบ
แต่ยังไม่ทิ้งเอกลักษณ์ความเป็นฮอนด้าอยู่คือ เข้ากับคนขับได้ง่าย เอาเป็นว่าเหมาะสมกับอันดับ 2 จริงๆ

PunTam : สาวข้างบ้านที่แอบมองมานาน ครอบครัวผมเคยใช้ Civic มา 2 Generation ทำให้รู้ว่า
Civic ในแต่ละรุ่น ค่อยๆโตขึ้นตามความต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนไป และสามารถครองใจคนใช้ยุคปัจจุบัน
จนสามารถแซง Collora Altis ที่เป็นคู่แข่งตลอดกาลได้สำเร็จ จะมีก็งานประกอบ ที่ยังไม่นิ่ง ช่องไฟตามตัวรถ
ที่จอดข้างกัน 2 คันต่างกันพอสมควร ช่วงล่างในช่วงความเร็วสูงที่ย้วยไป ยางติดรถที่เน้นการเก็บเสียงมากกว่า
ประสิทธิภาพในการเกาะถนน ตรงนี้ถ้าปรับได้รุ่นปีต่อๆไป ก็อยากให้ทำครับ เพราะลูกค้ากลุ่ม 5 ประตูตอนนี้
กลายเป็นรถซิ่งประจำชาติไทยไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

Army_Nut : Honda Civic Hatchback เป็นอีกคันที่น่าสนใจอีกคันสำหรับคนที่ชื่นชอบรถสไตล์สปอร์ต
ฟังชั่นครบ เเถมเร็วเเรงด้วย แนะนำให้เลือกคันนี้เลยค่ะ

Terk_Teeraphat : สปอร์ต โฉบเฉี่ยว และเร็ว คงเป็นคำนิยามที่ผมมีให้กับรถรุ่นนี้ครับ จะวัยรุ่น หรือวัยธุรกิจ ก็เหมาะ
ถือว่าเป็นอีกตัวหนึ่งละกันครับ สำหรับสายสปอร์ตและชอบความโฉบเฉี่ยวของดีไซน์

 

และแล้ว ก็มีถึงอันดับ 1 ที่มีคะแนนโหวตสูงถึง 28 คะแนน จะเป็นรุ่นอะไรไม่ได้นอกจาก…..

Toyota C-HR 1.8 Hybrid Hi

เป็นมติเอกฉันท์กันเลยทีเดียว เพราะจากที่โหวตมาทั้งหมด โหวต C-HR เป็นอันดับ 1 แทบทุกคน
(แต่ก็มีคนโหวตอันดับ 3 แค่คนเดียวแหะ ส่วนสาเหตุเดี๋ยวมาติดตามกัน) ไม่แปลกใจเลยว่า
ทำไมเป็นรถสุดฮอตได้ เนื่องจากตัวรถดีไซน์โฉบเฉี่ยวมากกว่า Toyota รุ่นอื่นๆ ภายในที่
ออกแบบฉวัดเฉียนใช้ได้ แต่พื้นที่โดยรวมกว้างกว่าที่เห็นในรูปมาก ส่วนเครื่องยนต์และงาน
วิศวกรรมทำได้น่าประทับใจ (ตามที่บอกไปแล้ว) แต่จุดด้อยอยู่ที่ออปชั่นสำหรับผู้โดยสาร
ด้านหลังน้อยเกินไป และจัดรุ่นมาไม่แฟร์สำหรับคนไม่ชอบไฮบริด

Naow27 : ต้องให้คันนี้จริงๆ สำหรับอันดับ 1 เพราะส่วนตัวคิดว่าบุคลิกของรถคันนี้อาจจะไม่หนีห่าง
จาก Prius หรือรถรุ่นอื่นๆของ Toyota แต่เมื่อได้ขับจริงๆ เฮ้ยยยยยยยย!!! มันไม่ใช่ Toyota ที่เคยเจอเลย
รถทำออกมาได้ดีมาก อัตราเร่งในรุ่น Hybrid ที่ยังคงเส้นคงวาเหมือนเดิม คือ “แรงและประหยัด”
ส่วนการควบคุมทำออกมาได้แม่นยำ ไม่ขาดไม่เกิน สั่งได้ตามต้องการ ช่วงล่างที่มั่นใจและซับแรงสะเทือน
ได้ดีมากกกกกกกก และเป็นรถรุ่นแรกของ Toyota ที่เกิดความรู้สึกไม่อยากคืนเลย หลังจากลองขับและ
ใช้ชีวิตร่วมกัน 5 วัน ไม่แปลกใจเลยที่ทีมงานลงคะแนนชนิดไม่มีเสียงค้าน

PunTam : เป็นรถที่นำเส้นสายจากรถหลายๆรุ่น มาผสมกัน และทำออกมาได้อย่างลงตัว การขับขี่ที่เรียกว่า
ถ้าไปด้วยอคติว่า “Toyota ก็ Toyota แหละ จะไปดีได้ไง” พอขับเสร็จ จะทราบว่า ทุกอย่างลงตัว ช่วงล่าง
พวงมาลัย อัตราเร่ง ทำได้ดี อาจจะใจร้ายสำหรับคนไม่ชอบรถถ่าน ที่สงวนอุปกรณ์และสีสวยๆ ให้กับรุ่น Hybrid
มากจนเกินไป เลยอาจทำให้เป็นสาเหตุที่ทำยอดขายยังสู้ HR-V ไม่ได้ครับ และที่สำคัญคือ ตอนนี้ C-HR
กลายเป็นรถแรงประจำถนนพอๆกับ Fortuner ตามไปติดๆ เพราะหากท่านเจอตามบนถนน อาจได้เห็น
C-HR มุดซอกแซกแข่งกับรถซิ่งแบบไม่กลัวแต่อย่างใด

Army_Nut : กรี๊ดดดด!!! เรียกได้ว่าเป็นน้องใหม่ใน Toyota ที่สามารถคว้ารางวัลนี้ไปครอง ไม่แปลกใจ
ที่จะได้รางวัลที่หนึ่งไปครอง ก็หวังว่าในรุ่น Minor Change จะยังคงจุดที่ดีไว้ เเล้วปรับปรุงข้อเสีย
พัฒนาให้เป็นรถที่ขับสนุก เเละคงระบบรักษาความปลอดภัยที่ดีไว้นะคะ

Terk_Teeraphat : นี่คงเป็นที่สุดของความชอบ (ส่วนตัว) ของผมในปีนี้ครับ ทั้งดีไซน์ การใช้งาน ห้องโดยสาร และอะไรอีกหลายต่อหลายอย่าง สมแล้วที่ได้อันดับที่หนึ่งไปครองครับ หวังว่าในรุ่นถัดๆ ไป จะปรับปรุงให้ดีกว่าเดิม หรือเพิ่มเติม
ส่วนที่ขาดหายมาให้ และทำให้ทุกการขับขี่ของคันนี้สนุกยิ่งกว่าเดิมนะครับ (ลบคำนิยามว่ายานอวกาศออกไปได้ยิ่งดี)


และนี่คือ รางวัล ขับแล้ว Award 2018 ที่ได้แจกมาทั้งหมดนี้ ต้องขอบอกก่อนว่า
ทั้งหมดที่เห็นคือความเห็นของ Carsideteam เท่านั้น ฉะนั้นถ้าจะตัดสินจริงๆ เชิญไปลองขับ
ตามโชว์รูมใกล้บ้านได้ท่าน ส่วนปี 2019 จะมีรถยนต์รุ่นไหนเข้าชิงบ้าง และในปีต่อไปจะเปิดโอกาส
ให้คุณผู้อ่านมีส่วนร่วม แต่จะเป็นอย่างไร ติดตาม Carsideteam ได้ทุกช่องทาง ฝากให้กำลังใจ
และแชร์ผลงานของพวกเราไปด้วยนะครับ และเนื่องในวาระขึ้นปีใหม่ ขอให้คุณผู้อ่านทุกท่าน
มีความสุขมากๆ สมหวังทุกประการ มีเงินทองไหลมาเทมา ได้ซื้อรถยนต์ที่คุณชอบ
ไม่มีปัญหาจนเรียกขึ้นยานแม่ 
โชคดีตลอดปี ตลอดไปนะครับ


เผยแพร่ครั้งแรก :31 ธันวาคม 2561
หากต้องการนำไปใช้นอกเหนือจากเผยแพร่ซ้ำ
กรุณาให้เครดิตภาพจากต้นฉบับทุกครั้ง

ติดตามข่าวสารได้ที่ www.carside.in.th
อัพเดททุกความเคลื่อนไหวโลกยานยนต์ได้ที่
facebook/instagram : carsideteam

 

Comments
Loading...