[Destination] ISUZU Touring Caravan 2018 เส้นทางที่ 4 พะเยา – เชียงราย | ทริปสายบุญ สูดอากาศบริสุทธิ์ ปลายทางที่เหนือสุดแดนสยาม

283

ISUZU Touring Caravan กลับมาอีกครั้ง โดยปีนี้ได้จัดเส้นทางทั้งหมด 4 เส้นทาง นัทตี้เองได้รับการเชิญจาก
ทีม PR Isuzu ร่วมเดินทางไปกับคาราวานในเส้นทางเเรก กรุงเทพฯ – กาญจนบุรี เมื่อวันที่ 16-17 มิถุนายน ที่ผ่านมา
เเต่ดันป่วยเป็นไข้เลือดออก ต้องนอนให้น้ำเกลืออยู่ในโรงพยาบาลในช่วงก่อนวันเดินทางเพียง 4 วัน จึงไม่สามารถ
ร่วมเดินทางได้ เเต่เหมือนทำบุญมาเยอะโชคพอยังเข้าข้างเราอยู่ ทีม PR ก็ได้ส่งจดหมายเชิญอีกครั้ง ให้นัทตี้ร่วม
เดินทางในเส้นทางที่ 4 จ้าาาา!!! ซึ่งถือได้ว่าเป็นเส้นทางสุดท้ายของปีนี้ ทางเราก็ได้ตอบตกลงไปในที่สุด
(แหม่มมม!!! เเต้มบุญยังเหลือนะคะคุณณณ 55555)

เช้ามืดในวันศุกร์ที่ 14 กันยายน นัทตี้ลากกระเป๋าเดินทางฝ่าลมฝนจากบ้านย่านบางเขน เดินทางด้วย
รถประจำตำแหน่งนั้นคือ “รถเมล์” ต่อด้วยรถไฟฟ้า BTS ที่โชคดีไม่เกิดอาณัติสัญญาณขัดข้องระหว่างเดินทาง
จากนั้นต่อด้วยรถไฟ Airport Link อีกทอดหนึ่ง (ทานโทษนะคะ!! ชีวิตดีๆของน้องทำไมต้องเดินทางหลายต่อขนาดนี้!!)




DAY 1 กรุงเทพมหานคร – พะเยา

07.00 น. คือเวลาที่ PR Isuzu นัดไว้ที่สนามบินสุวรรณภูมิ เพื่อทำการเช็คอินกับสายการบิน THAI Smile
เที่ยวบินที่ WE130 ซึ่งเดินทางออกจากสนามบินสุวรรณภูมิไปยังสนามบินเเม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงร๊าย
(ทำเสียงผู้เข้าประกวด Miss Grand Thailand ด้วยนะคะ) เพื่อเดินทางไปจังหวัดพะเยากันค่ะ
เพื่อเดินทางไปยังร้านอาหารกันค่ะ

“ ร้านก๋วยเตี๋ยวอันเจริญ พะเยา ”
ร้านก๋วยเตี๋ยวชื่อดังประจำจังหวัดพะเยา ที่ใครมาถึงที่นี้เเล้วไม่ได้มาทาน ถือว่ามาไม่ถึงจังหวัดพะเยานะคะคุณ
บรรยากาศในร้านจะมีของใช้ในสมัยก่อนมาตั้งโชว์อยู่ที่ใต้ถุนบ้าน ตัวร้านถูกออกแบบสไตล์เรือนไทย
อันเป็นเอกลักษณ์ของบ้านในภาคเหนือ อาหารที่รับประทานก็จะมี ก๋วยเตี๋ยวน้ำใส ขนมจีบหมู เเละหมูยอ
ของดีประจำจังหวัดพะเยา ซึ่งรสชาดอาหารขอบอกเลยค่ะว่า เด็ดมากกก ไม่ต้องปรุงเพิ่มเลย

“วัดศรีโคมคำ”
หรืออีกชื่อหนึ่งคือ “วัดพระเจ้าตนหลวง” เราได้สักการะพระเจ้าตนหลวง ซึ่งเป็นพระประธานที่ตั้งอยู่ในวิหารของวัด
เป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองพะเยา เดิมชื่อ “พระเจ้าตนหลวงทุ่งเอี้ยงเมืองพะเยา” เนื่องจากสร้างขึ้นบริเวณ
ริมหนองเอี้ยง ต่อมาในปี พ.ศ. 2482 กรมประมงได้มีการก่อสร้างประตูกั้นน้ำ ทำให้น้ำแม่อิงและลำห้วยต่าง ๆ
เอ่อล้นท่วมหนองเอี้ยงเป็นบริเวณกว้าง จนเกิดเป็นบึงขนาดใหญ่ ซึ่งภายหลังเรียกว่า “กว๊านพะเยา”
ทำให้พระเจ้าตนหลวงประดิษฐานอยู่ริมกว๊านพะเยามาจนถึงทุกวันนี้

“อนุสาวรีย์พญางำเมืองเเละกว๊านพะเยา”
เมื่อเรามาถึงจังหวัดพะเยา สิ่งที่เราจะขาดไม่ได้เลยนั้นก็คือการสักการะ “ อนุสาวรีย์พญางำเมือง” อดีตกษัตริย์
ผู้ปกครองเมืองภูกามยาว (พะเยา) ซึ่งประดิษฐานอยู่ที่สวนสาธารณะเทศบาลหน้ากว๊านพะเยา โดยเริ่มก่อสร้าง
เมื่อปี พ.ศ. 2524 เสร็จเมื่อปี พ.ศ. 2527 พญางำเมืองเป็นพระสหายร่วมน้ำสาบาน กับ พญามังรายอดีต
กษัตริย์เมืองเชียงราย และพระร่วงเจ้า แห่งกรุงสุโขทัย ซึ่งทั้งสามกษัตริย์ได้ทรงกระทำสัตย์ต่อกัน
ณ บริเวณน้ำแม่อิง ซึ่งปัจจุบันก็คือบริเวณกว๊านพะเยานั้นเอง


หลังจากเที่ยวจนพระอาทิตย์ตกดิน ก็เดินทางกลับโรงแรม พักผ่อนตามอัธยาศัย ก่อนที่ทางทีมงานจะแจ้งว่า
“นัดเจอในเวลา 6 โมงเช้า” เพื่อร่วมพิธีปล่อยขบวนก็ต้องรีบนอน เพื่อให้พร้อมสำหรับการเดินทางในวันถัดไป 


DAY 2 พะเยา – เชียงราย
เริ่มต้นเช้าวันใหม่ในบรรยากาศฝนตกปรอยๆ เราเดินทางไปยังบริษัท อีซูซุลำปาง จำกัด สาขาพะเยา
เพื่อร่วมพิธีปล่อยขบวนคาราวาน โดยได้รับเชิญจาก ว่าที่ร้อยตรีสมัย คำชมภู ปลัดจังหวัดพะเยา
มร. ฮิโรกิ คาโต้ ผู้จัดการฝ่ายขายดีลเลอร์–บี บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด และ คุณพัฒนเดช อาสาสรรพกิจ
ผู้อำนวยการคาราวาน โดยผู้เข้าร่วมได้ฟังการบรรยายเเละเมื่อถึงเวลาเราก็พร้อมที่ออกเดินทาง
จากจุดสตาร์ทไปยัสถานที่ท่องเที่ยวจุดเเรก

“วัดนันตาราม” (วัดจองเหนือ)
เป็นวัดที่สร้างด้วยศิลปะแบบไทยใหญ่ ตั้งอยู่ที่อำเภอเชียงคำ จ.พะเยา ตัววัดสร้างจากไม้สักทั้งหลัง
โดยมีการตกแต่งลวดลาย ในส่วนต่าง ๆ อย่างสวยงาม หลังคาของวัดถือเป็นจุดเด่นอย่างหนึ่ง เพราะจะมีลักษณะ
เป็นหลังคาหลายๆ ชั้น ซ้อนกัน โดยแต่ละชั้น จะลดหลั่นกัน และด้วยสีของกระเบื้องมุงหลังคา และสีของไม้
ภายในตัวโบสถ์ ที่เป็นสีเข้ม ทำให้ดูขลังและศักดิ์สิทธิ์มากยิ่งขึ้น ภายในโบสถ์ องค์พระประธานจะเป็นพระพุทธรูป
ปางมารวิชัย แกะสลักจากไม้สักทองลงรักปิดทอง ทรงเครื่องแบบไทยใหญ่ ประดิษฐานบนฐานไม้ หรือ
“ธรรมาสน์” ที่ฉลุลวดลายอย่างอ่อนช้อยสวยงาม จำลองแบบมาจากราชบัลลังก์ของพม่า โดยข้างองค์พระประธาน
มีพระพุทธรูปหินขาว และพระพุทธปฏิมาประธานไม้สักทองที่ต่างเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยทรงเครื่องแบบ
ไทยใหญ่อย่างสมส่วนสวยงามประดิษฐานอยู่ เเละภายในวัดนันตารามยังมีพิพิธภัณฑ์สะสมของเก่าหาชมได้ยาก


หลังจากที่คณะคาราวานได้เดินชมบรรยากาศกันตามสบายเเล้ว เราก็เดินทางไปกันต่อเพื่อกินข้าวกลางวัน
ที่ “ห้องอาหารฝ้ายเงิน” โรงแรมน้ำโขงริเวอร์ไซด์ อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย” ท่ามกลางบรรยากาศ
เเม่น้ำโขงที่มองออกไปเห็นฝั่งประเทศเพื่อนบ้านนั้นก็คือประเทศลาวค่ะ

เเละเมื่อทานกันอิ่มหน่ำเเละเดินชมวิวกันตามอัธยาศัย ก็ถึงเวลาขึ้นรถเเละกดปุ่ม Push Start
เดินทางกันต่อไปวัดพระธาตุผาเงากันต่อเลยจ้า

“วัดพระธาตุผาเงา”
วัดแห่งนี้ตั้งอยู่บนฝั่งแม่น้ำโขงทางด้านทิศตะวันตก ตรงข้ามกับประเทศลาว อยู่ที่อำเภอเชียงแสน
โดยห่างจากสามเหลี่ยมทองคำประมาณ 15 กิโลเมตร ซึ่งพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นเนินเขาเล็ก ๆ โดยแต่ก่อนนั้น
ชาวบ้านเรียกดอยลูกนี้ว่า “ดอยคำ” แต่ต่อมาเปลี่ยนเป็น “ดอยจัน” ในอดีตช่วงสมัยของอาณาจักรโยนก
วัดแห่งนี้เจริญรุ่งเรืองมาก สันนิษฐานว่าอาจจะเป็นวัดที่สำคัญและถือเป็นวัดประจำกรุงเก่าก็เป็นได้
จะเห็นได้ว่าพระพุทธรูปหลวงพ่อผาเงาที่ขุดค้นพบแห่งนี้ถูกสร้างและฝังอยู่ใต้พระพุทธรูปองค์ใหญ่
(พระประธาน) ถูกปิดบังซ่อนเร้นเพราะเกรงว่าจะถูกโจรกรรมจากพวกนิยมสะสมของเก่า แต่เดิมที่แห่งนี้
เคยเป็นถ้ำ เรียกว่า “ถ้ำผาเงา” ปากถ้ำถูกปิดไว้นาน ทำให้บริเวณแห่งนี้เป็นป่ารก เต็มไปด้วยซากโบราณวัตถุ
กระจัดกระจาย พระพุทธรูปหลวงพ่อผาเงาองค์นี้มีอายุระหว่าง 700-1,300 ปี ภายในบริเวณวัด มี
“หอพระไตรปิฎกเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา ” สร้างขึ้นเพื่อรวบรวมพระไตรปิฎกนานาชาติ 9 ประเทศ 9 ภาษา
ได้แก่ อินเดีย ศรีลังกา พม่า จีน ญี่ปุ่น ลาว อังกฤษ กัมพูชา และไทย ได้รับพระราชทานชื่อ
เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2550 เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลเนื่องในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทร-
-มหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงเจริญพระชนมายุครบ 80 พรรษา สร้างลักษณะศิลปะล้านนา กลางสระน้ำ
ฐานรองรับสร้างด้วยคอนกรีต มีเสา 80 ต้น อาคารหอพระไตรปิฏกฯ สร้างด้วยไม้สักทองทั้งหลัง
พื้นและราวระเบียงตกแต่งด้วยหินทราย

“พิพิธภัณฑ์หอฝิ่น ณ อุทยานสามเหลี่ยมทองคำ”
โดยคณะคาราวานของเราก็เดินทางมาถึงที่ “พิพิธภัณฑ์หอฝิ่น” ที่นี้เปรียบเสมือนประตูสู่โลกอันลึกลับซับซ้อนของฝิ่น
ผ่านเรื่องราวและมุมต่างๆ ภายในพิพิธภัณฑ์จากความมืดมนน่าหวาดกลัว สู่ความรู้แจ้ง บอกเล่าเรื่องราวของฝิ่น
เริ่มจากธรรมชาติวิทยาของฝิ่น ประวัติการใช้ฝิ่นในยุคโบราณย้อนกลับไปเมื่อ 5,000 ปี ประวัติการแพร่กระจายฝิ่น
จากการค้าในสมัยจักรวรรดินิยม เหตุการณ์พลิกประวัติศาสตร์ที่สร้างความละอายใจแก่ผู้ชนะและผู้แพ้ในสงครามฝิ่น
นำไปสู่การล่มสลายของราชวงศ์แมนจู ความฉลาดของประเทศสยามในการเผชิญกับมหาอำนาจตะวันตก
และควบคุมปัญหาของฝิ่น โดยพิพิธภัณฑ์หอฝิ่นได้จัดแสดงอุปกรณ์การสูบฝิ่น การขายฝิ่น ภาพถ่าย ภาพยนตร์
และวิดีทัศน์เรื่องราวเกี่ยวกับฝิ่นและยาเสพติดจากหลากหลายประเทศทั่วโลก โดยคณะคาราวานเดินศึกษา
เเละรับความรู้ไปกันอย่างเต็มอิ่ม

(ช่วงคุณนายฝากเตือน!! พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ทางเจ้าหน้าที่เเจ้งว่าไม่อนุญาตให้มีการถ่ายภาพภายในพิพิธภัณฑ์
นะคะ ใครที่มาก็อย่าลืมทำตามกฎระเบียบด้วยนะเจ้าคะ โดยทางเจ้าหน้าที่ได้อนุญาตเฉพาะสื่อมวนชนเก็บภาพเท่านั้น เดี๋ยวไปเเล้วถ่ายรูปโดนจับขึ้นมาจะหาว่าคุณนายนัทตี้ไม่เตือนนะจ้าาา)

หลังจากที่เราเดินชมกันอย่างสนุกสนานเเละเพลิดเพลินกัน เราก็ออกเดินทางเข้าสู่ที่พัก
โรงเเรม อิมพีเรียล โกลเด้น ไทรแองเกิ้ล รีสอร์ท ซึ่งตั้งอยู่บริเวณสามเหลี่ยมทองคำนั้นเอง

เเละในช่วงเย็นทาง Isuzu ก็ได้จัดงานเลี้ยงรับรอง บรรยากาศเป็นไปอย่างอบอุ่น สนุกสนาน และเต็มไปด้วย
เสียงหัวเราะ โดยก่อนงานเลี้ยงจะเริ่มขึ้นในช่วงเย็น มีกิจกรรมให้ทุกคนร่วมสนุกนั้นก็คือออ…การประดิษฐ์จานรองแก้ว
ตามความคิดสร้างสรรค์ของเเต่ละคนจร้าา ซึ่งผู้เข้าร่วมก็ประดิษฐ์กันอย่างตั้งใจเเละเอากลับบ้านไปใช้งานกัน
เเถมมีเล่นเกมเล็กๆน้อยๆรับของรางวัลติดไม้ติดมือกันด้วย ปิดท้ายกิจกรรมในคืนนี้ด้วยดารารับเชิญ
ปั้นจั่น  – ปรมะ อิ่มอโนทัย หรือขุนเรืองจากละครบุพเพสันนิวาส ที่มาร้องเพลงสร้างสีสัน และร่วมถ่ายภาพ
กับสมาชิกคาราวานอย่างเป็นกันเอง


เเละระดับนัทตี้เเล้วมีหรือจะพลาดเหรอคะ มาถึงขนาดนี้ก็ต้องถ่ายรูปเป็นที่ระทึก
เอ้ย…ที่ระลึกกับขุนเรือง
ด้วย 555

DAY 3 เชียงราย – กรุงเทพมหานคร
อรุณเบิกฟ้า นกกาโบยบิน เช้าวันสุดท้ายของทริปที่กำลังจะจบ เเต่…เฮ้อออ!! ท่านผู้อ่านคิดเช่นเดียวกับ
นัทตี้ไหมคะว่า “เวลาที่เรามีความสุขเเละได้ใช้เวลาพักผ่อนอย่างเต็มที่นั้น มันมักจะผ่านไปรวดเร็วเสมอ”
ในเช้าวันอาทิตย์นั่งทานอาหารเช้า เเล้วก็เดินออกไปเดินเล่นสูดอากาศริมเเม่น้ำโขง ได้นั่งลองทบทวนหลายๆ
สิ่งอย่างในหัวเเล้วก็เดินกลับมาจัดกระเป๋าเตรียมเดินทางกลับสู่กรุงเทพมหานครค่ะ


เเต่ๆ…เราจะไม่ปิดทริปกันทันทีทันใดนะคะ เราจะขอพาทุกคนเที่ยวกันส่งท้ายทริปก่อนบินกลับกัน
ถ้าพร้อมเเล้ว พี่โชเฟอร์ค่ะ ออกรถเลยจร้าาา…สถานที่ที่เราจะไปก่อนกลับกรุงเทพนั้นคือ
“วัดร่องเสือเต้น”

“วัดร่องเสือเต้น” วัดนี้ตั้งอยู่ที่ตำบลริมกก อำเภอเมือง จังหวัดเชียงรายไฮไลต์ที่สำคัญของวัดนี้คือ
พระอุโบสถที่สร้างขึ้นมาใหม่ ในรูปแบบศิลปะไทยประยุกต์ ฝีมือการสร้างของ “นายพุทธา กาบแก้ว”
หรือ “สล่านก” ศิลปินท้องถิ่นชาวเชียงราย ซึ่งเคยเป็นลูกศิษย์ของ “ท่านอาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์”
และยังได้เคยเข้าไปทำงานที่วัดร่องขุ่น ถือได้ว่าเป็นศิลปะเเบบประยุกต์

โดยที่เป็นเอกลักษณ์ของวัดแห่งนี้ ได้ใช้สีน้ำเงินฟ้าตัดกับสีทองลวดลายต่างๆอย่างพริ้วไหว โดยคุณสล่านก
ได้เรียนรู้ประสบการณ์จากอาจารย์ แต่ด้วยศิลปะของฝั่งทางอาจารย์เฉลิมชัยจะเน้นไปทางสีขาว และมีการใช้
กระจกในการตกเเต่ง แต่ของคุณสล่านก ได้ดัดแปลงเป็นการใช้สีน้ำเงินฟ้าแทนเพื่อให้เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว
โดยประติมากรรมบันไดพญานาคด้านหน้าที่ใช้เฉดสีเดียวกันนั้นมีความอ่อนช้อยและลวดลายจะแตกต่างจาก
ประติมากรรมทั่วไปอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งได้นำเอารูปแบบผลงานของอาจารย์ถวัลย์ ดัชนี ศิลปินแห่งชาติ
สาขาทัศนศิลป์ พ.ศ.2544 ผู้สร้างบ้านดำ จังหวัดเชียงราย ที่มีความโดดเด่นเรื่อง เขาและงามาประยุกต์
โดยเฉพาะช่วงเขี้ยวของพญานาคมีความพลิ้วไหว เเละอ่อนช้อย โดยพระวิหารแห่งนี้ยังได้ให้คำนิยามว่า
เป็นทิพยสถาน หมายถึง เป็นการสรรเสริญพระพุทธเจ้าทั้งในรูปแบบของประติมากรรมและจิตรกรรม
เมื่อผู้ที่มาเยือนเข้าไปมีจิตใจดีก็จะรักษาศีลก่อให้เกิดสมาธิ และปัญญาตามมานั้นเองหล่ะจ้า


หลังจากที่ได้ไหว้พระขอพรเพื่อเป็นสิริมงคลเเละถ่ายรูปบรรยากาศเเล้ว เราออกเดินทางต่อไปรับประทาน
มื้อเที่ยงที่ร้าน “หลู้ลำ เจียงฮาย” ซึ่งเป็นร้านอาหารที่นัทตี้ยอมรับว่าร้านที่อร่อยเเละรสชาติดีเลยค่ะ
เเละเมื่อทุกคนทานกันอิ่มหน่ำสำราญ เราก็มุ่งหน้าเดินทางต่อไปที่ร้าน “THE WANDERER”
บรรยากาศของร้านนี้จะตกเเต่งในสไตล์เรือนกระจก ลายลอมไปด้วยต้นไม้เขียวขจี สามารถหามุมถ่ายรูป
เก็บไว้ลง Facebook Instagram ก็ได้นะคะ หรือใครที่ไม่ใช่สายอาร์ต ที่ร้านก็จะมีเครื่องดื่มเเละขนม
สั่งมานั่งกินชิวๆสบายๆก็ได้นะคะ


ถือได้ว่าเป็นการปิดทริป Isuzu Touring Caravan ประจำปี 2018 อย่างสวยงาม รู้สึกเลยว่าเวลาแห่งความสุข
มันมักจะผ่านไปอย่างเร็ว อย่างไรก็ตามเเล้วนั้น การเดินทางครั้งนี้ถือเป็นการเปิดหูเปิดตาการท่องเที่ยวต่างจังหวัด
ที่ไม่ใช่เเค่หัวเมืองใหญ่ได้ลองมาสัมผัสวิถีชีวิตที่เรียบง่ายเเละความสวยงามของธรรมชาติ (เเต่สวยสู้นัทตี้ไม่ได้นะคะ
//คุณชายหนาว : มั่นอกมั่นใจมาจากไหน…)
และในเรื่องของอาหารท้องถิ่นที่อร่อยจนอิ่มเเละเเน่นท้องกันข้ามวันข้าวคืนเลยก็ว่าได้ เเต่ถึงอย่างไรเเล้ว
การที่เราได้ออกเดินทางไปยังที่เที่ยวที่คาราวานอีซูซุได้ไปนั้น เราทุกคนก็สามารถไปเองได้ เพียงเเค่คุณ
หยิบกุณเเจรถเเละขับออกเดินทางไปชมกัน เเละเห็นด้วยตาของตัวท่านเองมันคงจะดีเเละตื่นเต้นกว่า จริงไหมคะ….


ขอบคุณ
บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด
สำหรับการจัดกิจกรรมในครั้งนี้

ภาพ : army_nutty
เผยแพร่ครั้งแรก : 3 ตุลาคม 2561

หากต้องการนำไปใช้นอกเหนือจากเผยแพร่ซ้ำ
กรุณาให้เครดิตภาพจากต้นฉบับทุกครั้ง

ติดตามข่าวสารได้ที่ www.carside.in.th
อัพเดททุกความเคลื่อนไหวโลกยานยนต์ได้ที่
facebook/instagram : carsideteam

Comments
Loading...