Generated by pixel @ 2020-08-13T00:29:34.583259

แน่นอนว่า Isuzu D-Max โฉมใหม่ได้รับเสียงตอบรับและยอดขายที่ดีขึ้นเรื่อยๆ ทว่า ในต่างประเทศ
ยังคงทยอยเปิดตัว หนึ่งในนั้นคือประเทศที่ได้รับความนิยมรถกระบะไม่แพ้ประเทศไทยคือ ออสเตรเลีย
ซึ่งเป็นประเทศที่ได้ใช้ D-Max โฉมใหม่ ซึ่งจัดเต็มทั้งฟังก์ชั่นความสะดวกสบายและความปลอดภัย
มากกว่าเวอร์ชั่นไทย โดยเริ่มวางจำหน่ายในวันที่ 1 กันยายน 2020

Generated by pixel @ 2020-08-13T00:03:21.166941

หน้าตาภายนอกมีแค่แบบเดียว นั่นคือแบบยกสูง Hi-Lander/V-Cross ที่มาพร้อมกับไฟหน้า LED ที่นำงาน
ออกแบบของ MU-X Minorchange มาปรับให้ล้ำสมัยขึ้น เสริมด้วยไฟหรี่และไฟส่องสว่างเวลากลางวันแบบ
LED กระจังหน้าแบบเส้นแนวนอนรูปตัว N 2 ชั้นและทำให้ ดูต่อเนื่องกับช่องดักลมด้านล่าง พร้อมไฟตัดหมอก
และไฟเลี้ยวทรงกลม และกันชนหน้าที่บึกบึนกว่ารุ่นที่แล้ว

ด้านข้างปรับเส้นสายให้เฉียบคมขึ้น โดยมีเส้นที่กลมกลืนกับแนวมือจับประตูและชายล่าง ส่วนรุ่น Spacecab
มาพร้อมกับบานแค็ปที่มีกระจกใหญ่ขึ้น และรุ่น 4 ประตูมีการทำเส้นที่แนวกระจกประตูหลังให้ลาดลงจากเดิม
นอกจากนี้กระจกมองข้างมาพร้อมกับรูปทรงใหม่ที่มีพื้นที่สีดำมากขึ้น เสริมด้วยไฟเลี้ยวทรงเรียวยาวขนาดเล็ก
(ในรุ่นเริ่มต้นได้ย้ายไฟเลี้ยวด้านข้างจากบริเวณด้านในประตูมาไว้แก้มข้างตามเดิม)

ด้านท้ายมาพร้อมกับไฟท้าย LED แบบ Dual Sonic-LED ที่มีทรงคล้ายๆเลข 8 พร้อมเส้น LED ล้อมรอบ
ไฟเลี้ยวและไฟถอย ส่วนฝากระบะหลังมาพร้อมกับเส้นสายที่ล้ำขึ้นจากเดิม รวมถึงกันชนหลังที่มาแบบ
กลมกลืนกับตัวรถมาให้เช่นกัน พร้อมปรับทรงใหม่ให้มีที่เหยียบขึ้นไปได้สะดวกขึ้น พร้อมเซ็นเซอร์รอบคัน
(ด้านหน้า/ด้านหลังอย่างละ 4 จุด)

Generated by pixel @ 2020-08-13T00:29:35.995772

ขนาดตัวถังมีขนาดดังต่อไปนี้

  • ความยาว 5,265 – 5,280 มิลลิเมตร
  • ความกว้าง 1,870 – 1,880 มิลลิเมตร
  • ความสูง 1,790-1,810 มิลลิเมตร
  • ความยาวฐานล้อ 3,125 มิลลิเมตร

สีตัวถังมีให้เลือกดังนี้

  • สีขาว Mineral White
  • สีขาวมุก Marble White Pearl
  • สีเงิน Mercury Silver Metallic
  • สีเทา Obsidian Grey Silver
  • สีดำ Basalt Black Mica
  • สีส้ม Volcanic Amber Metallic
  • สีแดง Magentic Red Mica
  • สีน้ำเงิน Cobalt Blue Metallic

ภายในมาพร้อมกับแผงคอนโซลหน้าดีไซน์ใหม่ จากเดิมที่เน้นเแนวตั้งมาเป็นแนวนอนเป็นหลัก พร้อมเสริมด้วย
หนังสังเคราะห์และตะเข็บแท้เป็นแบบสีดำ ชุดเครื่องเสียงมาพร้อมกับหน้าจอสัมผัสขนาดใหญ่สุด 9 นิ้ว (ขณะที่
รุ่นรองลงมามีขนาด 7 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อ AUX,USB และ Bluetooth พร้อมฟังก์ชั่น Wifi Mirroring
และระบบ Apple Carplay/Android Auto เสริมด้วยลำโพง 8 ตำแหน่ง (ซึ่งบนหลังคายังมีให้เช่นเคย)
ระบบปรับอากาศเป็นแบบอัตโนมัติแบบแยกฝั่งอิสระซ้าย/ขวา

มาตรวัดเป็นแบบเรืองแสงที่ยังสามารถหมุนรอบหลังสตาร์ทรถได้ เสริมด้วยจอแสดงผลการขับขี่ MID จอสี
ขนาด 4.2 นิ้วที่มีกราฟิกสวยขึ้นจากเดิม พร้อมพวงมาลัย 3 ก้านที่มีสวิตซ์ควบคุมเครื่องเสียง โทรศัพท์
และระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ Cruise Control ทุกรุ่นย่อย พร้อมทั้งตกแต่งพวงมาลัยด้วยสีเงิน
รวมถึงหัวเกียร์สีดำเสริมด้วยสีเงินบนเกียร์ธรรมดา

อุปกรณ์อำนวยความสะดวกมาพร้อมกับกุญแจอัฉริยะพร้อมสตาร์ท ที่สามารถสตาร์ทรถผ่านรีโมทโดยตรง
ล็อกรถเมื่อเดินพ้นรัศมีหรือปลดล็อกอัตโนมัติเมื่อเข้าใกล้รถ พร้อมไฟ Welcome Light,กระจกหน้าแบบ
กรองแสงอินฟราเรด/UVA/UVB,ที่ปัดน้ำฝนแบบมีที่ฉีดน้ำในตัว,ไฟแต่งหน้าและกระจกบนแผงบังแดด
และช่องเก็บของบริเวณตรงกลางพร้อมฝาปิด ช่องเก็บของคู่หน้าฝั่งผู้โดยสารหน้า ที่เก็บของบริเวณแผงประตู
และหลังเบาะคู่หน้า

เบาะนั่งคู่หน้าหุ้มด้วยหนัง โดยออกแบบให้ลดความเมื่อยล้าลงจากรุ่นเดิม โดยใช้เทคโนโลยี AVEC
(Anti Vibration Elastic Comfort) ฝั่งคนขับสามารถปรับไฟฟ้าได้ 8 ทิศทาง ส่วนเบาะหลังสามารถ
พับได้แบบแยกฝั่ง 60/40 พร้อมที่พักแขนและที่วางแก้ว รวมถึงอุปกรณ์อำนวยความสะดวก อาทิ
ช่องชาร์จไฟ USB 1 จุด และช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง

 

ขุมพลังมีให้เลือกแบบเดียว

  • เครื่องยนต์ดีเซลขนาด 3.0 ลิตร รหัส 4JJ3-TCX ความจุกระบอกสูบ 1,998 ซีซี 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว
    จ่ายน้ำมันแบบคอมมอนเรล เทอร์โบแปรผันแบบ VGS Turbo พร้อมอินเตอร์คูลเลอร์ ให้กำลังสูงสุด
    190 แรงม้า ที่ 3,600 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 450 นิวตัน-เมตร ที่ 1,600 – 2,800 รอบ/นาที
    จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติแบบ Rev-Tronic 6 จังหวะ และ เกียร์ธรรมดา 6 จังหวะ มีให้เลือกทั้งแบบ
    ขับเคลื่อน 2 ล้อหลังหรือขับเคลื่อน 4 ล้อพร้อม Diff-Lock ไฟฟ้า

ช่วงล่างด้านหน้ายังคงเป็นแบบอิสระปีกนก 2 ชั้นคอย์ลสปริงและเหล็กกันโคลง ด้านหลังเป็นแบบแหนบแผ่น
รูปครึ่งวงรี พร้อมโช้คอัพแก๊สทั้งด้านหน้า/หลัง ซึ่งตัวรถสร้างขึ้นบนพื้นฐาน Dynamic Drive Platform
ที่ปรับปรุงการขับขี่ให้ดียิ่งขึ้น ส่วนระบบเบรกแบบหน้าดิสก์เบรก หลังดรัมเบรก พร้อมพวงมาลัย
แบบแร็คแอนด์พีเนียน เสริมด้วยเพาเวอร์แบบไฟฟ้า EPAS

จุดเด่นสำคัญด้วยระบบช่วยเหลือการขับขี่ IDAS ทุกรุ่นย่อย ซึ่งติดตั้งฟังก์ชั่นเสริมมากกว่าเวอร์ชั่นไทย
โดยมีระบบดังต่อไปนี้ (ตัวหนา = ระบบที่เพิ่มเติมจากเวอร์ชั่นไทย)

  • ระบบรักษาระยะห่างและความเร็วแบบแปรผัน ACC
  • ระบบเตือนการชนด้านหน้า FCW และเบรกอัตโนมัติ AEB
  • ระบบเตือนรถออกนอกเลนและช่วยประคองรถอยู่ในเลน
  • ระบบช่วยอ่านป้ายจราจร Traffic Sign Recognization
  • ระบบเตือนมุมอับด้านข้างและขณะถอยหลัง
  • เซ็นเซอร์กะระยะรอบคัน 8 ทิศทาง
  • กล้องมองหลัง

นอกนั้นมาพร้อมกับระบบความปลอดภัยขั้นพื้นฐานด้งนี้

  • ระบบเบรก ABS/EBD/BA
  • ไฟเบรกฉุกเฉิน ESS
  • ระบบควบคุมการทรงตัว ESP
  • ระบบป้องกันรถลื่นไถล TCS
  • ระบบช่วยขึ้นเขา HSA
  • ระบบช่วยลงเขา HDC
  • กุญแจนิรภัย Immobilizer
  • สัญญาณกันขโมย
  • ถุงลมนิรภัย 8 ตำแหน่ง (คู่หน้า+ด้านข้าง+ม่านนิรภัย+หัวเข่าคนขับ+ ด้านข้างเบาะนั่ง)
  • สวิตซ์ปิดการทำงานของถุงลมนิรภัย

Isuzu D-Max มีให้เลือกถึง 13 รุ่นย่อย แต่แบ่งจริงๆมี 4 รุ่นย่อยคือ SX,LS-M,LS-U และ X-Terrian
พร้อมตัวถัง 3 แบบคือ กระบะตอนเดียว,Spacecab และ 4 ประตู พร้อมทั้งกระบะที่สามารถเลือกได้ถึง
6 แบบ (แบบกระบะมาตรฐาน กับ กระบะเสริม 5 แบบในรุ่น Cab and Chassis) ส่วนราคายังไม่ประกาศ
ณ เวลาดังกล่าว สำหรับใครที่อยากอ่านทดลองขับคร่าวๆเวอร์ชั่นไทยสามารถอ่านได้ที่นี่ครับ