[Interest] 4 จุดเด่นหลักของ MG Extender ผู้ท้าชิงใหม่ในตลาดรถกระบะ

525

เชื่อเลยว่าทันทีที่เปิดตัว MG Extender ก็มีกระแสมาให้ได้ยินพอสมควร อย่างไรก็ตาม เรามาดู 4 จุดเด่นหลักๆ
ของรุ่นนี้กันดีกว่าว่า จุดเด่นของรุ่นนี้มีอะไรที่น่าใช้บ้าง เมื่อเทียบกับคู่แข่ง ท่ามกลางการแข่งขันอย่างรุนแรงของ
ตลาดรถกระบะในประเทศไทยที่ยังคงระอุต่อเนื่อง

1.รูปลักษณ์ที่แตกต่างจากต้นฉบับ และขนาดตัวถังที่ใหญ่ขึ้น

หลายๆคนเห็นรูปทรงของ MG Extender แล้วอาจจะมองว่า หน้าตามันคือ Maxus T60/T70 ชัดๆ
ซึ่งมันเป็นความจริง เนื่องจากรายละเอียดหลายๆส่วนเหมือนกับรุ่นดังกล่าวหลายๆอย่าง อาทิ

ไฟหน้าแบบ LED Projector พร้อมไฟส่องสว่างและไฟหรี่ LED แบบเม็ดทรงตัว L กันชนหน้าทรงบึกบึน
พร้อมไฟตัดหมอกหน้าทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าแนวตั้ง ด้านข้างที่มีรูปทรงเหลี่มสัน ตกแต่งโครเมียมบริเวณ
กระจกมองข้างและมือจับประตู เสริมบันไดข้างและราวหลังคาสีเงิน และด้านท้ายที่ติดตั้งไฟท้ายใหม่
ที่ยังคงเป็นหลอดไส้อยู่ แต่ออกแบบรายละเอียดให้ดูมีมิติขึ้น พร้อมกันชนหลังสีเดียวกับตัวรถ เสริมด้วย
แผงทับทิมที่รวมไว้ในกันชนหลัง

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปจากรุ่นต้นฉบับ (Maxus T60) มีอยู่ 3 จุดดังนี้

  • กระจังหน้า จากเดิมเป็นเส้นแนวตั้งโครเมียม มาเป็นลายตาข่ายซึ่งคล้ายกับ ZS และ MG3 Minorchange
  • ฝากระบะหลังเปลี่ยนจากคำว่า Maxus แบบขึ้นรูปมาเป็นแบบเรียบ พร้อมแปะโลโก้ MG,Extender
    และ โลโก้ Brit Dynamic ดังเช่น MG รุ่นอื่นๆ
  • เวอร์ชั่นไทยไม่มีโรลบาร์โครเมียมมาให้

สำหรับขนาดตัวถังของ MG Extender มีดังต่อไปนี้ (ตัวเลขอ้างอิงจากรุ่น Double Cab 4WD)

  • ความยาว 5,365 มิลลิเมตร
  • ความกว้าง 1,900 มิลลิเมตร
  • ความสูง 1,850 มิลลิเมตร
  • ความยาวฐานล้อ 3,155 มม

เมื่อเทียบกับคู่แข่งโดยรวมแล้วพบว่า ความยาวเท่ากับ Ford Ranger และ Mazda BT-50 Pro รุ่นปัจจุบัน
ทว่า ฐานล้อจะสั้นกว่าคู่แฝด Ford Ranger และ Mazda BT-50 Pro แต่ความกว้างและความสูงจะมีตัวเลข
มากที่สุดในกลุ่ม (เมื่อดูจากสเปค) อย่างไรก็ตาม ความกว้างสบายจากคันจริงเป็นอย่างไร โปรดติตตามกันต่อไป


2.อุปกรณ์ความสะดวกสบายที่ครบครัน พร้อมระบบ Infotainment ที่จัดเต็มขึ้น

สำหรับภายใน แม้ว่าจะยกงานออกแบบมาจาก Maxus T60/T70 มาปรับการตกแต่งใหม่เล็กน้อย
แต่จุดเด่นสำคัญอยู่ที่ อุปกรณ์ความสะดวกสบายที่ให้มากันแบบจัดเต็ม

เริ่มจากชุดเครื่องเสียงที่มีขนาดจอสัมผัสใหญ่ถึง 10 นิ้ว (ซึ่งจอมีขนาดใหญ่ที่สุดในบรรดารถกระบะด้วยกัน)
สำหรับรุ่น X ยังมีการเพิ่มฟังก์ชั่น i-Smart มาให้เช่นเดียวกับ MG ZS และ MG3 Minorchange สามารถ
สั่งงานด้วยเสียงภาษาไทยได้ พร้อมเชื่อมต่อกับโทรศัพท์เพื่อดูฟังก์ชั่นต่างๆและสั่งงานระบบต่างภายในรถได้อีกด้วย
อีกทั้ง ยังมีฟังก์ชั่นใหม่ๆสำหรับรุ่นนี้โดยเฉพาะ อาทิ สามารถอ่านข่าว ฟังเพลงออนไลน์ รวมถึงตรวจผลหวย
(สลากกินแบ่งรัฐบาล) ได้เช่นกัน และระบบปรับอากาศมีฟังก์ชั่นปรับอุณหภูมิและแรงลมอัตโนมัติอีกด้วย

นอกจากนี้ อุปกรณ์ความสะดวกสบายอื่นๆมาพร้อมกับฟังก์ชั่นดังต่อไปนี้

  • กุญแจอัจฉริยะพร้อมปุ่มสตาร์ท
  • ที่ปัดน้ำฝนอัตโนมัติ
  • ไฟหน้าเปิด/ปิดอัตโนมัติ
  • ระบบควบคุมเครื่องเสียงบนพวงมาลัย
  • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ Cruise Control
  • ช่องแอร์และปลั๊กไฟ 12 โวล์ตสำหรับผู้โดยสารตอนหลัง
  • เบาะคู่หน้าปรับไฟฟ้า 6 ทิศทาง

เรียกได้ว่าให้มาไม่น้อยหน้าคู่แข่งเท่าไหร่นัก ซึ่งเมื่อเทียบกันแล้วพบว่า คู่แข่งบางรุ่นขาดอุปกรณ์บางอย่างไป
อาทิ ระบบปัดน้ำฝนอัตโนมัติ (ที่บางค่ายยังไม่ได้ติดตั้งมาให้) และเบาะผู้โดยสารปรับไฟฟ้า 6 ทิศทาง
(ซึ่งคู่แข่งรุ่นหนึ่งเคยให้มาเฉพาะรุ่นพิเศษเท่านั้น)


3.ขุมพลังใหม่ พร้อมดิสก์เบรก 4 ล้อ

แม้ว่าขุมพลังของรุ่นต้นฉบับอย่าง Maxus T60 และ T70 เวอร์ชั่นต่างประเทศ จะมีให้เลือกหลากหลาย
แต่ในเวอร์ชั่นไทยจะมีให้เลือกแบบเดียวคือ

เครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตรเทอร์โบเดี่ยว 4 สูบ 16 วาล์ว ให้กำลังสูงสุด 161 แรงม้า ที่ 4,000 รอบต่อนาที
แรงบิด 375 นิวตัน-เมตรที่ 1,500-2,400 รอบต่อนาที จับคู่กับเกียร์ธรรมดาและเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ
พร้อมระบบเคลื่อนล้อหลังหรือขับเคลื่อน 4 ล้อ Diff-Lock

ช่วงล่างด้านหน้าเป็นแบบอิสระปีกนกคู่ ด้านหลังเป็นแหนบซ้อนแบบแผ่น ส่วนพวงมาลัยเป็นแบบแร็คแอนด์พิเนียน
พร้อมเพาเวอร์ผ่อนแรงแบบไฮดรอลิค และไฮไลต์เด็ดของรุ่นนี้ก็คือ ระบบเบรกในรุ่นยกสูงจะให้ดิสก์เบรก 4 ล้อ
“ทุกรุ่นย่อย” (ซึ่งในตลาดบ้านเรารุ่นที่ได้ดิสก์เบรก 4 ล้อมีแค่ Foton Tunland และ Ford Ranger Raptor เท่านั้น)
แต่รุ่นตัวถังเตี้ยจะให้แบบหน้าดิสก์เบรก หลังดรัมเบรกเช่นเเดียวกับรถกระบะทั่วๆไป


4.ระบบความปลอดภัยที่ให้มาไม่น้อยหน้าใคร และติดตั้งในรุ่นย่อยที่หลากหลายขึ้น

สำหรับระบบความปลอดภัยของ MG Extender แม้ว่าจะให้มาไม่ได้โดดเด่นที่สุดในกลุ่ม แต่เมื่อดูออปชั่น
คร่าวๆแล้ว ถือว่า ไม่น้อยหน้าคู่แข่งเท่าไหร่นัก ซึ่งมีอุปกรณ์ดังต่อไปนี้

  • ระบบเบรก ABS/EBD/BA
  • ระบบควบคุมการทรงตัว ESP
  • ระบบช่วยขึ้นเขา HAS
  • ระบบช่วยลงเขา HDC
  • กล้องมองภาพรอบทิศทาง AVN
  • เซ็นเซอร์กะระยะด้านหน้าและด้านหลัง
  • ระบบเตือนมุมอับด้านข้าง BSD
  • ระบบเตือนรถออกนอกเลน LDW
  • ระบบเตือนแรงดันลมยาง TPMS
  • ไฟหน้าเลี้ยวตามพวงมาลัย AFS
  • ถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่ง

นอกจากนี้ ถ้าคุณอยากได้ระบบควบคุมการทรงตัว ลูกค้าไม่จำเป็นต้องไปเล่นรุ่นสูงสุดอย่างรุ่น X แต่อย่างใด
เพราะรุ่นยกสูง (Grand) ทุกรุ่นย่อย (ทั้งรุ่น D และ X) จะได้ระบบนี้มาด้วยเช่นกัน อาทิ ระบบควบคุมการทรงตัว ESP
ระบบป้องกันรถพลิกคว่ำ RMI,ระบบช่วยขึ้นเขา HAS และระบบช่วยลงเขา HDC เป็นต้น แต่ถ้าอยากได้ระบบที่มากกว่า
อาทิ ระบบเตือนมุมอับ ระบบเตือนรถออกนอกเลน และกล้องมองภาพรอบคัน หรือจะเป็นไฟหน้าแบบเลี้ยวตามพวงมาลัย
AFS (ซึ่งเป็นรถกระบะรุ่นเดียวในตลาดที่ติดตั้งมาให้) ก็ยังจำเป็นต้องเล่นรุ่น X 4WD อยู่ดี


และนี่คือ 4 จุดเด่นหลักของ MG Extender รถกระบะที่หลายๆคนรอคอย ซึ่งถ้าใครสนใจสามารถไปชมได้
ที่งาน Big Motor Sale ในวันที่ 16 – 25 สิงหาคม 2019 แต่ถ้าใครไม่สะดวกไปถึงไปเทค ก็ยังสามารถ
ไปชมตัวเป็นๆและทดลองขับได้ที่โชว์รูม MG ทั่วประเทศตั้งแต่วันที่ 16 สิงหาคม 2019 เป็นต้นไป

Comments
Loading...