[Interest]All New Toyota Hiace/Commuter : 4 จุดเด่นของรถตู้ยอดนิยมของคนไทย

191

หลังจากเปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้วสำหรับ Toyota Hiace และ Commuter เวอร์ชั่นไทย
กับการพัฒนาการครั้งยิ่งใหญ่ในรอบ 15 ปี หลังจากแนะนำ 4 จุดเด่นของ Toyota Hiace
เวอร์ชั่นต่างประเทศกันไปแล้ว คราวนี้มาดูกันว่า เวอร์ชั่นไทยมีจุดเด่นอะไรบ้าง ไปชมพร้อมกันครับ

1.งานออกแบบเปลี่ยนใหม่ในทุกระเบียดนิ้ว

แน่นอนว่างานออกแบบมีการเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่ เมื่อไล่ตามทีละส่วนแล้ว
สามารถอธิบายรายละเอียดได้ดังนี้

ด้านหน้ามาในทรงเหลี่ยม แต่ดูล้ำขึ้นเหมือนมินิแวนที่จำหน่ายในประเทศญี่ปุ่น เริ่มจากไฟหน้า
ทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดใหญ่ (จากเดิมเปลี่ยนสี่เหลี่ยมทรงเรียบๆ) พร้อมกับกระจังหน้าและ
ช่องดักลมที่ทำมาให้ต่อเนื่องกัน โดยกระจังหน้ามาในรูปแบบแนวนอน 2 ชั้นเช่นเดียวกับ
ช่องดักลมด้านล่าง

ด้านข้างออกแบบกรอบกระจกให้ใหญ่โตขึ้น พร้อมทั้งเพิ่มรายละเอียดในหลายๆจุด ไม่ว่าจะเป็น
ติดตั้งกระจกมองมุมบริเวณด้านล่างของกระจกมองข้าง พร้อมเพิ่มไฟเลี้ยวเสริม,เปลี่ยนมือจับประตู
เป็นแบบดึง (Grip Type) และทำฝากระโปรงหน้ายื่นออกมา (หรือที่เรียกกันว่าทรง Semi-Bonnet)
สำหรับจุดประสงค์ของการออกแบบนั้นจะเป็นอย่างไร โปรดติดตามกันต่อไป

ส่วนด้านท้ายปรับขนาดให้ใหญ่ขึ้นทุกจุด ตั้งแต่ไฟท้ายที่ขยายขนาดให้ใหญ่ขึ้น กระจกหลังที่ใหญ่ขึ้น
โดยที่ปัดน้ำฝนหลังยังติดอยู่ตำแหน่งเดิม แต่ไฟเบรกดวงที่ 3 ย้ายมารวมกับกระจกหลัง รวมถึงคิ้วเสริม
เหนือป้ายทะเบียนด้านบนที่หนาขึ้นเช่นกัน

การตกแต่งของทั้ง 2 รุ่นมีดังต่อไปนี้

  • รุ่น Hiace มาพร้อมกับกระจังหน้าสีเทา กันชนหน้า กระจกมองข้าง มือจับประตู กันชนหลัง
    และคิ้วเหนือป้ายทะเบียนสีดำ ล้อกระทะพร้อมฝาครอบ
  • รุ่น Commuter มาพร้อมกับกระจังหน้าและคิ้วเหนือป้ายทะเบียนตกแต่งด้วยโครเมียม
    ส่วน กันชนหน้า กระจกมองข้าง มือจับประตู กันชนหลัง จะพ่นสีเดียวกับตัวรถ รวมถึง
    เพิ่มไฟตัดหมอกหน้ามาให้ต่างหากส่วนล้อยังเป็นล้อกระทะพร้อมฝาครอบเช่นเคย

ส่วนขนาดตัวถังมีการเปลี่ยนแปลงดังนี้

ขนาดตัวถังของทั้ง 2 รุ่นมีดังนี้ (Hiace/Commuter)

  • ความยาว 5,265 มิลลิเมตร (ยาวขึ้น 570 มิลลิเมตร) / 5,915 มิลลิเมตร (ยาวขึ้น 535 มิลลิเมตร)
  • ความกว้าง 1,950 มิลลิเมตร (เพิ่มขึ้น 225/70 มิลลิเมตร)
  • ความสูง 1,990 มิลลิเมตร (สูงขึ้น 5 มิลลิเมตร)/2,280 มิลลิเมตร (เตี้ยลง 5 มิลลิเมตร)
  • ความยาวฐานล้อ 3,210 มิลลิเมตร (ยาวขึ้น 640 มิลลิเมตร) / 3,860 มิลลิเมตร (ยาวขึ้น 750 มิลลิเมตร)

โดยภาพรวมแล้วขนาดตัวรถใหญ่ขึ้นทุกมิติ ยกเว้นความสูงของ Commuter ที่ลดลงเพียง 5 มิลลิเมตรเท่านั้น


2.ความอเนกประสงค์ที่ครบครัน

ถึงแม้ว่าบรรดาออปชั่นต่างๆของ Toyota Hiace และ Commuter จะค่อนข้างน้อย เพราะมีให้แค่
ระบบปรับอากาศ กระจกไฟฟ้า เซ็นทรัลล็อกพร้อมกุญแจรีโมท กระจกมองข้างปรับและพับด้วยไฟฟ้า
พร้อมทั้งขยายบันไดขึ้นรถให้ใหญ่กว่าเดิมแล้ว

จุดเด่นสำคัญอยู่ที่ ช่องเก็บของของรถรุ่นดังกล่าวมีเยอะมาก ซึ่งมีตำแหน่งต่างๆดังนี้

  • ช่องเก็บขอองเหนือศรีษะด้านคนขับและผู้โดยสารด้านหน้า
  • ที่วางแก้วน้ำฝั่งคนขับและผู้โดยสารด้านหน้า
  • เก๊ะเก็บของบริเวณฝั่งผู้โดยสารหน้า
  • ช่องก็บของบนแผงคอนโซลหน้าพร้อมปลั๊กไฟ 12 โวลต์
  • ที่พักแขนเบาะนั่งแถวที่ 1 มีที่วางแก้ว 2 ตำแหน่งและที่วางของจุกจิก
  • ช่องเก็บของบริเวณแผงประตูคู่หน้า
  • ช่องเก็บของบริเวณใต้เบาะนั่งผู้โดยสารหน้า

ส่วนเบาะนั่งของแต่ละรุ่นจำแนกได้ดังนี้

  • รุ่น Eco ตู้ทึบ มีเฉพาะเบาะนั่งแถวหน้า 3 ที่นั่งเท่านั้น
  • รุ่น Hiace GL มาพร้อมกับเบาะนั่ง 4 แถว 12 ที่นั่ง
  • รุ่น Commuter มาพร้อมกับเบาะนั่ง 4 แถว 15 ที่นั่ง

สิ่งที่น่าสนใจก็คือ Pattern การวางจำนวนที่นั่งในรุ่น Commuter นั้น จากเดิมเบาะแถวสุดท้าย
จะมีให้ 4 ที่นั่งแต่คราวนี้จะเหลือแค่ 3 ที่นั่ง สำหรับเหตุผลจะกล่าวกันต่อไป


3.เครื่องยนต์ใหม่ที่แรงขึ้น และรองรับน้ำมันหลากหลายขึ้น

ในเวอร์ชั่นต่างประเทศจะมีเครื่องยนต์เบนซิน 3.5 ลิตร V6 มาให้เป็นทางเลือก แต่เวอร์ชั่นไทย
จะได้ใช้เครื่องยนต์ดีเซล 2.8 ลิตรที่ยกมาจาก Hilux Revo,Fortuner และ Innova Crysta
ซึ่งมีสเปคดังต่อไปนี้

ขุมพลังมาพร้อมกับเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ 2.8 ลิตร 1GD-FTV ให้กำลังสูงสุด 120 กิโลวัตต์ (163 แรงม้า)
ที่ 3,600 รอบต่อนาที ส่วนรุ่น Hiace มีความแรงอยู่ที่ 177 แรงม้า ที่ 3,400 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด
420 นิวตัน-เมตรที่ 1,600 – 2,200 รอบต่อนาที จับคู่กับ เกียร์ธรรมดาและเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ

แม้ว่ากำลังจะลดทอนลงจาก 3 รุ่นที่กล่าวมา แต่เมื่อเทียบกับเครื่องยนต์ 3.0 ลิตรเดิมพบว่า
เครื่องยนต์ใหม่มีกำลังมากกว่าเดิม 20 กิโลวัตต์ (ราวๆ 27 แรงม้า) ในรุ่น Commuter
แรงบิดมากกว่าเดิม 120 นิวตัน-เมตร อีกทั้ง ยังรองรับน้ำมันเชื้อเพลิง B20 ทำให้ทำราคาได้อีกด้วย


4.ความปลอดภัยเต็มพิกัดทั้งงานออกแบบและออปชั่นพื้นฐาน

ถึงแม้ว่าบ้านเราจะไม่ได้ Toyota Safety Sense และระบบความปลอดภัยเสริมเหมือนกับเวอร์ชั่น
ต่างประเทศ แต่ก็มีออปชั่นขั้นพื้นฐานมาให้ “ครบทุกรุ่น” ซึ่งมีดังต่อไปนี้

  • ระบบป้องกันล้อล็อก ABS
  • ระบบกระจายแรงเบรก EBD
  • ระบบเสริมแรงเบรก BA
  • ระบบควบคุมการทรงตัว VSC
  • ระบบป้องกันรถลื่นไถล TRC
  • ระบบช่วยขึ้นเขา HAC
  • ถุงลมนิรภัย 3 ตำแหน่ง (ยกเว้นรุ่น Hiace GL ที่ให้มาแค่คู่หน้า)

ไฮไลต์เด่นของรุ่นนี้อยู่ที่เหตุผลหลักจากการย้ายเครื่องยนต์มาไว้ด้านหน้าแทนใต้เบาะคนขับ
(ซึ่งเป็นช่องเก็บของไปเรียบร้อยแล้ว) เพราะเวลาเกิดแรงประทะจากการชนที่ด้านหน้าตัวรถ
ห้องโดยสารจะมีโอกาสเสียหายน้อยกว่ารุ่นเดิมอยู่พอสมควร และทำได้ผ่านการทดสอบ
จาก Euro NCAP และได้คะแนนสูงถึง 5 ดาวเลยทีเดียว

นอกจากนี้ การเรียงรูปแบบ ของเบาะนั่งรุ่น Commuter มีการเปลี่ยนไป จากเดิมที่เป็น
3-3-3-3-4 (16 ที่นั่ง) มาเป็น 3-3-3-3-3 (15 ที่นั่ง) โดยเว้นช่องไว้สำหรับทางลงฉุกเฉิน
อีกทั้ง ยังติดตั้งค้อนนิรภัยเอาไว้ 2 ตำแหน่งอีกด้วย เรียกได้ว่า Toyota พยายามใส่ใจ
เรื่องความปลอดภัยไว้มากกว่ารุ่นเดิมชัดเจน


และนี่คือ 4 จุดเด่นหลักของ Toyota Hiace และ Commuter ที่เรานำมาเสนอให้ชมกันครับ
สำหรับใครที่สนใจ หรืออยากสัมผัสตัวเป็นๆ สามารถไปชมตัวจริงได้ที่โชว์รูม Toyota ทั่วประเทศ

เริ่มจาก Toyota Commuter ที่เริ่มวางจำหน่ายตั้งแต่ 15 มิถุนายนเป็นต้นไป สำหรับ
Toyota Hiace ทั้งแบบตู้ทึบ หรือรุ่น GL จะเริ่มวางจำหน่ายในเดือนสิงหาคมเป็นต้นไป
ส่วน Interest รุ่นต่อไปจะเป็นอะไรนั้น โปรดติดตามกันต่อไป

Comments
Loading...