ในช่วงนี้รถยนต์จากฝั่งประเทศ อินโดนิเซีย ยังคงบุกตลาดอยู่เรื่อยๆ ทว่า ครั้งนี้ไม่เหมือนกับที่ผ่านมา
เพราะจะบุกตลาดถึง 4 รุ่น 4 ยี่ห้อ แถมออกมาในช่วงเวลาช่วงเวลาไล่เลี่ยกันอีกด้วย มาดูกันว่า
แต่ละรุ่นมีอะไรบ้าง และมีจุดเด่นกันตรงไหนบ้าง ชมรายละเอียดทั้งหมดได้เลยครับ

Toyota Veloz (All New Avanza) : กุมภาพันธ์ 2022

เริ่มจากคันแรกอย่าง All New Toyota Avanza ที่คราวนี้ได้เปลี่ยนชื่อการทำตลาดใหม่ว่า
Veloz ซึ่งเป็นชื่อของรุ่นการตกแต่งท็อปสุดในตลาด มาพร้อมกับจุดเด่นต่างๆมากมายทั้ง

  • หน้าตาใหม่ยกแผง ทั้งไฟหน้า LED ไล่กระพริบจากซ้ายไปขวา กระจังหน้าบานเกล็ดขนาดใหญ่
    กันชนหน้าดีไซน์ใหม่
  • ไฟท้ายมาเป็นแบบยาวต่อเนื่อง พร้อมกันชนหลังดีไซน์เฉพาะรุ่น
  • ล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว
  • สีภายนอกใหม่
    • สีขาว Platinum White Pearl
    • สีดำ Black Metallic
    • สีเงินอมม่วง Purplish Silver Mica Metallic
    • สีแดง Dark Red Mica Metallic
  • ภายในออกแบบให้ใช้งานง่ายขึ้นกว่าเดิมพร้อมฟังก์ชั่นเด่นๆทั้ง
    • ชุดเครื่องเสียงแบบจอสัมผัสขนาด 9 นิ้ว
    • ระบปรับอากาศอัตโนมัติพร้อมสวิตซ์ที่ใช้ง่าย พร้อมช่องแอร์ดีไซน์ใหม่
    • กุญแจอัจฉริยะพร้อมปุ่มสตาร์ท (รุ่นเดิมเป็นกุญแจรีโมท)
    • มาตรวัดแบบจอแสดงผลดิจิตอลขนาดใหญ่
    • ปุ่ม PWR Mode ควบคุมบนพวงมาลัย
  • ระบบความปลอดภัยแบบจัดเต็ม
    • Toyota Safety Sense
      • ระบบเตือนการชนด้านหน้า พร้อมระบบเบรกอัตโนมัติ
      • ระบบเตือนเมื่อรถเคลื่อนที่ไปข้างหน้า
      • ระบบตัดกำลังเครื่องยนต์เมื่อเผลอเหยียบคันเร่งรุนแรง
      • ระบบเตือนรถออกนอกเลน
    • ระบบเตือนมุมอับด้านข้างและขณะถอยหลัง
    • กล้องมองภาพรอบทิศทาง

ขุมพลังมาพร้อมกับเครื่องยนต์แบบเดียว พร้อมปรับพละกำลังให้แรงขึ้นกว่าเดิม

  • เครื่องยนต์ 1.5 ลิตร รหัส 2NR-VE พร้อมวาล์วแปรผัน DUAL VVT-i ให้กำลังสูงสุด 106 แรงม้า
    ที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 138 นิวตัน-เมตรที่ 4,200 รอบต่อนาที (รุ่นเดิมอยู่ที่ 102 แรงม้า
    แรงบิด 138 นิวตัน-เมตร) จับคู่กับ/เกียร์อัตโนมัติ CVT ขับเคลื่อนล้อหน้า (จากเดิมเป็นขับหลัง)
    แถมลดการปล่อย CO2 จาก 158 กรัม/กิโลเมตรเป็น 131 กรัม/กิโลเมตรอีกด้วย

สำหรับทางเลือกในตลาดจะมี 2 แบบคือรุ่น MID และรุ่น High ซึ่งข้อมูลทั้งหมดจะได้พบกัน
ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2022 พร้อมราคาจำหน่ายที่จะอยู่ที่เท่าไหร่ ต้องรอดูกันต่อไป

รายละเอียดเพิ่มเติมคลิกที่นี่


Mitsubishi Xpander Minorchange : มีนาคม 2022

เป็นอีกรุ่นที่จะเตรียมเปิดตัวในเดือนมีนาคม 2022 หลังจากที่ปรับหน้าตา “เล็กน้อย” ไปในช่วงปลายปี 2020
การเปลี่ยนแปลงรอบนี้ไม่ได้เกิดขึ้นแค่ภายนอกเท่านั้น ยังรวมถึงภายใน และงานวิศวกรรมใหม่ โดยมีการ
เปลี่ยนแปลงดังนี้

  • หน้าตาของรุ่นธรรมดาเปลี่ยนใหม่ทั้งหมด (รุ่น Cross ยังคงใช้หน้าเดิม)
    • ปรับรายละเอียดไฟหน้าใหม่ทั้งหมด
    • ปรับกระจังหน้า และกันชนหน้าใหม่ พร้อเส้น Dynamic Shield ที่หนาขึ้น
    • ปรับไฟท้าย LED ใหม่
    • ปรับลายล้ออัลลอยใหม่
  • สีรถใหม่ (ซึ่งประเทศไทยจะสั่งสีไหนเข้ามา ยังไม่ระบุแน่ชัด)
    • สีน้ำตาล Deep Bronze Metallic
    • เปลี่ยนสีเงินจาก Sterling Silver เป็น Blade Silver Metallic
  • ภายในอัปเกรดใหม่ทุกรุ่นย่อย
    • ปรับรายละเอียดภายในที่ดูเหลี่ยมขึ้นพร้อมวัสดุนุ่ม
    • ปรับการตกแต่งบริเวณกรอบช่องแอร์ใหม่
    • ปรับชุดเครื่องเสียงแบบจอสัมผัสขนาด 8 นิ้วใหม่
    • ระบบปรับอากาศเป็นแบบจอแสดงผลดิจิตอล
    • ติดตั้งเบรกมือไฟฟ้าพร้อมปุ่ม Auto Hold
    • ปรับพวงมาลัยดีไซน์ใหม่ยกชุด (ยกเว้นสวิตซ์ควบคุม)
    • ปรับมาตรวัดใหม่ ตกแต่งด้วยโทนสีน้ำเงิน

งานวิศวกรรมยังคงใช้เครื่องเดิม แต่มีการปรับระบบส่งกำลังเล็กน้อย

  • เครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.5 ลิตร รหัส 4A91 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว พร้อมระบบวาล์วแปรผัน MIVEC
    กำลังสูงสุด 105 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 141 นิวตันเมตรที่ 4,000 รอบ/นาที
    จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ CVT (เดิมมีเฉพาะเกียร์อัตโนมัติ 4 จังหวะเท่านั้น)

นอกจากนี้ยังปรับปรุงช่วงล่าง พวงมาลัย และระบบการขับขี่ให้ดีขึ้น

Mitsubishi Xpander เตรียมเปิดตัวรุ่นไมเนอร์เชนจ์เดือนมีนาคมนี้ แต่จะปรับรายละเอียด
ให้มากหรือน้อยกว่าเวอร์ชั่น อินโดนิเซีย หรือไม่ ต้องรอดูกันต่อไป

รายละเอียดเพิ่มเติมคลิกที่นี่


All New Honda BR-V : ไตรมาส 2 ของปี 2022

Crossover 7 ที่นั่งขนาดเล็กที่แม้ว่าตอนแรกจะประกอบในประเทศไทย มาวันนี้เปลี่ยนมาเป็นนำเข้าจาก
อินโดนิเซีย แทน แต่ถึงกระนั้นมีการออกแบบให้ดูทันสมัยขึ้นกว่ารุ่นเดิมชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นตัวรถ
ที่นำรถต้นแบบ N7X มาพัฒนาขึ้น อาทิ ไฟหน้า LED แบบเต็มรูปแบบพร้อมกระจังหน้าที่อลังการขึ้น
เช่นเดียวกับกันชนหน้าที่ดูเป็นรถลุยเช่นเดิม ขณะที่ด้านข้างที่ปรับเส้นสายใหม่อีกเล็กน้อย รวมถึง
ด้านท้ายที่เกลาเส้นสายใหม่ พร้อมไฟท้ายที่มีงานออกแบบสไตล์ Honda City โฉมปัจจุบัน

ภายในที่ยกชุดจาก Honda Amaze เวอร์ชั่นอินเดียทั้งหมด มาพร้อมการตกแต่งด้วยโทนสีดำ
ตัดกับสีเงินเมทัลลิก พร้อมกับอุปกรณ์ต่างๆดังนี้

  • ชุดเครื่องเสียงแบบจอสัมผัสขนาด 2DIN รองรับการใช้งาน Apple Carplay/Android Autp
  • ระบบปรับอากาศอัตโนมัติพร้อมปุ่มควบคุมใหม่
  • พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่น 3 ก้านพร้อมปุ่มควบคุมเครื่องเสียง และระบบควบคุมความเร็อัตโนมัติ
  • มาตรวัดเรืองแสง พร้อมจอแสดงผลการขับขี่แบบขาว/ดำ Dot Matrix ที่ละเอียดขึ้น
  • กุญแจอัจฉริยะพร้อมปุ่มสตาร์ท สามารถสตาร์ทด้วยรีโมทคอนโทรล
  • ระบบช่วยเหลือการขับขี่อัจฉริยะ Honda Sensing
    • ระบบควบคุมความเร็วรถแบบแปรผัน Adaptive Cruise Control
    • ระบบเตือนรถข้างข้าพร้อมเบรกอัตโนมัติ CMBS
    • ระบบเตือนและช่วยให้รถอยู่ในเลน LKAS
    • ระบบป้องกันรถตกถนน Road Departure Mitigation
    • ระบบเปิด/ปิดไฟสูงอัตโนมัติ Auto High Beam
    • ระบบช่วยเตือนเมื่อรถอยู่ข้างหน้า
ส่วนขุมพลังยังคงเป็นแบบเดิม แต่ปรับรายละเอียดใหม่
  • เครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.5 ลิตร i-VTEC ให้กำลังสูงสุด 121 แรงม้าที่ 6,600 รอบต่อนาที
    แรงบิดสูงสุด 145 นิวตัน-เมตรที่ 4,300 รอบต่อนาที จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ CVT ขับเคลื่อนล้อหน้า

กำหนดการเปิดตัวคาดว่าอยู่ในช่วงครึ่งแรกของปี 2022

รายละเอียดเพิ่มเติมคลิกที่นี่


Hyundai Creta Minorchange

สำหรับคันสุดท้ายนี้จะดูแปลกๆไปเสียหน่อย เพราะเป็น B-SUV 5 ที่นั่ง (ผิดจาก 3 รุ่นก่อนหน้าที่เป็น 7 ที่นั่ง)
แม้ว่าจะมาขายช้ากว่าอินเดีย และรัสเซีย แต่มาทั้งที เป็นรุ่นไมเนอร์เชนจ์ไปเลย โดยมีการปรับหน้าตาใหม่
จนดูเป็น Tucson ย่อส่วน โดยมีการปรับหน้ตาใหม่ดังนี้

  • ไฟหน้า LED แบบ 2 ชั้น ด้านบนกลมกลืนกับกระจังหน้า ด้านล่างมาเป็นไฟต่ำ/ไฟสูง
  • ตกแต่งขอบสีเงินทั้งกระจังหน้าส่วนล่าง และช่องดักลมส่วนบน
  • ล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้วลายใหม่
  • ปรับรายละเอียดประตูหลัง และไฟท้าย LED แบบใหม่

ส่วนภายในยังคงรายละเอียดเดิม แต่สำหรับสเปคอินโดนิเซียจะมีเฉพาะโทนสีดำเท่านั้น แต่ว่า
จะมีเบาะนั่งทั้งสีดำล้วน หรือ สีดำ/น้ำตาลผสม (ขึ้นอยู่กับรุ่นย่อย) พร้อมรายละเอียดดังนี้
(ทั้งหมดเป็นออปชั่นของเวอร์ชั่นอินโดนิเซีย)

  • ตกแต่งไฟ Ambient Light สีฟ้า
  • ชุดเครื่องเสียงแบบจอสัมผัสขนาด 8 นิ้วพร้อลำโพง Bose 8 ตำแหน่ง
  • ระบบช่วยเหลือการขับขี่ Infotainment อย่าง Bluelink
  • มาตรวัดแบบจอสีขนาด 10.25 นิ้ว
  • ระบบปรับอากาศอัตโนมัติพร้อมระบบฟอกอากาศ
  • ระบบเป่าลมเย็นบนเบาะนั่งคู่หน้า
  • ที่ชาร์จโทรศัพท์ไร้สาย
  • เบรกมือไฟฟ้าพร้อมปุ่ม Auto Hold
  • หลังคา Panoramic Moonroof
  • กล่องเก็บความเย็นบนกล่องเก็บของด้านหน้า
  • ระบบความปลอดภัย Hyundai Smart Sense
    • ระบบเตือนการชนด้านหน้าพร้อมเบรกอัตโนมัติทั้งทางตรงและทางแยก
    • ระบบเตือนรถให้อยู่ในเลน และช่วยประคองให้อยู่ในเลน
    • ระบบเตือนมุมอับด้านข้างพร้อมพวงมาลัยช่วย
    • ระบบเตือนมุมอับขณะถอยหลัง

ขุมพลังยืนยันว่าเวอร์ชั่นไทยจะเหมือนกับอินโดนิเซียซึ่งมีรายละเอียดดังนี้

  • เครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร Smartstream ให้กำลังสูงสุด 115 แรงม้าที่ 6,300 รอบต่อนาที
    แรงบิด 144 นิวตัน-เมตรที่ 4,500 รอบต่อนาที จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติแบบอัตราทดแปรผัน IVT
    ขับเคลื่อนล้อหน้า

ในเวอร์ชั่นอินโดนิเซียมีให้เลือก 4 รุ่นย่อย แต่เวอร์ชั่นไทยจะสั่งมีกี่รุ่นย่อย และทำราคาอยู่ที่
เท่าไหร่ โปรดติดตามกันต่อไป สำหรับใครอยากได้เวอร์ชั่นเบาะ 3 แถว 7 ที่นั่ง จะมีรุ่น
Hyundai Stargazer ตามมาในภายหลังพร้อมหน้าตาที่เปลี่ยนไปเล็กน้อย

รายละเอียดเพิ่มเติมคลิกที่นี่


และนี่คือรถ 4 รุ่นที่ผลิตใน อินโดนิเซีย สำหรับทำตลาดในประเทศไทยภายในปี 2022
โดยสเปคทั้งหมดจะพยายามอ้างอิงให้ใกล้เคียงกับรุ่นขายจริงมากที่สุด แต่สเปคจริงๆ
จะเป็นอย่างไรนั้น รอติดตามได้ที่ Carsideteam ครับ