Hyundai Ioniq เปิดตัวมาตั้งแต่ปี 2016 ในฐานะรถยนต์พลังงานทางเลือกที่มีทั้ง 3 รูปแบบทั้ง Hybrid
PHEV (ไฮบริดแบบเสียบปลั๊ก) และ EV (ไฟฟ้าล้วนๆ ซึ่งประเทศไทยยังทำตลาดอยู่) และประสบความสำเร็จ
พอสมควร แต่ยังไม่หยุดเพียงแต่นั้น เพราะทาง Hyundai เองต้องการขยายตลาดรถยนต์พลังงานทางเลือก
จึงพยายามแตกแบรนด์เป็น ioniq โดยเฉพาะ อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2021 ได้เปิดตัว
Ioniq 5 ออกมา แน่นอนว่ามาพลังงานไฟฟ้า แต่ตัวรถมาในสไตล์ SUV พร้อมงานออกแบบที่มา
ในสไตล์อนาคต เริ่มทำตลาดเร็วๆนี้

หน้าตาภายนอกมาในสไตล์เหลี่ยมทั้งคันพร้อมเส้นสายที่เรียบง่าย เริ่มจากฝากระโปรงหน้าที่มีขนาดใหญ่
จากการกินพื้นที่ถึงแก้มข้าง ไฟหน้าเป็นแบบ LED แบบจุด พร้อมไฟหรี่/ไฟขับขี่กลางวันรูปตัว U พร้อม
แถบสีดำที่แทนกระจังหน้า พร้อมตกแต่งด้วยสามเหลี่ยมบริเวณด้านล่าง พร้อมกันชนหน้าที่มาพร้อม
แถบสีเงินทรงเรียบ ช่องดักลมแบบปิดทึบที่แยกนูนออกมา โดยมีเส้นสีดำคั่นเอาไว้

ด้านข้างมาพร้อมมือเปิดประตูแบบซ่อนรูป แนวกระจกประตูหน้าเป็นทรงมน แต่ด้านหลังเป็นทรงเหลี่ยม
พร้อมมือจับประตูแบบซ่อนรูป และเส้นสายประตูที่ทำเป็นรูปสามเหลี่ยม พร้อมชายล่างสีเงินเสริมด้วย
ลายขีด โดยมีแถบสีดำคั่นเอาไว้ พร้อมล้ออัลลอยขนาดใหญ่สีดำที่มีลายล้อที่ดูฉวัดเฉวียน

ด้านท้ายมาพร้อมงานออกแบบที่สะดุดตาด้วยไฟท้ายเป็น LED ลายจุดที่กลมกลืนกับแผงตกแต่ง
เสริมด้วยสามเหลี่ยมด้านล่างเช่นเดียวกับกระจังหน้า ส่วนกันชนหลังออกแบบให้สอดคล้องกับ
กันชนหน้า ทั้งแถบสีเงินทรงเรียบ ช่องดักลมที่นูนออกมาพร้อมเส้นสีดำคั่น แต่แถบสะท้อนแสง
จะมาแบบเส้นถี่ๆ นอกจากนี้มาพร้อมหลังคาแบบกระจกอีกด้วย

ขนาดตัวถังมีดังนี้

  • ความยาว 4,635 มิลลิเมตร
  • ความกว้าง 1,890 มิลลิเมตร
  • ความสูง 1,650 มิลลิเมตร
  • ความยาวฐานล้อ 3,000 มิลลิเมตร

สีภายนอกมีให้เลือกดังนี้

  • สีทองอ่อน Gravity Gold Matte
  • สีเทานม Shooting-Star Gray Matte
  • สีเขียวอ่อนDigital Teal-Green Pearl
  • สีน้ำเงิน Lucid Blue Pearl
  • สีขาว Atlas White
  • สีเทาเข้ม Cyber Gray Metallic
  • สีดำ Phantom Black Pearl
  • สีเทาอมน้ำตาล Galactic Gray Metallic
  • สีเขียวเข้ม Mystic Olive-Green Pearl

ภายในมาพร้อมกับแผงคอนโซลที่มีรายละเอียดหลักๆแค่ก้อนใหญ่ๆจุดเดียวเท่านั้น โดยมาตรวัดกับ
ชุดเครื่องเสียงจะรวมเป็นแผงเดียวกันซึ่งมาในสไตล์เดียวกับรถยุโรปบางยี่ห้อ ตกแต่งด้วยกรอบสีขาว
โทนสีที่ใช้จะเป็นแบบโทนสีสว่างเบจ/น้ำตาล พร้อมช่องแอร์ที่มาพร้อมเส้นสีเงินยาวๆ ปิดด้วยแผงสีดำ
รวมทั้งเพิ่มไฟส่องสว่างบริเวณแผงประตูทั้งที่พักแขนและลำโพง สำหรับโทนสีภายในมีให้เลือกทั้งสีดำ/เทา
สีเขียวเข้ม/เทา และสีน้ำตาล/เทา (สำหรับตลาดเกาหลีใต้โดยเฉพาะ)

หน้าจอของชุดเครื่องเสียงมีขนาด 12 นิ้วเช่นเดียวกับมาตรวัด รองรับการเชื่อมต่อ Bluelink
ส่วนปุ่มควบคุมจะเป็นสีเงินที่กลมกลืนกัน ส่วนปุ่มควบคุมระบบปรับอากาศจะมาเป็นสีดำเข้ากับ
แผงดังกล่าว พร้อมปุ่มสตาร์ที่อยู่ใกล้ๆกัน มาตรวัดมาในสไตล์เรียบง่ายพร้อมพวงมาลัย
แบบมัลติฟังก์ชั่น 2 ก้านโดยตัวปุ่มจะเป็นสีดำเงา พร้อมมาตรวัดเสริมบนกระจกรองรับ AR

เบาะนั่งมาพร้อมรูปทรงที่ล้ำสมัย คู่หน้าปรับได้ 10 ทิศทางพร้อมที่รองขา ส่วนเบาะหลังสามารนเอนด้วยมือ
แต่เลื่อนไฟฟ้า พร้อมที่พักแขนและที่วางแก้ว สำหรับออปชั่นความสบายมาพร้อมช่องเสียง USB หลายจุด
และช่องชาร์จโทรศัพท์ไร้สาย ที่พักแขนที่มีความยาวพิเศษ และที่วางแก้ว

ขุมพลังมาพร้อมกับเครื่องยนต์ดังนี้

  • ระยะทางปกติ : กำลังไฟ 58 kWH พละกำลังสูงสุด 170 แรงม้า แรงบิด 350 นิวตัน-เมตร
    ขับเคลื่อนล้อหลัง วิ่งระยะทาง 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมงภายในเวลา 8.5 วินาที
  • ระยะทางปกติ : กำลังไฟ 58 kWH พละกำลังสูงสุด 235 แรงม้า แรงบิด 605 นิวตัน-เมตร
    ขับเคลื่อน 4 ล้อ AWD วิ่งระยะทาง 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมงภายในเวลา 6.1 วินาที
  • ระยะทางไกล : กำลังไฟ 72.6 kWH พละกำลังสูงสุด 218 แรงม้า แรงบิด 350 นิวตัน-เมตร
    ขับเคลื่อนล้อหลัง วิ่งระยะทาง 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมงภายในเวลา 7.4 วินาที
    วิ่งได้ไกลสุดถึง 470-480 กิโลเมตรตามมาตรฐาน WLTP
  • ระยะทางไกล : กำลังไฟ 72.6 kWH พละกำลังสูงสุด 306 แรงม้า แรงบิด 605 นิวตัน-เมตร
    ขับเคลื่อน 4 ล้อ AWD วิ่งระยะทาง 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมงภายในเวลา 5.2 วินาที
    วิ่งได้ไกลสุดถึง 470-480 กิโลเมตรตามมาตรฐาน WLTP

ระบบการชาร์จรองรับกำลังไฟ 400 วัตต์หรือ 800 วัตต์ อีกทั้งยังรองรับการชาร์จเร็วโดยชาร์จจาก
10% ถึง 80% ในระยะเวลา 18 นาที สามารถขับได้ไกลถึง 100 กิโลเมตรตามาตรฐาน WLTP

ระบบช่วยเหลือการขับขี่มีดังต่อไปนี้

  • ระบบเตือนการชนด้านหน้า Forward Collision-Avoidance Assist (FCA)
  • ระบบจำกัดความเร็วอัจฉริยะ Intelligent Speed Limit Assist (ISLA)
  • ระบบเปิด/ปิดไฟสูงอัตโนมัติ High Beam Assist (HBA)
  • ระบบเตือนอาการเหนื่อยล้าขณะขับขี่ Driver Attention Warning (DAW)
  • ระบบตรวจจับมุมอับด้านข้าง Blind-Spot View Monitor (BVM)
  • ระบบเตือนมุมอับขณะออกจารถ Safe Exit Assist (SEA)
  • ระบบเตือนมุมอับด้านหลังพร้อมเบรกอัตโนมัติ Reverse Parking Collision-Avoidance Assist (PCA)
  • ระบบช่วยถอยจอดอัตโนมัติ Remote Smart Parking Assist (RSPA)
  • กล้องมองภาพรอบทิศทาง Surround View Monitor (SVM)

Hyundai Ioniq 5 อาจจะวางจำหน่ายในเร็วๆนี้ คาดว่า จะอยู่ภายในปี 2021
ส่วนบ้านเราจะมาทำตลาดหรือไม่ ต้องติดตามกันต่อไป