ก่อนจะนำรถยนต์ 1 คันมาจำหน่าย ต้องทำอะไรบ้าง???????

294

หลายๆคนมักชอบถามบ่อยๆว่า “พี่ครับ รถรุ่นนี้จะมาขายไหม จะมาขายเมื่อไร” ล้วนแต่เป็นคำถามยอตฮิต
หลายท่านถามมา เพื่อรอในประกอบการตัดสินใจในการซื้อ บางคนถามถึงเฉยๆก็มี ไม่ได้มีนัยยะอะไรก็มากพอกัน
แต่เอาเถอะ วันนี้ Carsideteam ขอนำเสนอเรื่องที่ว่า”ก่อนจะนำรถยนต์ 1 รุ่นมาจำหน่าย“จะต้องทำอะไรบ้าง
เพื่อเป็นการคลายข้อสงสัยว่า ทำไมรอรถรุ่นนึงกว่าจะมาขาย มันนานขนาดนี้ รออะไร เลื่อนลงมาด้านล่างได้เลยครับ

1.Marketing ศึกษาความเป็นไปได้ในการทำตลาดในแต่ละพื้นที่ และเลือกรุ่นรถมาทำตลาด

พี่ครับ รถรุ่นนี้จะมาเมื่อไหมครับ” คำถามสุดยอดฮิต แผนกนี้ของบริษัทรถยนต์แต่ละที่ จะเป็นผู้ทำการตัดสินใจ
พร้อมกับผู้บริหารระดับสูง ในการตัดสินใจ โดยมีการทำแบบสอบถามจากกลุ่มอายุที่เป็น Target ของรถรุ่นดังกล่าว
แล้วนำมาย่อยเป็นข้อมูลที่สามารถใช้ในการประกอบตัดสินใจ เพื่อตัดสินใจว่าจะนำมาขายหรือไม่ต่อไป

2.Product Planing ทำหน้าที่กำหนดสเปกและอุปกรณ์มาตรฐานในแต่ละรุ่นย่อย 

เมื่อข้อมูลที่ใช้งานได้มาถึงมือ Product Planing แล้ว หน้าที่ของ product Planing จะทำการสรุปร่วมกับ Marketing
อีกครั้งว่า”รถรุ่นนี้ควรนำมาขายหรือไม่” หากสรุปว่า มาขาย หน้าที่ของ Product Planing คือ การวางอุปกรณ์มาตรฐาน
ให้กับรถยนต์รุ่นที่กำลังจะเปิดตัว นั่นคือส่งผลต่ออุปกรณ์ที่แตกต่างกันไปในแต่ละรุ่นย่อยและราคาขาย โดยอ้างอิงจาก
คู่แข่งในตลาดที่มีราคาและขนาดที่ใกล้เคียงหรือเท่ากัน และอีกคำถามยอดฮิตเช่นกันที่ว่า”ทำไมไม่ใส่ไอ้นั่นมาให้
ใส่ไอ้นี่มาทำไม” แผนก Product Planing คือบุคคลที่ตัดสินใจ บนข้อมูลที่เก็บมาจากกลุ่มลูกค้าครับ

3.ทำรถยนต์ Prototype,ตั้งไลน์ทดลองประกอบ,ทดสอบในรูปแบบการใช้งานจริงและตามมาตรฐานที่กำหนด

สำหรับหัวข้อนี้ จะสำหรับรถยนต์ที่ขึ้นสายพานการผลิต โดยการจะเริ่มทดสอบ จะมีรถยนต์ต้นแบบที่ใช้ในการทดสอบ
หรือ Prototype ที่ถูกส่งมาจากบริษัทแม่ หรือออกมาจากไลน์การผลิตทดลองก็ตาม (ซึ่งในประเทศไทย เป็นไปได้ทั้ง 2 อย่าง) หากในกรณีในการทดลองประกอบ บริษัทรถยนต์จะส่งชิ้นส่วนตัวอย่างหรือ Trail Part ในกับบริษัทผู้ผลิตรถยนต์
ทำชิ้นส่วนรถยนต์ เพื่อใช้ในการทดลองประกอบ และคำนวณราคาชิ้นส่วน ซึ่งเป็นต้นทุนของรถยนต์รุ่นใหม่
ที่เตรียมออกจำหน่ายในอนาคต

สำหรับราคาของรถยนต์ Prototype ราคาขั้นต่ำอยู่ที่ 20 ล้านบาทต่อคัน (โดยประมาณ) โดยที่วิศวกรบริษัทรถยนต์
จะนำรถยนต์วิ่งทดสอบใช้งานจริง และเก็บข้อมูลทุกอย่าง เพื่อนำไปปรับปรุงก่อนที่รถยนต์จะผลิตจริง รวมทั้งต้องนำ
รถยนต์ที่จะออกจำหน่าย ส่งชิ้นส่วนไปทดสอบตามมาตรฐาน มอก. และตัวรถยนต์เองนั้นก็ต้องนำไปทดสอบค่าไอเสีย
เพื่อนำค่าไอเสียที่ปล่อยออกมาบรรยากาศอย่าง CO2 ไปคำนวณอัตราภาษีสรรพสามิตที่ส่งผลต่อราคาปลีกรถยนต์นั่นเอง ส่วนใหญ่การเตรียมงานในส่วนนี้จนออกจำหน่ายจริง จะอยู่ที่ 1 ปีตั้งแต่อนุมัติโครงการ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับบริษัทรถยนต์
ในประเทศนั้นๆ

4.เมื่อทุกอย่างพร้อม รถยนต์รุ่นใหม่เริ่มประกอบขายจริง (สำหรับรถยนต์ประกอบขาย)

เมื่อทดสอบกันจนพอใจ และสามารถอบรมคนในสายพานการผลิตเข้าที่ รวมทั้งบริษัทผลิตชิ้นส่วน สามารถทำราคา
และคุณภาพเป็นไปได้ตามที่ตกลงกับบริษัทรถยนต์ การเริ่มการผลิตรถยนต์ ก็จะเริ่มขึ้น โดยในโรงงาน จะกำหนดป้าย
ที่ภาษาโรงงานเรียกว่า “กัมบัง”ในกล่องอะไหล่ใหม่ รวมทั้งหากรถยนต์รุ่นใหม่ มีความจำเป็นต้องเปลี่ยนเครื่องจักรบางตัว
ก็จะเริ่มเปลี่ยนตั้งแต่ทดลองประกอบบางส่วน และหากความต้องการในอนาคตเพิ่มขึ้น การขยายไลน์ประกอบ
ก็จะทำหลังจากนั้น

5.การอบรมทั้งพนักงานขายและบริการหลังขายทั้งหมด 

เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่สำคัญมากพอๆกับการออกแบบ เรื่องวิธีขายรถยนต์แต่ละรุ่น การที่รถยนต์รุ่นใหม่มีสิ่งที่เปลี่ยนไป
หน้าที่ของพนักงานขายคือ ให้ข้อมูลรถยนต์ที่ครบถ้วน ถูกต้อง ก่อนที่ลูกค้าจะตัดสินใจซื้อ ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญ
และที่สำคัญไปกว่านั้น ฝ่ายหลังการขายทั้งหมด ก็ต้องมาเรียนเพื่อรู้ว่า หากรถยนต์ต้องถึงระยะซ่อมบำรุง
ต้องตรวจเช็คส่วนใดบ้าง และหากในกรณีที่หนักกว่านั้น คือรถยนต์ที่ลูกค้าซื้อไปเกิดปัญหา วิธีการแก้ไขปัญหา
ต้องทำอย่างไร โดยหน้าที่นี้ จะเป็นแผนก Marketing ทำหน้าที่ร่วมกันกับฝ่ายเทคนิคของบริษัทรถยนต์
เพื่อเตรียมพร้อมในการจำหน่ายและซ่อมบำรุงในอนาคตครับ

6.ทำราคาทุกรุ่นย่อย ทำแคมเปญโฆษณา เตรียมงานเปิดตัว จัด Press Trip ให้สื่อทดสอบรถยนต์

เรื่องนี้ เป็นเรื่องที่ใช้ระยะเวลาสั้นพอสมควร ซึ่งเป็นหน้าที่ของ PR หรือ Press Relationship
ที่ต้องใช้ไอเดียในการทำโฆษณาให้โดนใจผู้ชมจนมีปฏิกิริยาที่ดีต่อตัวผลิตภัณฑ์ และเป็นกระแสซึ่งนำมา
ด้วยลูกค้าที่เข้ามาซื้อรถยนต์

ต่อมาคือการวางราคารุ่นย่อย ซึ่งเป็นหน้าที่ของ Marketing ร่วมกันกับฝ่าย Product Planing
ที่มาช่วยในการเคาะราคาต้นทุนของรถยนต์ 1 คันรวมกำไร ทั้งค่า Prototype ค่าทดสอบต่างๆ
ค่าแรงคนงาน ค่าโฆษณารวมทั้งภาษีสรรพสามิต กลายมาเป็นราคาจริงที่ท่านผู้อ่านได้เห็นกันตรงนี้ครับ

ต่อมาเมื่อราคาสุดท้ายออก ทำโฆษณาเพื่อใช้ทั้งป้ายติดตามตึก โบร์ชัวร์รถยนต์ ก็มาถึงการจัดงานเปิดตัว
โดยการลำดับการเปิดตัวรถยนต์ ส่วนใหญ่จะขึ้นอยู่กับอายุตลาดของรถยนต์รุ่นนั้นๆ หากถึงแล้ว ก็จะเริ่ม
เปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ แต่ในบางกรณี ก็อาจมีการลากขาย เพื่อเปิดทางให้กับรถยนต์ที่มีขนาดใหญ่ได้เปิดตัวก่อนก็มี

ส่วนวันเปิดตัว จะมีการเลือกไว้ เพื่อไม่ให้ชนกันกับรถยนต์ค่ายอื่น โดยงานเปิดตัว จะมีผู้บริหารระดับสูง มาเปิดตัว
และอธิบายถึงรถยนต์รุ่นใหม่ และในบางงาน อาจอนุญาตให้บุคคลทั่วไปสามารถเข้าร่วม เพื่อทดสอบรถยนต์
และรับจองทันที ซึ่งในปัจจุบันก็มีหลายบริษัทรถยนต์ที่ทำแบบนี้เช่นกัน


ต่อมาหลังจากงานเปิดตัว ก็จะมีการเชิญสื่อ เช่น website  หนังสือ นิตยสาร รายการทีวี หรือสื่อที่ทำ Content
ได้น่าสนใจ มาร่วมทดสอบรถยนต์รุ่นใหม่ที่เปิดตัวไป และนำความเห็นจากสื่อ มาเผยแพร่ให้ผู้คนตามช่องทางข้างต้นครับ

เป็นยังไงกันบ้างครับ สำหรับการเตรียมรถยนต์ 1 รุ่นมาจำหน่ายนั้น เรียกได้กว่า ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ที่จะเกิดขึ้นได้
นับตั้งแต่ศึกษาความเป็นไปได้ในการขาย การวางตำแหน่งผลิตภัณฑ์ งานทดสอบและทดลองประกอบ
การคำนวณภาษีสรรพสามิตเพื่อตั้งราคารถยนต์ เตรียมงานทีมขายและทีมหลังการขาย รวมทั้งงานเปิดตัว

สำหรับใครที่เคยถามว่า”รถรุ่นนี้จะมาขายไหม ทำไมไม่มา“คงน่าจะหายข้องใจด้วยบทความของพวกเรา
ส่วนใครที่อยากอ่านอะไร อยากทราบอะไร สามารถติดต่อได้ผ่านทาง Facebook Fanpage : Carsideteam 
ถ้าประเด็นไหนที่ทางเราเห็นว่าน่าสนใจ จะนำมาเขียนให้ได้อ่านกันแบบนี้ครับ

Comments
Loading...