คล้อยหลังจากที่เปิดตัวเวอร์ชั่น Sedan ไปเมื่อวันที่ 28 เมษายน คราวนี้ก็ถึงคิวของเวอร์ชั่น 5 ประตู
(หรือในชื่อ Hatchback) โดยมีภาพด้านข้างหลุดออกมาในเวปไซต์ Honda ของประเทศญี่ปุ่น พร้อมกับ
รายละเอียดพอสังเขปก่อนที่จะเปิดตัวในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

หน้าตาภายนอกไม่ต่างจากรุ่น Sedan มากนัก จากเดิมจะใช้กันชนหน้า/หลังคนละแบบ เริ่มจากไฟหน้า
LED แบบเกล็ดปลา แต่ปรับช่องให้เหลือแค่ 3 ช่องหลักแบบเดียวกับ HR-V/VEZEL รุ่นล่าสุด (จากเดิม
จะทำช่องถี่ยาวๆ) กระจังหน้าและช่องระบายอากาศด้านล่างเป็นแบบเส้นตรง แต่ช่องระบายอากาศจะมี
เกล็ดยื่นออกมาจนคล้ายลายตาข่าย กันชนหน้าเชื่อมกับกรอบไฟตัดหมอกหน้าที่เปลี่ยนเป็นแบบสั้น

ด้านข้างมาพร้อมเส้นสายคล้ายเดิม แต่มีการตวัดที่ปลายคิ้ว อีกทั้งขยายควาหนามือจับประตูและแนวกระจก
ที่ใหญ่ขึ้น แต่เมื่อเทียบกับรุ่นเดิมพบว่ามีความยาวมากกว่าชัดเจน (ส่วนความยาวจริงๆจะอยู่ที่เท่าไหร่
ต้องรอดูกันอีกที) ด้านท้ายมาพร้อมประตูท้ายที่มีช่องใส่ป้ายทะเบียนทรงคล้ายเดิม แต่ไฟท้ายเปลี่ยน
รูปทรงให้เรียบง่ายขึ้น อาทิ ไฟท้ายเป็น 2 ก้อน ย่อก้อนไฟท้ายให้สั้นลง และลากเส้นไฟท้ายให้ต่อเนื่อง
กับไฟท้ายทั้ง 2 ฝั่งและรวมชุดไฟเบรกดวงที่ 3 เข้าด้วยกัน จากเดิมจะลากไม่สุดและแยกก้อนไฟท้ายชัดเจน

ภายในคาดว่าเหมือนกับรุ่น Sedan เป๊ะ ลดความล้ำและจัดวางให้ใช้งานง่ายขึ้น มาพร้อมด้วยช่องแอร์
ที่เปลี่ยนมาเป็นแบบจุดๆ ควบคุมด้วยคันโยกด้านบนมาพร้อมกับชุดเครื่องเสียงจอสัมผัสขนาด 7 นิ้ว
หรือ 9 นิ้วแบบ HD (ขึ้นอยู่กับรุ่นย่อย) รองรับระบบ Apple Carplay แบบไร้สาย/Android Auto
และ Honda Connect มีหน้าตาเมนูแบบเดียวกับ Accord G10 รองรับระบบนำทาง Navigator
เสริมฟังก์ชั่นที่เกี่ยวเนื่องรวมทั้งลำโพงจาก Bose ทั้งหมด 12 ตำแหน่ง ส่วนระบบปรับอากาศเป็น
ปุ่มหมุนสวิตซ์ 3 จุดพร้อมไฟสีฟ้าพร้อมจอแสดงผลแบบแทรกกลางเล็กน้อย

คอนโซลกลางมีการปรับรายละเอียดให้เรียบง่าย เริ่มจากช่องชาร์จที่เป็นแบบช่องเสียบ USB พร้อมไฟสถานะ
คาดเข็มขัดนิรภัยขนาดใหญ่ ติดตั้งที่ชาร์จไร้สาย Qi คันเกียร์ย้ายมาที่ฝั่งคนขับอีกครั้ง (รุ่นเดิมอยู่กึ่งกลาง)
ส่วนบรรดาปุ่มต่างๆทั้งสวิตซ์เปลี่ยนโหมดการขับขี่ เบรกมือไฟฟ้าพร้อม Auto Hold และปิดการทำงานของ
Idling Stop รวมเป็น กลุ่มเดียวกัน อีกทั้งที่วางแก้วเป็นแบบติดตาย กล่องคอนโซลกลางที่ยกสูงขึ้นพร้อม
ที่พักแขนที่มีขนาดใหญ่ขึ้นเป้นชิ้นเดียว

พวงมาลัย 3 ก้านปรับทรงใหม่ โดยปุ่มมัลติฟังก์ชั่นดูกลมกลืนกับตัวก้านและให้สัมผัสที่ดีกว่ารุ่นเดิมชัดเจน
ส่วนแป้นแตรมีรูปทรงและมิติดูดีขึ้นพร้อมเสริมเส้นเมทัลลิกด้านล่างให้เป็นฐานในตัว ส่วนมาตรวัดนั้นแม้ว่า
กลับมาเรียบง่ายอีกครั้ง หลังจากที่มีความหวือหวาหลายแบบ ทั้งทำแบบ 2 ชั้น หรือกราฟิกที่แปลกตา
ในรุ่นก่อนๆ ทว่า เปลี่ยนเป็นจอแสดงผลแบบสียกชุดขนาด 10.2 นิ้วในบางรุ่นย่อย กระจกมองหลัง
แบบตัดแสงอัตโนมัติปรับทรงใหม่ พร้อมไฟอ่านแผนที่ LED ที่มีแผงสวิตซ์อลังการชัดเจน

แผงประตูมีการเสริมรายละเอียดทั้งตกแต่งด้วยสีเงิน พร้อมมือจับแบบรูสี่เหลี่ยม ที่พักแขนพร้อมแผงสวิตซ์
ที่ตั้งชันขึ้นมา ส่วนเบาะนั่งมีรูปทรงที่ดูหนักแน่นกว่าเดิมชัดเจน ปรับไฟฟ้าคู่หน้า สำหรับเบาะหลัง คาดว่า
จะสามารถพับได้ในอัตราส่วน 60/40 ทุกรุ่นย่อย พร้อมแผงปิดสัมภาระที่คาดว่าจะยังคงเปิดจากซ้ายไปขวา
เหมือนกับรุ่นที่แล้ว

ขุมพลังคาดว่าเหมือนกับรุ่น Sedan

  • เครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร i-VTEC 158 แรงม้าที่ 6,500 รอบต่อนาที แรงบิด 187 นิวตัน-เมตร
    ที่ 4,200 รอบต่อนาที จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ CVT
  • เครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร VTEC Turbo 180 แรงม้าที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิด 240 นิวตัน-เมตร
    ที่ 1,700 – 4,500 รอบต่อนาทีจับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ CVT

และมีความเป็นไปได้ว่าจะใช้เครื่องยนต์เบนซินแบบ Hybrid i-MMD ที่ Honda กำลังจะเพิ่มรุ่นในอนาคต
และมีความเป็นไปได้ที่ Honda Civic จะใช้ขุมพลังนี้เป็นตัวเลือกเพิ่มเติม (คาดว่าจะใช้ขุมพลังเดียวกับ
Honda Insight ในปัจจุบันพร้อมติดชื่อ e:HEV เหมือนรุ่นอื่นๆ)

ช่วงล่างด้านหน้าแมคเฟอร์สันสตรัทที่ช่วนลดเสียงรบกวนเข้ามาในห้องโดยสาร ส่วนช่วงล่างด้านหลัง
ปรับให้หนึบขึ้นจากการขยายช่วงล้อ และนุ่มนวลกว่ารุ่นเดิม พวงมาลัยมีการปรับการบังคับเลี้ยวให้ดีขึ้น
ตามที่ลูกค้าเรียกร้องมา รวมไปถึงระบบเบรกที่ช่วยลดแรงเสียดทานทำให้อัตราสิ้นเปลืองที่มีประสิทธิภาพขึ้น

รายละเอียดเพิ่มเติมโปรดติดตามได้ใน Carsideteam ครับ

ภาพจาก Civic เวอร์ชั่น Sedan และภาพสิทธิบัตรจาก Civicxi.com