Honda Vezel/HR-V Minorchange : ปรับหน้าตาภายนอกให้ทันสมัยขึ้นตามสไตล์ Honda ยุคใหม่

332

หลังจากที่ได้ชมภาพคร่าวๆของ Honda Vezel (หรือ HR-V ในตลาดโลก) Minorchange กันไปแล้ว
(อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่ครับ)ในที่สุด ก็ได้วางจำหน่ายที่ญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา
การปรับโฉมครั้งนี้จะเน้นไปที่การออกแบบภายนอกเป็นหลัก และปรับรายละเอียดปลีกย่อยในบางจุด

หน้าตาภายนอกปรับกระจังหน้าให้เป็นเส้นโครเมียมรมดำที่หนาขึ้นเว้นช่องด้านบนไว้เล็กน้อยพร้อมฝัง Radar
สำหรับตรวจับรถข้างหน้า ช่องด้านล่างที่หนาขึ้น ไฟหน้าแบบ LED ที่เปลี่ยนการออกแบบมาเป็นลายเกล็ดปลา
ตามสไตล์ Honda ยุคปัจจุบัน กันชนหน้าใหม่ที่เจาะช่องไฟตัดหมอกหน้าให้ใหญ่ขึ้น (โดยรุ่นที่ติดตั้งไฟตัดหมอก
แบบธรรมดาจะมีขนาดไฟที่ใหญ่ขึ้น) ด้านท้ายปรับไฟท้ายเล็กน้อยบริเวณกรอบไฟเลี้ยวที่ออกแบบให้เป็นชั้นๆ
รมกรอบให้เข้มขึ้น และเสริมโครเมียมบริเวณคิ้วเหนือป้ายทะเบียน ส่วนรุ่น RS จะมีช่องด้านหน้าเป็นรังผึ้งแทน
เส้นแนวนอนจากรุ่นปกติ ไฟตัดหมอกหน้าเป็นแบบ LED และล้ออัลลอย 18 นิ้วลายเดียวกับรุ่นเดิม

ภาบในปรับรายละเอียดไม่มากนัก ไม่ว่าจะเป็นช่องแอร์ฝั่งผู้โดยสารด้านหน้าแบบ 3 ช่องในกรอบเดียว
เสริมวัสดุบนคอนโซลหน้าด้วยวัสดุนุ่ม (หรือแบบกำมะหยี่ในรุ่น RS) วิทยุแบบจอสัมผัสที่รองรับ
Apple Carplay/Android Auto ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบปุ่มสัมผัส มาตรวัดที่เปลี่ยน
รายละเอียดเล็กน้อย ปุ่มสตาร์ทออกแบบใหม่ พร้อมออปชั่นต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเบาะคนขับปรับไฟฟ้า
พร้อมระบบบันทึกความจำ กระจกมองมุมที่อยู่จุดเดียวกับกระจกมองข้างฝั่งซ้าย กระจกไฟฟ้าขึ้น-ลง
อัตโนมัติทุกบาน ฮีทเตอร์สำหรับเบาะนั่งคู่หน้าระบบกรองอากาศ Plasma Cluster

สมรรถนะยังคงใช้เครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร i-VTEC Earth Dreams Technology แบบฉีดตรง
131 แรงม้า แรงบิด 155 นิวตัน-เมตร จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ CVT พร้อมระบบดับเครื่องขณะเหยียบเบรก
Idling Stop และเครื่องยนต์ไฮบริด i-DCD ที่ให้กำลัง 132 แรงม้า แรงบิด 156 นิวตัน-เมตร (มอเตอร์ไฟฟ้า
มีกำลัง 29.5 แรงม้า แรงบิด 160 นิวตัน-เมตร) จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติแบบคลัตซ์คู่ 7 จังหวะ ที่มีการปรับจูน
ให้ขับขี่ได้ราบเรียบขึ้น รวมทั้งปรับปรุงแป้นเบรกให้ทำงานดีขึ้นอีกด้วย อีกทั้งช่วงล่างยังติดตั้งเหล็กค้ำช่วงล่าง Performance Damper เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการขับขี่ให้ดีขึ้น

ระบบความปลอดภัยมาพร้อมกับ Honda Sensing ทุกรุ่นย่อย ซึ่งประกอบไปด้วยระบบเตือน
การชนด้านหน้าพร้อมเบรกอัตโนมัติ ระบบเตือนรถออกนอกเลนพร้อมระบบดึงพวงมาลัยกลับอัตโนมัติ
ระบบเตือนเมื่อรถข้างหน้าเคลื่อนที่ ระบบอ่านป้ายจราจร ระบบป้องกันเหยียบคันเร่งเมื่อรถจอดข้างหน้า
และระบบดึงรถให้อยู่บนถนน ส่วนระบบความปลอดภัยขั้นพื้นฐานอย่าง ระบบเบรก ABS EBD BA
ระบบควบคุมการทรงตัว VSA ระบบช่วยขึ้นเขา HSA และถุงลมนิรภัย 6 รุ่นมีให้ทุกรุ่นย่อย
(ส่วนถุงลมนิรภัยด้านข้างและม่านนิรภัยติดตั้งในบางรุ่น)

Honda Vezel/HR-V มีให้เลือกถึง 8 สี โดยมี 3 สีใหม่คือ น้ำตาล Aurora Amethyst Metallic
สีเขียว Sliver Mist Green Metallic และสีขาว Platinum White Pearl ส่วนสีอื่นๆจะมีทั้ง
สีเงิน Luna Sliver Metallic,สีดำ Crystal Black Pearl,สีเทาอมม่วง Ruseblack Metallic
สีน้ำเงิน Midnight Blue Beam Metallic และสีแดง Premium Crystal Red Metallic
ราคาจำหน่ายอยู่ที่ 2,075,000 – 2,810,000 เยน (610,000 – 825,000 บาท)
ตั้งเป้ายอดขายไว้ 5,000 คัน/เดือน เริ่มจำหน่ายตั้งแต่ 15 กุมภาพันธ์เป็นต้นไป

สำหรับประเทศไทยมีความเป็นไปได้สูงว่าจะจำหน่ายในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2018 นี้ โดยหน้าตาภายนอก
อาจจะปรับเหมือนกับเวอร์ชั่นญี่ปุ่นทุกประการ ส่วนภายในอาจจะเปลี่ยนแค่ชุดเครื่องเสียงที่ต้องรอดูกันว่าจะได้
แบบไหน เครื่องยนต์ยังคงเป้น 1.8 ลิตร i-VTEC เช่นเคย ส่วนราคาอาจจะไม่ปรับเพิ่ม (เหมือนกับ City และ
Jazz ไมเนอร์เชนจ์เมื่อปี 2017)

Comments
Loading...