สถานการณ์ของ Crossover ขนาดกลางค่อนข้างใหญ่ในภาพรวมเริ่มที่จะลดความนิยมลงไปสวนทางกับ
Crossover ขนาด C-Segment ที่กำลังได้รับความนิยมอย่างเรื่อยๆ อย่างไรก็ตาม Honda CR-V
ยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องจากการปรับขนาดตัวถังให้ใหญ่ขึ้น พร้อมติดตั้งขุมพลังเครื่องยนต์ดีเซล
และเบาะนั่งแถวที่ 3 รวมถึงอุปกรณ์ความสะดวกสบายที่พอสู้กับคู่แข่งได้ ล่าสุด ก็ได้ทำการปรับโฉม หลังจาก
เปิดตัวในสหรัฐอเมริกาตั้งแต่เดือนกันยายน 2019 มาพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงทั้งหน้าตาใหม่ ออปชั่นใหม่
แต่ขุมพลังเดิม เริ่มจำหน่ายตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

สิ่งที่เปลี่ยนแปลงจากภายนอกมีดังนี้

  • ปรับรายละเอียดไฟหน้า LED เล็กน้อย พร้อมไฟเลี้ยวไล่จากซ้ายไปขวา (Sequential)
  • กระจังหน้าพ่นสีดำ พร้อมปรับช่องด้านล่างเป็นลายตาข่าย (จากเดิมเป็นเส้นแนวนอนคู่)
  • เปลี่ยนไฟตัดหมอกหน้าเป็นแบบ LED ในรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ (เดิมมีเฉพาะเครื่องยนต์ดีเซล)
  • ปรับกันชนหน้าทรงใหม่ เสริมด้วยโครเมียมแบบยาว พร้อมช่องไฟตัดหมอกหน้าใหม่
  • ล้ออัลลอยลายใหม่เป็นแบบ 5 ก้าน ลายดอกไม้ ขนาด 18 นิ้ว
  • ปรับกรอบไฟท้ายให้เข้มขึ้น
  • ปรับสีโครเมียมบริเวณประตูหลังเป็นแบบรมดำ
  • กันชนหลังทรงใหม่ ปรับแผงทับทิมให้เรียบขึ้น เสริมด้วยโครเมียม
  • ปลอกท่อไอเสียโครเมียมทรงเหลี่ยม
  • หลังคากระจก Panoramic Moonroof
  • เพิ่มสีใหม่ สีน้ำเงิน Cosmic Blue Metallic (สีเดียวกับ City MY2017 และ Civic MY2016)
  • ยกเลิกรุ่นย่อย 1.6 DT-E ออกไป (ดีเซลขับเคลื่อน 2 ล้อ)

อุปกรณ์มาตรฐานภายในมีการเพิ่มมาให้เต็มพิกัด ซึ่งสิ่งที่มานั้น เวอร์ชั่นต่างประเทศมีอะไรมาให้มากกว่า
บ้านเรา ในรุ่นไมเนอร์เชนจ์จะตามมาใส่ให้”เกือบ”ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น

  • เพิ่มที่ชาร์จโทรศัพท์ไร้สาย
  • เพิ่มช่องเสียบ USB สำหรับชาร์จโทรศัพท์ 2 ตำแหน่ง
  • เบาะนั่งคนขับมาพร้อมกับหน่วยความจำ Memory Seat
  • ชุดเครื่องเสียงรองรับ Honda Connect
  • กระจกมองข้างพับเก็บอัตโนมัติเมื่อล็อกรถ
  • เพิ่มไฟหน้าและที่ปัดน้ำฝนเปิด/ปิดอัตโนมัติทุกรุ่น (จากเดิมมีเฉพาะรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ)
  • เพิ่มเบาะผู้โดยสารปรับไฟฟ้าทุกรุ่น (จากเดิมมีเฉพาะรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ)
  • เพิ่มกล้องมองภาพด้านข้าง Honda Lanewatch ทุกรุ่น (จากเดิมมีเฉพาะรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ)
  • เพิ่มระบบเตือนอาการเหนื่อยล้าขณะขับขี่ DAA ทุกรุ่น (จากเดิมมีเฉพาะรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ)

ขุมพลังเหมือนเดิม ไม่มี Hybrid และไม่มี VTEC Turbo ซึ่งทางเลือกแค่

  • เครื่องยนต์เบนซิน 2.4 ลิตร i-VTEC 173 แรงม้าที่ 6,200 รอบต่อนาที แรงบิด 224 นิวตัน-เมตร
    ที่ 4,000 รอบต่อนาที จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ CVT แบบรางตรง พร้อมระบบขับเคลื่อนล้อหน้า หรือ 4 ล้อ
  • เครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ 1.6 ลิตร i-DTEC พร้อม Turbo Charger 2 ลูก 160 แรงม้าที่ 4,000 รอบต่อนาที
    แรงบิด 350 นิวตัน-เมตรที่ 2,000 รอบต่อนาที จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 9 จังหวะจาก ZF แบบปุ่มกด
    พร้อมขับเคลื่อนล้อหน้า หรือ 4 ล้อ

ระบบความปลอดภัยมาพร้อมกับ Honda Sensing (ในรุ่น EL) ที่หลายๆคนอยากให้ติดตั้งกันเสียที
ซึ่งประกอบไปด้วย

  • ระบบควบคุมความเร็วและระยะห่างรถคันหน้าอัตโนมัติสามารถทำงานที่ความเร็วต่ำได้
    Adaptive Cruise Control (ACC)
  • ระบบเตือนการชนด้านหน้า พร้อมระบบเบรกอัตโนมัติ Collision Mitigation Braking System (CMBS)
    with Forward Collision Warning (FCW) สามารถตรวจจับคนเดินถนนได้
  • ระบบป้องกันรถวิ่งนอกเส้นถนน Road Departure Mitigation (RDM)
  • ระบบเตือนรถออกนอกเลน Lane Departure Warning (LDW)
  • ระบบประคองให้รถอยู่ในเลน Lane Keeping Assist (LKAS)
  • ระบบควบคุมไฟสูงอัตโนมัติ Auto High Beam

Honda CR-V มีรุ่นย่อยและราคาดังนี้

ตัวหนา = เพิ่มจากรุ่นก่อนไมเนอร์เชนจ์

2.4 S

  • ไฟหน้า LED พร้อมไฟเลี้ยวไล่จากซ้ายไปขวา (Sequnetial)
  • ไฟหน้าเปิด/ปิดอัตโนมัติ
  • ที่ปัดน้ำฝนอัตโนมัติ
  • ไฟตัดหมอกหน้าทรงกลม
  • กระจังหน้าสีดำ
  • กระจกมองข้างสีเดียวกับตัวรถ ปรับ/พับ ไฟฟ้า เสริมไฟเลี้ยวและพับอัตโนมัติเมื่อล็อกรถ
  • ฝาท้ายไฟฟ้าพร้อมระบบเตะเปิด
  • สปอยเลอร์หลัง
  • เสาอากาศแบบครีบปลา
  • ราวหลังคาสีเงิน
  • ไฟท้าย LED
  • คิ้วเหนือป้ายทะเบียนโครเมียม
  • ล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้วพร้อมยางขนาด 235/65R17
  • ภายในตกแต่งด้วยสีเงิน
  • เบาะหนังปรับไฟฟ้าคู่หน้า (คนขับ 8 ทิศทาง ผู้โดยสาร 4 ทิศทาง)
  • มาตรวัดแบบจอแสดงผล TFT
  • พวงมาลัยหุ้มหนัง 3 ก้านพร้อมปุ่มควบคุมเครื่องเสียง โทนศัพท์ จอแสดงผลการขับขี่ MID
  • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ Cruise Control
  • ปุ่มเปลี่ยนโหมดการขับขี่แบบประหยัด ECON
  • กุญแจอัจฉริยะพร้อมปุ่มสตาร์ท
  • ระบบล็อกรถอัตโนมัติเมื่อถึงความเร็วที่กำหนด
  • ระบบล็อกรถเมื่อเดินพ้นรถ (Walkaway lock control)
  • ชุดเครื่องเสียงแบบจอสัมผัสขนาด 7 นิ้ว เชื่อมต่อผ่าน Bluetooth และ USB
    รองรับ Apple Carplay/Android Auto และ Honda Connect
  • ลำโพง 8 ตำแหน่ง
  • ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบแยกฝั่ง พร้อมช่องแอร์ด้านหลัง
  • กระจกมองหลังตัดแสงอัตโนมัติ
  • ไฟอ่านแผนที่หน้า/หลังแบบ LED
  • แผงบังแดดพร้อมกระจกแต่งหน้าทั้งสองฝั่ง
  • ช่องชาร์จ USB ด้านหลัง
  • ระบบเบรก ABS/EBD/BA
  • ระบบควบคุมการทรงตัว VSA/TCS
  • ระบบช่วยขึ้นเขา HSA
  • ระบบช่วยเพิ่มความคล่องตัวขณะขับขี่ AHA
  • พวงมาลัยเพาเวอร์ไฟฟ้าแบบ MA-EPS
  • ถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่ง
  • เบรกมือไฟฟ้าพร้อมปุ่ม Auto Hold
  • กล้องมองภาพด้านข้าง Honda Lanewatch
  • ระบบเตือนอาการเหนื่อยล้าขณะขับขี่ DAA
  • กล้องมองหลังปรับได้ 3 มุมมอง

2.4 E เพิ่มอุปกรณ์จาก 2.4 S ดังนี้

  • ไฟหน้าปรับสูง/ต่ำอัตโนมัติ
  • ไฟตัดหมอกหน้า LED ทรงเหลี่ยม
  • ล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้วพร้อมยางขนาด 235/60R17
  • หลังคา Panoramic Moonroof
  • ภายในตกแต่งด้วยลายไม้
  • ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบแยกฝั่ง i-Dual Zone
  • ระบบนำทาง Navigator
  • ที่ชาร์จโทรศัพท์ไร้สาย
  • หน่วยความจำสำหรับเบาะนั่งฝั่งคนขับ

2.4 ES/2.4 EL อุปกรณ์เพิ่มเติมจาก 2.4 S และ 2.4 E ดังนี้

  • เบาะนั่งแถวที่ 3 พร้อมช่องแอร์ด้านหลัง
  • ออปชั่นเทียบเท่าดังนี้
    • 2.4 S = 2.4 ES
    • 2.4 E = 2.4 EL

1.6 DT-EL อุปกรณ์เพิ่มเติมจาก 2.4 EL ดังนี้

  • Idling Stop
  • Paddle Shift
  • Honda Sensing
    • ระบบควบคุมความเร็วและระยะห่างรถคันหน้าอัตโนมัติสามารถทำงานที่ความเร็วต่ำได้
      Adaptive Cruise Control (ACC)
    • ระบบเตือนการชนด้านหน้า พร้อมระบบเบรกอัตโนมัติ Collision Mitigation Braking System
      (CMBS) with Forward Collision Warning (FCW) สามารถตรวจจับคนเดินถนนได้
    • ระบบป้องกันรถวิ่งนอกเส้นถนน Road Departure Mitigation (RDM)
    • ระบบเตือนรถออกนอกเลน Lane Departure Warning (LDW)
    • ระบบประคองให้รถอยู่ในเลน Lane Keeping Assist (LKAS)
    • ระบบควบคุมไฟสูงอัตโนมัติ Auto High Beam

ลูกค้าสัมผัส Honda CR-V Minorchange ได้ที่โชว์รูม Honda ทั่วประเทศ หรือในงาน
Bangkok International Motor Show 2020 ได้ในวันที่ 15 – 26 กรกฏาคม 2020
ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี

Facebook Comments