หลังจากที่เปิดตัว Honda City เวอร์ชั่นซีดานกันไปแล้ว ทีนี้ หลายๆคนรอดูรุ่น Hatchback กันว่า
จะมาในทางไหน ในช่วงแรกเดาว่าเป็นการนำ Honda Jazz มาทำตลาดเหมือนกับ 3 รุ่นที่ผ่านมา
ทว่า ก็มีเสียงลือว่าจะไม่เข้ามาทำตลาด แต่จะทำ City เป็นเวอร์ชั่น Hatchback แทน

ล่าสุด คำตอบก็ชัดเจนออกมาแล้วว่า Honda ส่ง City Hatchback โดยเป็นการนำ City มาแปลง
ช่วงครึ่งหลังให้มีประตูท้ายแทน ซึ่งเปิดตัวครั้งแรกในโลกที่ประเทศไทยในวันที่ 24 พฤศจิกายน 2020
พร้อมทำตลาดแล้ววันนี้ (ส่วน Honda Jazz ยังคงทำตลาดอยู่)

หน้าตาภายนอกยกครึ่งคันหน้ายกมาจาก City มาทั้งชุด ทั้งกระจังหน้า 2 ชั้น ด้านบนเป็นคิ้วโครเมียม
หรือสีดำเงาหนาๆ ด้านล่างเป็นลายตาข่าย ไฟหน้าเป็นแบบฮาโลเจน 3 ช่องหรือ LED แบบเกล็ดปลา
กันชนหน้าพร้อมช่องทึบสำหรับติดตั้งไฟตัดหมอกหน้า ช่องดักลมด้านล่างพร้อมทำแถบสีดำบริเวณซ้าย/ขวา
ซึ่งจะมีในสไตล์เดียวกับ City แบบธรรมดา (รุ่น S,V,SV)

ด้านข้างบานประตูเป็นการนำเวอร์ชั่น Sedan มายกชุด พร้อมเส้นสาย แนวกระจก ฐานกระจกมองข้างที่
มาในสไตล์เดียวกัน พร้อมล้ออัลลอยลายเดิม (แต่ไม่มีฝาครอบล้อให้เลือก)

จุดเปลี่ยนสำคัญอยู่ที่ด้านหลัง ซึ่งออกแบบใหม่ให้แตกต่างจาก Fit/Jazz โดยสิ้นเชิง เริ่มจากไฟท้าย
ที่เล็กลง พร้อมหลอด LED ที่ถอดแบบมาจากรุ่น Sedan แต่ปรับรายละเอียดให้ดูลาดเทลง สปอยเลอร์
หลังพร้อมไฟเบรกเล็กๆที่มีกรอบสีดำเสริมบริเวณซ้าย/ขวาจรดแนวกระจก และกันชนหลังที่มีแผงทับทิมแนวตั้ง
(ที่มีขนาดเล็กกว่ารุ่น Sedan) และเสาอากาศครีบปลา

ขนาดตัวถังมีดังต่อไปนี้

  • ความยาว 4,345 – 4,349 มิลลิเมตร
  • ความกว้าง 1,748 มิลลิเมตร
  • ความสูง 1,488 มิลลิเมตร
  • ความยาวฐานล้อ 2,589 มิลลิเมตร

สีตัวถังมีให้เลือกดังนี้

  • สีแดง Ignited Red Metallic (เฉพาะรุ่น RS)
  • สีขาว Taffeta White (เฉพาะรุ่น S)
  • สีขาวมุก Platinum White Pearl (เฉพาะรุ่น SV,RS)
  • สีดำ Crystal Black Pearl
  • สีเทาอ่อน Sonic Grey Pearl
  • สีเทา Meteoroid Grey Metallic

ภายในยกมาจาก City Sedan มาทั้งชุด ซึ่งปรับเปลี่ยนจาก Honda Fit เวอร์ชั่นญี่ปุ่นเกินครึ่ง อาทิ
แผงคอนโซลหน้าสีดำเสริมด้วยลายตะเข็บสีแดง หรือ แผงสีเบจ ช่องแอร์ขนาบข้างกับแผงควบคุมต่างๆ
เช่น ชุดเครื่องเสียงแบบจอสัมผัสที่ขนาด 8 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อ Apple Carplay/Android Auto
Honda Connect และการเชื่อมต่อต่างๆ อาทิ USB และ Bluetooth

ระบบปรับอากาศอัตโนมัติเปลี่ยนจากแบบสัมผัสมาเป็นปุ่มควบคุมและปุ่มหมุน โดยมีจอแสดงผลที่ดูล้ำขึ้น
แบ่งแยกการควบคุมชัดเจน พร้อมช่องเสียบ USB จุดและปลั๊กไฟ 12 โวลต์ 3 ตำแหน่ง (ด้านหน้า 1 ตำแหน่ง
และด้านหลัง 2 ตำแหน่ง) และที่วางของจิปาถะอีกหลายจุด ส่วนฐานเกียร์มีการหุ้มถุงเกียร์บริเวณรางเกียร์
และปุ่มควบคุมระบบ Idling Stop และ ECON เบรกมือแบบดึง และกล่องคอนโซลกลาง พร้อมที่พักแขน
ตะเข็บสีแดง

มาตรวัดเป็นแบบเรืองแสงที่มีทั้งแสงสีขาว หรือ แสงสีแดง (ขึ้นอยู่กับแต่ละรุ่นย่อย) พร้อมจอแสดงผลการขับขี่
MID แบบขาว/ดำ ที่แสดงข้อมูลพื้นฐานครบครัน พวงมาลัยเป็นแบบ 3 ก้านที่ดูดีขึ้น หุ้มด้วยหนังสีดำตะเข็บ
สีแดง พร้อมปุ่มบนพวงมาลัยที่ควบคุมเครื่องเสียง โทรศัพท์ ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ และแป้นเปลี่ยน
เกียร์ (Paddle Shift)

เบาะนั่งหุ้มด้วยวัสดุผ้าหรือหนังที่มีทั้งหนังแท้สลับกับหนังสังเคราะห์ หรือผ้าสลับหนังขึ้นอยู่กับแต่ละรุ่นย่อย
รวมถึงพนักพิงศรีษะที่เปลี่ยนจากสีดำเป็นสีแดง รวมถึงเบาะฝั่งคนขับสามารถปรับสูง/ต่ำได้ ส่วนเบาะหลัง
มาพร้อมกับพนักพิงศรีษะขนาดใหญ่ เสริมด้วยที่พักแขนและที่วางแก้ว และแน่นอนว่าเบาะหลังสามารถพับได้
แบบ Ultra Seat สามารถพับลงให้ราบกับพื้น หรือยกขึ้นสำหรับวางของสูงๆได้เช่นเดียวกับ Fit/Jazz

ขุมพลังมาคาดว่ามาพร้อมกับเครื่องยนต์ดังนี้

  • เครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ 1.0 ลิตร 3 สูบ 12 วาล์ว VTEC TURBO ให้กำลังสูงสุด 122 แรงม้าที่
    5,500 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 173 นิวตัน-เมตรที่ 2,000 – 4,500 รอบต่อนาที จับคู่กับ
    เกียร์อัตโนมัติ CVT อัตราสิ้นเปลืองเคลมที่ 23.8 กิโลเมตร/ลิตร รองรับน้ำมันสูงสุด E20
    ค่าปล่อยไอเสียอยู่ที่ 99 กรัม/กิโลเมตร

ช่วงล่างด้านหน้าเป็นแบบแมคเฟอร์สันสตรัท พร้อมเหล็กกันโคลงด้านหน้า ด้านหลังเป็นแบบทอร์ชั่นบีม
พวงมาลัยเป็นแบบแร็คแอนด์พีเนียน พร้อมเพาเวอร์แบบไฟฟ้า และระบบเบรกเป็นแบบด้านหน้าดิสก์เบรก
ด้านหลังดรัมเบรค

ระบบความปลอดภัยมาพร้อมระบบต่างๆดังนี้

  • ระบบเบรก ABS,EBD,BA
  • ระบบควบคุมการทรงตัว VSA,TCS
  • ระบบช่วยขึ้นเขา HSA
  • ไฟเบรกแบบฉุกเฉิน ESS
  • กล้องมองหลังปรับได้ 3 มุมมอง
  • ถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่ง (คู่หน้า 2 จุด + ด้านข้าง 2 จุด + ม่านนิรภัย 2 จุด)
  • กุญแจนิรภัย Immobilizer แบบ Wave Key พร้อมสัญญาณกันขโมย
  • ระบบล็อกประตูอัตโนมัติ
  • ไฟเบรกดวงที่ 3

Honda City Hatchback มีให้เลือก 3 รุ่นย่อยดังนี้

รุ่น S+

  • ไฟหน้าโปรเจคเตอร์ฮาโลเจน พร้อมไฟส่องสว่างเวลากลางวัน LED
  • กระจังหน้าโครเมียม/เส้นแนวนอนสีดำ
  • มือจับประตูสีเดียวกับตัวรถ
  • กระจกมองข้างปรับไฟฟ้า
  • ไฟท้าย LED
  • สปอยเลอร์หลังสีดำ
  • ที่ปัดน้ำฝนแบบหน่วงเวลา
  • เสาอากาศแบบครีบปลา
  • ที่ปัดน้ำฝนหน้า/หลัง
  • ล้ออัลลอยขนาด 15 นิ้วพร้อมยางขนาด 185/60R15
  • ภายในสีดำ
  • แผงคอนโซลสีดำเงา
  • เบาะผ้าสีดำ ฝั่งคนขับปรับสูง/ต่ำได้
  • เบาะหลังแบบแยกพับได้ 60/40
  • ช่องเก็บของหลังเบาะผู้โดยสารด้านหน้า
  • พนักพิงศรีษะ 5 ตำแหน่ง
  • ชุดเครื่องเสียงรองรับการเชื่อมต่อ Bluetooth,USB 1 จุด
  • ลำโพง 4 ตำแหน่ง
  • ระบบปรับอากาศแบบธรรมดา
  • กุญแจอัจฉริยะพร้อมปุ่มสตาร์ท
  • ระบบ Idling Stop
  • พวงมาลัยยูรีเธน ปรับระดับได้ 4 ทิศทาง
  • ปุ่มควบคุมเครื่องเสียงและโทรศัพท์บนพวงมาลัย
  • มาตรวัดแบบธรรมดา
  • จอแสดงผลการขับขี่แบบขาว/ดำ
  • ไฟแสดงผลการขับขี่แบบประหยัดพร้อมปุ่ม ECO
  • ช่องจ่ายไฟด้านหน้า 1 จุด
  • กระจกมองหลังแบบปรับลดแสงสะท้อน
  • แผงบังแดดพร้อมกระจกฝั่งคนขับ
  • ไฟอ่านแผนที่ด้านหน้า
  • มือจับบนหลังคา 3 จุด
  • ไฟส่องสว่างตรงกลางรถ และ ด้านหลังห้องสัมภาระ
  • ระบบเบรก ABS,EBD,BA
  • ระบบควบคุมการทรงตัว VSA,TCS
  • ระบบช่วยขึ้นเขา HSA
  • ไฟเบรกแบบฉุกเฉิน ESS
  • ถุงลมนิรภัย 4 ตำแหน่ง (คู่หน้า 2 จุด + ด้านข้าง 2 จุด)
  • เข็มขัดนิรภัย 5 ตำแหน่งแบบติดตาย คู่หน้ารั้งกลับอัตโนมัติพร้อมไฟเตือนคาดเข็มขัด
  • กุญแจนิรภัย Immobilizer แบบ Wave Key พร้อมสัญญาณกันขโมย
  • ระบบล็อกประตูอัตโนมัติ
  • ไฟเบรกดวงที่ 3

รุ่น SV

  • กระจกมองข้างปรับ/พับไฟฟ้าพร้อมไฟเลี้ยว
  • ล้ออัลลอยขนาด 15 นิ้วสีทูโทนดำ/เงิน
  • มือจับประตูโครเมียม
  • เบาะหนังสีดำของสีเงิน
  • มือเปิดประตูด้านในโครเมียม
  • ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ
  • มาตรวัดเรืองแสงสีขาว
  • ชุดเครื่องเสียงแบบจอสัมผัสขนาด 8 นิ้ว
  • รองรับ Siri Eye Free,Apple Carplay และ Android Auto
  • ช่องเสียบ USB 2 ตำแหน่ง
  • ที่พักแขนด้านหน้า
  • กล้องมองหลังปรับได้ 3 มุมมอง

รุ่น RS

  • ไฟหน้าแบบ Full LED
  • กระจังหน้าสีดำเงาพร้อมโลโก้ RS
  • ไฟตัดหมอกหน้า
  • กระจกมองข้างสีดำเงา
  • มือจับประตูสีเดียวกับตัวรถ
  • เสาอากาศแบบครีบปลาสีดำ
  • สปอยเลอร์หลังสีดำ
  • ล้ออัลลอยขนาด 16 นิ้วสีทูโทนพร้อมยางขนาด 185/55R16
  • ภายในสีดำ
  • เบาะนั่งหุ้มหนังสลับผ้าลายสปอร์ต พร้อมตะเข็บแดง
  • ที่พักแขนพร้อมที่วางแก้ว
  • พวงมาลัยหุ้มหนัง พร้อมด้ายสีแดง
  • แป้นเปลี่ยนเกียร์บนพวงมาลัย (Paddle Shift)
  • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ Cruise Control
  • มาตรวัดเรืองแสงสีแดง
  • รองรับ Honda Connect
  • ลำโพง 8 ตำแหน่ง
  • ช่องจ่ายไฟด้านหลัง 2 จุด
  • แป้นเหยียบแบบสปอร์ต
  • แผงบังแดดพร้อมกระจกคู่หน้า
  • มือจับหลังคาฝั่งคนขับ
  • ถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่ง (คู่หน้า 2 จุด + ด้านข้าง 2 จุด + ม่านนิรภัย 2 จุด)

สัมผัส Honda City Hatchback ได้ที่โชว์รูม Honda ทั่วประเทศและในงาน Motor Expo 2020
ในวันที่ 2-13 ธันวาคม 2020 ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี