หลังจากที่มีข่าวว่า Great Wall Motors (GWM) ได้ทำการซื้อโรงงานจาก GM Thailand ไป
เมื่อปี 2020 จนมีการปรับปรุงโรงงานอย่างจริงจัง จนสำเร็จเป็นเวลาต่อมา โดยรุ่นที่มาประกอบ
เป็นคันแรกคือ H6 HEV และทำตลาดในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา และในวันที่ 9 พฤศจิกายน 2021
ทาง Carsideteam ได้ไปเยือนโรงงาน GWM ในอ.ปลวกแดง จ.ระยอง โดยจะพาแนะนำโรงงาน
ในหลายๆส่วนอีกด้วย

สำหรับบทบาทของ Great Wall Motor ในประเทศไทยนั้นถือว่าเป็นปีแห่งการเริ่มต้นที่ดี ตั้งแต่
ได้เริ่มก่อตั้งโรงงานในเดือนพฤศจิกายน 2020 พร้อมทั้งปรับปรุงเครื่องจักรใหม่และเริ่มประกอบ
รถยนต์อย่างเป็นทางการในเดือนมิถุนายน 2021 ซึ่งเป็นช่วงเกียวกับ Haval H6 เปิดตัวในไทย
อย่างเป็นทางการ และรุ่นล่าสุดอย่าง Jolion ที่กำลังจะเปิดตัวเร็วๆนี้

สำหรับเสียงตอบรับของ Haval H6 นั้นถือว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี เพราะตั้งแต่เปิดตัว
มียอดขายค่อนข้างสูงถึง 1,133 คัน ซึ่งทาง GWM นั้นได้วางแผนการผลิตถึงปีละ 80,000 คัน
โดยแบ่งเป็น สำหรับประเทศไทยถึง 60% (ราวๆ 48,000 คัน) และตลาดส่งออก 40%
(ราวๆ 32,000 คัน) และแน่นอนว่ารุ่นที่ 2 อย่าง Jolion นั้นมีเสียงตอบรับค่อนข้างดีมาก
ในประเทศจีนด้วยยอดขาย40,000 คันขึ้นไป ไม่รอช้า พร้อมที่จะเสิร์ฟมาให้ลูกค้าชาวไทยอย่างแน่นอน

ส่วนลูกจ้าง ณ ปัจจุบันนี้มีอยู่ประมาณ 800 คนในช่วงเดือนตุลาคมที่ผ่านมา และในอนาคต
จะเปิดรับสมัครเพื่อให้มีคนงานถึง 1,000 คนโดยมีการฝึกอบรมเพื่อให้เกิดความเชี่ยวชาญ

สำหรับโรงงานของ GWM ประเทศไทยนั้นจะแบ่งเป็นถึง 4 จุดใหญ่ๆด้วยกันดังนี้

  • Press Shop

สำหรับจุดแรกนั้นเป็นการติดตั้งชิ้นส่วนตัวถังของรุ่นที่จะผลิต โดยใช้เครื่องจักรระดับโลกในประเทศจีน
และเกาหลีใต้ โดยใช้หุ่นยนต์ FANUC แบบ 6 แกนในการส่งชิ้นส่วนในการผลิต พร้อมใช้ระบบเปลี่ยน
แม่พิมพ์อัตโนมัติเพื่อประสิทธิภาพในการผลิตที่ดีขึ้น

  • Body Shop

จุดต่อมาจะเป็นการผลิตตัวถังรถหลักๆ โดยใช้หุ่นยนต์ FANUC 52 ตัวในการทำงานอัตโนมัติในอัตราส่วน
85% โดยใช้ระบบ MES Process Visualization  Technology ในการผลิตให้แม่นยำขึ้นทั้งการ
ตรวจสอบเลขตัวถัง VIN Number และเปลี่ยนรถที่จะผลิตโดยอัตโนมัติ สามารถผลิตรถรุ่นใหม่ๆได้
ในอนาคต พร้อมใช้ PDA ในการเก็บรายละเอียดเพื่อเพิ่มคุณภาพในการผลิต

ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวมีถึง 30,000 ตารางเมตร และมีกำลังผลิตสูงสุด 120,000 คันต่อปี โดยแบ่งเป็น
รถกระบะและ SUV ถึง 80,000 คัน และอีก 40,000 คันจะเลือกรุ่นผลิตในอนาคต

  • Paint shop

แน่นอนว่าเป็นกระบวนการพ่นสีรถ โดยมีขั้นตอนการพ่นสีถึง 10 ขั้นตอน คือ การเคลือบสีด้วยการนำไฟฟ้า
เพื่อป้องกันการเดินสนิม,การใช้ PVC ในการยาแนสตามรอยต่อตามจุดต่างๆเพื่อป้องกันสนิมและน้ำรั่ว
พ่นสีรองพื้นและสีจริงด้วยหุ่นยนต์จากสหรัฐอเมริกาเพื่อความสม่ำเสมอ พร้อมสามารถตั้งโปรแกรมพ่นสี
ได้สูงสุด 24 สี พร้อมทั้งมีเตาอบสีจากประเทศเยอรมันโดยใช้อากาศเสียจากเตาอบมาผสมกับอากาศ
บริสุทธิ์ในการเผาไหม้ เพื่อเป็นการลดมลพิษ โดยมีพื้นที่ 39,000 ตารางเมตรโดยรองรับการผลิต
120,000 คันต่อปี

  • GA Shop

และมาถึงขั้นตอนสำคัญในการประกอบรถนั่นคือ เป็นการนำตัวถังรถจากโรงพ่นสีมาประกอบชิ้นส่วนต่างๆ
ให้เป็นรถคันจริง โดยในโรงงานมีการสร้าง Chassis Line สำหรับรถ SUV ในชื่อ Intelligent Chassis
Line โดยติดตั้ง เสาแขวนรูปตัว L พร้อมใช้เทคโนโลยี Dual-Lift AGV โดยจะยกช่วงล่างหน้า/หลัง
เพื่อติดตั้งในรถที่จะประกอบ ซึ่งมีความเที่ยงตรงและปลอดภัยสูง เสริมด้วยแขนกลถึง 17 ตัว พร้อมติดตั้ง
ระบบต่างๆภายในรถทั้งจอแสดงผลเสริม HUD,ตรวจสอบการทำงานของเซนเซอร์ต่างๆและกล้อง 360 องศา

รวมถึงมีการติดตั้งข้าวของต่างๆตามสเปคที่กำหนดไว้ พร้อมทั้งเช็คระบบต่างๆของรถก่อนส่งมอบถึงลูกค้าอีกด้วย


และทั้งหมดคือ ส่วนต่างๆที่สำคัญของโรงงาน GWM ประเทศไทยที่ได้ไปสัมผัสมา อย่างไรก็ตาม
นับเป็นประสบการณ์ที่ดีในการชมโรงงานของค่ายน้องใหม่ โดยครั้งต่อไปจะพาไปชมที่ไหนนั้น
โปรดติดตามกันต่อไป